Search

แรงงานข้ามชาติสุดคว้าง-ตกงาน-ไร้ความช่วยเหลือจากรัฐ-กลับบ้านไม่ได้

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2563 นายสืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ สำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่เก็บข้อมูลชุมชนแรงงานข้ามชาติใน อ.เมือง จ.เชียงราย ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ว่าพบแรงงานชาวพม่าจำนวน 10 คน ประสบปัญหาถูกเลิกจ้างและค้างค่าแรงมานานกว่า 3 เดือน ซึ่งนายจ้างให้หยุดการทำงานตั้งแต่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ทำให้แรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้ต้องพยายามหางานใหม่ โดยไปรับจ้างตามไซต์งานก่อสร้างอื่นๆ ทั่วไป ซึ่งก็มีเปิดรับเป็นครั้งคราว บางรายเก็บขยะเก็บของเก่าขาย

“เมื่อคืนวานเกิดพายุฝนกระหน่ำ ทำให้น้ำรั่วบริเวณเพิงพักอาศัย ห้องน้ำชั่วคราวที่กั้นไว้ไม่สามรถใช้งานได้ ยังโชคดีที่เพิงพักตั้งอยู่ข้างตลาดใหญ่ ยังพอหาอาบน้ำข้างตลาดได้ และยังพอมีพ่อค้าแม่ค้าใจดีแบ่งผักแบ่งผลไม้ที่ตกเกรดมาให้เป็นบางครั้ง เวลานี้เงินในการซื้อข้าวสาร อาหาร เริ่มขาดแคลน” นายสืบสกุล กล่าว

นายสืบสกุล กล่าวว่า แรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงหลักประกันสังคมที่นายจ้างได้ดำเนินการซื้อสิทธิซึ่งซื้อให้เพียง 3 คน และหมดอายุไปตั้งแต่กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนายจ้างไม่ยอมดำเนินการต่อให้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหญิงที่ตั้งครรภ์อีก 2 รายซึ่งได้ซื้อสิทธิหลักประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว ที่ครอบคลุมประกันระยะ 3 เดือน และจะหมดในสิ้นเดือนพฤษภาคม และอาจไม่ได้ต่อสิทธิหากยังเจอวิกฤตเช่นนี้ และขณะนี้พรมแดนประเทศต่างปิดทุกเส้นทาง ยังไม่เห็นหนทางที่วิกฤตโรคร้ายนี้จะคลี่คลาย

“ขณะนี้มีแรงงานข้ามชาติในเชียงราย อย่างน้อย 20,000 คน ซึ่งตอนนี้เราไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง แรงงานกลุ่มนี้ต้องหยุดงานเนื่องจากโควิดมีมากน้อยแค่ไหน ความเป็นอยู่เป็นอย่างไร ได้รับการดูแลจากหน่วยงานรับผิดชอบ เช่น ประกันสังคมหรือไม่อย่างไร แรงงานพม่ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีปัญหาการสื่อสารภาษา ไม่เข้าใจภาษาไทย ไม่รู้กฎหมายแรงงาน หน่วยงานจึงควรเปิดศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์สำหรับแรงงานพม่า หรือทำการสำรวจตามสถานประกอบการและไซต์ก่อสร้างต่างๆ เพื่อให้รับทราบปัญหา และมีข้อมูล เพื่อที่จะป้องกันปัญหาอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต” นายสืบสกุล กล่าว

นางส่วยส่วยวาย แรงงานชาวพม่า วัย 30 ปี เล่าว่าทั้ง 10 ชีวิต อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน บางส่วนเป็นญาติพี่น้องกัน เมื่อตอนอยู่ภูมิลำเนา ประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกพริกปลูกต้นหอมขาย แต่รายได้ไม่พอกิน จึงได้เข้ามาประเทศไทย เพื่อทำงานก่อสร้าง โดยตนและเพื่อนๆ เข้ามาทำงานถูกต้องตามกฎหมาย มีพาสปอร์ต และมีนายจ้างรับรอง โดยบริษัทนายจ้างตั้งอยู่ที่ ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย กว่า 7 ปีที่ได้มาทำงานในไทยและอาศัยตามไซต์งานก่อสร้างต่างๆ ในจังหวัดเชียงราย แต่เนื่องด้วยวิกฤต สถานการณ์โรคระบาด โควิด-19 ทำให้นายจ้างเลิกจ้าง และค้างค่าจ้าง และไม่จ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้าง นอกจากนี้ในบางครั้งมักให้ไปช่วยงานโดยไม่จ่ายค่าตอบแทน

“มาทำงานประเทศไทย หวังว่าจะลืมตาอ้าปากได้ ได้ส่งเงินกลับบ้านให้แม่ได้สร้างบ้าน แต่ปีนี้แย่มากเลย เงินซื้อข้าวแทบไม่มี ลูกวัย 2 ขวบ ร้องไห้อยากกินขนม ก็ได้แต่ปลอบ ซ้ำร้ายยิ่งถึงช่วงต้องต่อพาสปอร์ดต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 7-8 พัน จะกลับบ้านชายแดนก็ปิด ไม่สามารถข้ามประเทศได้แล้ว” นางส่วยส่วยวาย กล่าว