ภาพจากเฟซบุ๊ก SSN

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 สำนักข่าวหลายแห่งในพม่า อาทิ อิรวดี (The Irrawaddy) ได้รายงานข่าวว่า นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวกะเหรี่ยงกำลังถูกหมายจับโดยรัฐบาลพม่า โดยระบุว่า เครือข่ายสิทธิมนุษยชนในพม่าเรียกร้องให้รฐบาลท้องถิ่นในรัฐกะเหรี่ยงยกเลิกหมายจับต่อนายซอต่าโพ ชาวกะเหรี่ยง ในการเป็นแกนนำจัดพิธีทางวัฒนธรรมเพื่อเป็นการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติจากโรงงานซีเมนต์ที่ใช้ถ่านหิน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเข้าจับกุมนายซอต่าโพ ที่บ้านพักในเขตเมืองพะอัน รัฐกะเหรี่ยง แต่ในขณะนั้นเขาไม่อยู่บ้าน การเข้าจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากหน่วยงานบริหารได้แจ้งความในข้อหา Section 505 (b) ในประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งห้ามมิให้ผลิตและแจกจ่ายแถลงการณ์ซึ่งอาจสร้างความหวาดกลัวในสังคม หรือปลุกระดมมวลชนให้ต่อต้านรัฐ หรือทำลายความสงบของสังคม โดยเป็นข้อหาจากกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งชาวบ้านและพระสงฆ์ในเขตมิกาเลย์ ได้ร่วมจัดพิธีกรรมเพื่อปกป้องชุมชนจากมลพิษที่เกิดจากโรงงานปูนซีเมนต์

แถลงการณ์ขององค์กรภาคประชาสังคมในพม่า อาทิ เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวิน (Save the Salween Network) ระบุว่าข้อหาดังกล่าวละเมิดสิทธิพลเมือง สิทธิมนุษยชน และมาตรฐานประชาธิปไตย นอกจากนั้นยังทำลายกระบวนการสันติภาพในพม่า

นายเยลินมิน ผู้แทนเครือข่ายพม่าเพื่อความโปร่งในและรับผิดชอบ (Myanmar Alliance for Transparency and Accountability-MATA) ให้สัมภาษณ์ว่าการกระทำของรัฐบาลท้องถิ่นกะเหรี่ยงนั้นไร้ความหมาย เพราะสิ่งที่นายซอต่าโพทำนั้น ก็เพื่อสวดมนต์ให้แก่สิ่งแวดล้อม ไม่ได้กระทำการใดๆ ที่เป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้แก่รัฐ และตั้งคำถามว่ารัฐบาลพม่าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างไรที่สามารถออกหมายจับแบบนี้ได้

อนึ่ง นายซอต่าโพ เป็นนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมชาวกะเหรี่ยง ซึ่งทำงานปกป้องแม่น้ำสาละวิน และทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะในรัฐกะเหรี่ยง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนชาติพันธุ์ในการจัดการทรัพยากรท้องถิ่น และทรัพยากรข้ามพรมแดน

ขณะเดียวกันสำนักข่าวอิรวดี ยังรายงานด้วยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักข่าวพม่าชายหญิง 2 คน ถูกจับและคุมขังโดยกองกำลังรักษาชายแดนของกองทัพพม่า (Border Guard Force -BGF) ในขณะที่ลงพื้นที่เพื่อทำข่าวในเขตเมืองเมียวดี ในรัฐกะเหรี่ยงตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเป็นนักข่าวจากสำนักข่าวฟรอนเทียร์เมียนมา และหนังสือพิมพ์เมียนมาไทมส์

นางสาวนอเบ็ตตี้หาน 1 ใน 2 นักข่าว กล่าวว่าพวกตนถูกจับกุม ขณะที่กำลังเดินอยู่ใกล้สะพาน เพื่อถ่ายรูปเครื่องจักรที่กำลังก่อสร้างคาสิโน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเครื่องแบบที่มีแผ่นป้ายภาษาจีน เข้ามาแจ้งให้ลบรูปออกจากกล้อง จากนั้นได้ใช้หน้ากากสีดำคลุมหน้านักข่าวทั้งสอง และนำขึ้นรถไปยังสวนยางแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบติดป้าย BGF สั่งให้นั่งลงกับพื้นดินและสอบปากคำ

นายมานอ นักข่าวชายให้สัมภาษณ์ว่าถูกชายเหล่านั้นทุบตีและเตะที่ใบหน้าจนเลือดกำเดาไหล ชายบางคนพยายามตัดผมที่ยาวของเขาออก และถูกดาบปลายปืนจี้ที่คอ ส่วนนักข่าวหญิงนั้นถูกเอาปืนจี้แต่ไม่ถูกทำร้ายร่างกาย จากนั้นทั้งสองได้ลบรูปออกจากกล้อง และถูกผ้าคลุมหัว และนำตัวไปยังคุกเล็กๆ แห่งหนึ่งในป่า ทั้งสองได้บอกชายเหล่านั้นว่าตนเป็นผู้สื่อข่าว และได้เอ่ยนามผู้บังคับบัญชา BGF ที่ตนได้สัมภาษณ์ แต่กลับถูกตบหน้า

“เราถูกนำไปขังแยกกันในเวลาประมาณตีสอง จนบ่ายวันต่อมาก็ปล่อยเรา” นางสาวนอเบ็ตตี้ กล่าว

พันเอกซอชิตตู ผู้บังคับบัญชา BGF ให้สัมภาษ์ ว่ากองกำลังไม่ได้มีคำสั่งให้จับกุมและสอบปากคำนักข่าวตามที่เกิดขึ้น และขณะนี้ได้จับกุมเจ้าหน้าที่ที่ได้กระทำการดังกล่าว โดยจะถูกลงโทษในฐานที่ทำเกินคำสั่งของกองกำลัง

สำนักข่าวอิรวดีรายงานว่านักข่าวทั้งสองไปทำข่าวสือบสวนสอบสวนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษก๊กโก่ ในเขตรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามอำเภอแม่สอด ซึ่งดำเนินการโดยทุนจากจีน ในพื้นที่ของกองกำลังรักษาชายแดนของกองทัพพม่า
///////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.