เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 ชาวบ้าน 4 ตำบลของอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน กว่า 3,000 คนได้เดินทางมารวมตัวกันบริเวณลานเกษตรเทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ เพื่อคัดค้านการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง โดยได้ยื่นหนังสือถึงนายอำเภอแม่สะเรียง โดยระบุว่าชาวบ้านใน 4 ตำบลกำลังได้รับความทุกข์เดือดร้อนจากกระบวนการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียงซึ่งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การให้ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน ถูกต้อง และแก้ไขข้อเท็จจริงฝ่ายเดียวหรือหลอกลวงราษฎรกล่าวคือ 1.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ได้ขอความเห็นรชอบต่อราษฎรตำบลป่าแป๋และสภาองค์การบริหารส่วนตำบลป่าแป๋เพื่อขอจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียง โดยได้ดำเนินการชี้แจงโครงการและกำหนดออกเดินเท้าภาคสนามเพื่อสำรวจแนวเขตพื้นที่เพื่อกำหนดพิกัดลงในแผนที่ดาวเทียมที่จะมาจัดตั้งอุทยานฯร่วมกับราษฎร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่16 กับราษฎรเพื่อกันพื้นที่ป่าสงวน ป่าชุมชนที่ราษฏรได้ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต การใช้ประโยชน์จากแหล่งต้นน้ำ การจัดกิจกรรมปลูกป่าและเก็บหาของป่าซึ่งเป็นวิถีชีวิตของราษฎรและเป็นกิจกรรมตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและนโยบายของรัฐบาลซึ่งการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันในที่ประชุมเพื่อการกำหนดแนวเขตจัดตั้งอุทยานฯส่งผลกระทบต่อราษฎรน้อยที่สุด

2.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ไม่ได้ปฎิบัติตามข้อตกลงในการกำหนดพิกัดแนวเขตลงในแผนที่ตามที่ได้ออกสำรวจกับราษฎรโดยมีการกำหนดพิกัดแนวเขตเพิ่มเติมมาในส่วนที่กันไว้เป็นป่าชุมชนให้เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของป่าอนุรักษ์เพิ่มขึ้นจากแนวเขตที่ขอจัดตั้งอุทยานฯและมีเงื่อนไขบังคับให้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่กำหนดเพิ่มเติมเองภายหลังแต่ฝ่ายเดียวจะต้องมีการส่งมอบให้เป็นพื้นที่ป่าอุทยานฯเพิ่มเติมร้อยละ 25 ต่อปีภายในระยะเวลา 4 ปีโดยพื้นที่ที่จะกันเป็นเขตป่าอนุรักษ์ทั้งหมดนี้เป็นการกันพื้นที่ทับซ้อนกับป่าชุมชนที่ราษฏรได้ขอไว้ในการประชุมและเดินสำรวจร่วมกันและเป็นพื้นที่ที่ราษฎรดำเนินโครงการตามพระราชดำริ โครงการ 9101, 9102และโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ของพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นการกำหนดพิกัดกันแนวเขตเพิ่มเติมป่าอนุรักษ์ในส่วนนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ดำเนินการฝ่ายเดียวไม่เคยชี้แจงให้ราษฎรทราบมาก่อนและไม่เป็นไปตามข้อตกลงในการเดินเท้าตามเงื่อนไขประกอบการขอความเห็นชอบในการจัดตั้งอุทยานฯมาตั้งแต่ต้น จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทกับราษฏรจำนวนหลายพันรายและกระทบต่อโครงการพระราชดำริ

ทั้งนี้ได้มีการจัดเวทีและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของอุทยานฯ โดยแกนนำระบุว่าชาวบ้านได้ร่วมกันลงชื่อกว่า 4,000 คนเพื่อเตรียมเคลื่อนไหวต่อไป หากกรมอุทยานฯยังเพิกเฉยไม่ยอมแก้ไขปัญหาโดยจะยื่นหนังสือถึงองค์กรอิสระต่างๆให้ช่วยตรวจสอบ และสุดท้ายหากยังไม่มีการแก้ไขจะถลายฎีกา
“บางหมู่บ้านยังไม่รู้เรื่องเลย แต่กลับมีป้ายอุทยานไปติดเสียแล้ว ขณะที่กฎหมายใหม่ของอุทยานฯได้เพิ่มโทษรุนแรงสำหรับคนที่อยู่กับป่าและไม่มีการขออนุญาต”แกนนำกล่าว

ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติแม่สะเรียงในครั้งนี้ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์โดยเฉพาะชาวกะเหรี่ยงซึ่งอยู่ในพื้นที่กันมาตั้งแต่ดั้งเดิม

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.