คืนความเป็นพลเมือง“ไทยพลัดถิ่น”อีก 257 คน​ เผยคอร์รัปชันสูง-ทำให้กระบวนการล่าช้า

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2563 นายภควินทร์ แสงคง อดีตคณะกรรมการรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่น กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการฯครั้งที่ 1/63 วันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานได้รับรองสิทธิความเป็นพลเมืองไทยให้กับกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น จำนวน 253 คนจากทั้งหมด 257 คน อีก 4 คน ต้องเสนอข้อมูลเพิ่มเติม

นายภควินทร์กล่าวว่า คนไทยที่ได้รับการรับรองครั้งนี้ประกอบด้วยชาวบ้านจากจังหวัดระนอง อ.เมือง 151 คน อ.กระบุรี 55 คน อ.สุขสำราญ 37 คน อ.แม่ระมาด จ.ตาก 8 คน จังหวัดชุมพร อำเภอปะทิว 4 คนและ อ.เมือง 2 คน โดยส่วนใหญ่ยื่นคำร้องมานานโดยเฉพาะ อ.เมือง จ.ระนอง เนื่องจากขั้นตอนในคณะกรรมการระดับอำเภอ ก่อนเข้ากลั่นกรองจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการแต่งตั้งตัวแทนชาวบ้านไปดูรายละเอียดนั้น พบว่าบางส่วนผังเครือญาติไม่ถูกต้อง เช่น ไม่มีที่มาที่ไปของคนรับรอง สุดท้ายต้องมาทำใหม่หมดและใช้เวลากว่า 1 ปี

ทั้งนี้จากข้อมูลของคณะกรรมการฯพบว่า มีประชาชนยื่นคำขอพิสูจน์และรับรองความเป็นคนไทยพลัดถิ่นแล้วทั้งสิ้น จำนวน 10,319 ราย และได้รับคำรับรองจากคณะกรรมการฯแล้ว 7,391 ราย อย่างไรก็ตามจากการประเมินของเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่นพบว่ามีคนไทยพลัดถิ่นอยู่อีกหลายหมื่นคน ซึ่งนายภควินทร์กล่าวถึงสาเหตุที่การรับรองไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ว่าการประชุมของคณะกรรมการฯ​ ไม่ได้เป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะจัดประชุมกันอย่างน้อยเดือนละครั้งและครั้งหนึ่งควรพิจารณาให้การรับรองไม่ต่ำกว่า 400 ราย แต่ระยะหลังไม่ค่อยได้จัดประชุมโดยได้รับแจ้งเหตุผลว่าผู้ใหญ่ที่เป็นข้าราชการไม่ค่อยว่าง เช่น เมื่อปี 2562 ประชุมไปเพียง 2 ครั้ง ขณะที่ยังมีคนไทยพลัดถิ่นรอการพิจารณาอยู่อีกจำนวนมาก

“ปัญหาที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดความล่าช้าคือการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งสูงมาก ตั้งแต่ระดับพื้นที่ซึ่งต้องจ่ายให้กับผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่อำเภอบางแห่ง ทำให้ข้อเท็จจริงผิดเพี้ยน และทำให้มีประชาชนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายเข้ามา บางคนเป็นพม่า แต่ได้บัตรประชาชน เพราะตอนสำรวจเขาไปเตรียมกันว่ามีเชื้อสายไทย ซึ่งถ้าตรวจสอบจริงๆ​ ก็จะรู้ว่าเขาไม่ใช่เชื้อสายไทย แต่เป็นคนพม่า ขณะที่คนที่มีเชื้อสายไทยจริงๆ​ กลับยังไม่ได้ และถูกแซงคิว แต่คนจ่ายเงิน เขาจะมีพิธีพิเศษ ถ้าจะแก้ไขปัญหานี้คือต้องเอาจริงและคณะกรรมการรับรองส่วนกลางควรลงไปดู ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นกลไกในพื้นที่เท่านั้น เพราะหากส่วนกลางลงไปสามารถเรียกไปสอบได้เลย ถ้าเจอผิดก็ต้องลงโทษเด็กขาด

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.