เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 น.ส. พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือมึนอ ภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ นักต่อสู้ชาวบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งถูกอุ้มหายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 และจะครบรอบ 6 ปีในวันที่ 17 เมษายน ให้สัมภาษณ์ว่า ในปีนี้ไม่ได้มีการจัดงานรำลึกถึงบิลลี่เพราะเป็นช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทราบว่าในบางองค์กรจะมีแถลงการณ์

“ดิฉันอยากเห็นความเป็นธรรมเกิดขึ้นในประเด็นที่บิลลี่พยายามต่อสู้ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิที่ดินที่ทำกิน ทุกวันนี้ญาติพี่น้องของบิลลี่ที่ถูกอพยพมาอยู่ที่บางกลอยล่าง ยังคงลำบาก เพราะไม่มีที่ดินทำกิน ยิ่งตอนนี้หลายคนต้องตกงานและอพยพกลับจากกรุงเทพฯ เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด ทำให้ไม่มีรายได้ใดๆ จุนเจือครอบครัว ส่วนเรื่องคดีของบิลลี่ เราก็อยากให้คนที่ทำร้ายบิลลี่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เราต่อสู้เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมกับสิ่งเหล่านี้มาหลายปี จนเริ่มรู้สึกหมดหวัง” น.ส.มึนอ กล่าว 

น.ส.พิณนภา กล่าวว่า ในเรื่องสิทธิของที่ดินนั้น เจ้าหน้าที่ได้มาวัดแนวเขตตามชุมชนต่างๆ รอบป่าแก่งกระจานทุกๆ ปี ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่วัดทีเดียวให้เสร็จสิ้น เมื่อถาม เขาก็บอกว่าได้รับคำสั่งจากเบื้องบนก็ต้องทำตามหน้าที่ และเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นการวัดครั้งสุดท้ายหรือไม่ 

“ทุกวันนี้ดิฉันยังต้องมีภาระส่งประกันชีวิตให้บิลลี่ทุกๆ 6 เดือน ตกปีละ 8 พันกว่าบาท จนแทบจะไม่มีเงินส่งแล้ว เพราะต้องเลี้ยงดูลูกๆ ทั้ง 5 คนด้วย ก่อนบิลลี่ถูกบังคับให้หายตัวไป เขาทำประกันไว้ 2 ชนิดคือประกันอุบัติเหตุ และประกันชีวิต ในส่วนของประกันอุบัติเหตุ เราต้องปล่อยขาดเพราะไม่มีเงินส่ง แต่ประกันชีวิตยังพยายามหาเงินส่งมาเรื่อยๆ เพราะหากปล่อยขาดก็ไม่ได้อะไรเลย ครั้งก่อนที่ดีเอสไอ สรุปผล เราก็ไปที่อำเภอเพื่อขอใบมรณะบัตร เพื่อเอาไปยื่นกับบริษัทประกัน แต่สุดท้ายอำเภอก็ไม่ออกให้ ดิฉันเองก็ไม่รู้ว่า เราจะต้องส่งไปถึงเมื่อไหร่” น.ส.พิณนภา กล่าว

น.ส.มึนอ กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าเหมือนกันว่าคดีของบิลลี่จะไปถึงไหน เมื่อเห็นเรื่องเงียบๆ ไปก็โทรถามกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งดีเอสไอบอกว่าไม่เงียบและยังทำงานอยู่ โดยบอกว่ากำลังทำความเห็นแย้งไปที่อัยการและจะส่งได้ภายในสิ้นเดือนเมษายน

 “การที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง เขาบอกว่ากระดูกนั้นไม่รู้ว่าเป็นของบิลลี่จริงหรือไม่ เรารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ว่าเป็นของคนอื่น เพราะผลตรวจดีเอ็นเอก็บอก เขาอ้างอีกว่าหากเป็นกระดูกบิลลี่ ก็ไม่เกี่ยวกับคนที่เราเชื่อว่าเป็นคนอุ้มบิลลี่ เรารู้สึกว่าความยุติธรรมไม่มี ถ้าไม้ใช่คนที่อยู่กับบิลลี่เป็นคนสุดท้ายทำ แล้วใครจะทำ” น.ส.มึนอ กล่าว

นายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ถึงกรณีที่ชาวบ้านบางกลอยกำลังจะไม่มีข้าวกินเนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถออกไปรับจ้างได้ว่า ตอนนี้ข้าวยังพอมีเหลือ แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดยืดเยื้อออกไปอีก 2-3 เดือน ชาวบ้านต้องลำบากแน่ เพราะไม่มีงานทำและไม่มีเงินซื้อข้าว

“ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือเรื่องข้าวสาร เพราะผักปลายังพอหากันได้ แต่ข้าวไม่รู้จะไปหาเอาจากที่ไหนเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่มีที่ทำกิน บางส่วนที่มีที่ดินก็ปลูกได้แต่กล้วย ซึ่งผลผลิตไม่ได้ออกตลอด ตอนนี้เรายังพอมีข้าวในธนาคารข้าวอยู่ ซึ่งโครงการปิดทองหลังพระเอามาให้ มีคณะกรรมการในหมู่บ้าน 4-5 คน ช่วยกันดู” ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย กล่าว

ด้านนายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่าภายหลังการลงพื้นที่โป่งลึก-บางกลอย ว่าจากการสอบถามเรื่องข้าว พบว่าขณะนี้ยังมีข้าวอยู่โดยโครงการปิดทองหลังพระได้ให้ความช่วยเหลือ และได้มีข้าวอยู่ในธนาคารข้าวที่สำรองไว้สำหรับเตรียมการรองรับฤดูน้ำหลาก นอกจากนี้กำลังจะประสานกับนายอำเภอแก่งกระจานและกาชาดจังหวัด หากมีข้าวจะได้นำมาสต๊อกเพิ่มให้กับชุมชน

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการจัดสรรที่ดินให้กับชาวบ้านบางกลอย นายมานะกล่าวว่า กำลังสำรวจพื้นที่ในแปลงที่มีความเป็นไปได้ในการนำมาจัดสรรให้กับชาวบ้าน

———–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.