เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2563 เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย (ไทยพลัดถิ่น) ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร พังงา ได้ทำการสำรวจสมาชิกกว่า 5 พันคน (30 กลุ่มย่อย) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่า 1.ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐบาลเพราะไม่มีสัญชาติไทย โดยมีกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นทำงานเป็นลูกจ้างตามห้างร้าน กว่า 300 คน 2. กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ทำงานก่อสร้าง 350 คน อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อภูเก็ตปิดเมืองจึงกลับบ้านไม่ได้ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ที่สำคัญคือส่วนใหญ่ถูกสั่งให้หยุดงาน 3.กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่รับจ้างทั่วไป กว่า 500 คน เช่น ทำงานในสวน ทำมะพร้าว แกะกุ้ง ฯลฯ ต่างตกงานเพราะไม่มีคนจ้างงาน 4.กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่ค้าขายเล็กๆ น้อย กว่า 100 ร้านค้า ที่ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งที่ด่าน จ.ระนอง ต่างต้องปิดร้านเพราะขายของไม่ได้

5.กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่เป็นเกษตรสวนทุเรียน ซึ่งคาดว่าจะมีผลผลิตกว่า 10 ตัน โดยผลทุเรียนจะออกใหม่กลางเดือนเมษายน จึงเกิดความไม่แน่ใจในตลาดจีน 6.กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่เป็นลูกเรือประมง กว่า 100 ราย ต้องหยุดพักไม่ได้ทำงานและไม่มีรายได้ 7. กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นที่เป็นประมงชายฝั่ง กว่า 1,000 ครอบครัว ในจังหวัดระนอง ได้รับผลกระทบจากราคาปลา ปู กุ้ง ที่ถูกลงและบางส่วนขายไม่ได้ 8. กลุ่มคนไทยพลัดพลัดถิ่นมุสลิม 260 คน ซึ่งมีอาชีพขายโรตีและปลาหมึกย่าง ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ตอนนี้มีรายได้ลดลง โดยเฉพาะหลังประกาศเคอร์ฟิว

ขอบคุณภาพจากเครือข่ายไทยพลัดถิ่น

สำนักงานทะเบียนอำเภอประกาศหยุดการดำเนินการยื่นคำขอฯ ทุกประเภท ทำให้กระบวนการพิจารณาขอคืนสัญชาติไทยให้แก่กลุ่มคนไทยพลัดถิ่นช้าขึ้น 10.คนไทยพลัดถิ่นไม่มีสิทธิซื้อหน้ากากอนามัยของร้านธงฟ้า เพราะต้องใช้บัตรประชาชนในการซื้อ

นายบุญเสริม ประกอบปาน ผู้ประสานงานเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น กล่าวว่าตอนนี้ความเป็นอยู่ของคนไทยพลัดถิ่นเริ่มขาดแคลนเพราะหยุดงาน และปัญหาจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยเพราะไม่มีใครจ้างทำงานแล้ว โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีบัตรประชาชนเพราะไม่มีที่ดินทำกิน แถมยังมีลูกและครอบครัวต้องเลี้ยงดูด้วย ที่สำคัญคือมาตรการที่รัฐบาลออกมานั้น คนไทยพลัดถิ่นเข้าไม่ถึง เพราะไม่มีบัตรประชาชนไทย

“จริงๆ แล้วพวกเราคือคนไทย เพียงแต่อยู่ในระหว่างการขอคืนสัญชาติ ทุกอำเภอต่างก็มีข้อมูลของพวกเรา ทุกวันนี้เราออกไปไหนก็ไม่ได้อยู่แล้ว เราพยายามสร้างกลุ่มออมทรัพย์ซึ่งก็มีเงินกันอยู่ไม่มาก ท้ายสุดถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็คงต้องเอาเงินจากกลุ่มออมทรัพย์มาใช้ หากรัฐบาลต้องการช่วยเหลือก็สามารถผ่านช่องทางนี้ได้” นายบุญเสริม กล่าว

นายบุญเสริม กล่าวว่าที่ด่านสิงขร ปิดมาแล้วหลายวัน ทำให้คนไทยพลัดถิ่นที่ทำมาหากินด้วยการค้าขายต่างไม่มีรายได้ และเมื่อด่านปิดตายสนิท คนไทยพลัดถิ่นจำนวนไม่น้อยไม่สามารถข้ามกลับไปบ้านในฝั่งพม่าไม่ได้ จึงต้องเข้าไปอาศัยอยู่ตามบ้านญาติฝั่งไทย ทำให้หลายบ้านอยู่กันอย่างแออัด บางบ้านอยู่กันนับสิบคน เรากำลังหาวิธีขยับขยาย บางคนก็เอาเปลไปผูกนอนตามร่วมไม้ สิ่งที่อยากได้มากในตอนนี้คือพวกข้าวสาร อาหารแห้ง โดยเฉพาะพวกหาเช้ากินค่ำ แย่แล้วตอนนี้กำลังจะอดตายเพราะเงินที่เคยหามาได้กำลังจะหมด
/////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.