Search

จังหวัดภูเก็ตหนุนชาวเลเดินหน้า“ข้าวแลกปลา”พร้อมต่อยอดเป็นสินค้าโอท็อป หลายเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศร่วมสานขยายวงกว้าง

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2563 นายสนิท แซ่ซั่ว ชาวเลชุมชนราไวย์ จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้(15 เม.ย.) นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต พร้อมด้วยนายอานุภาพ รอดขวัญ ยอดระบำ นายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ได้ลงพื้นที่ชุมชนชาวเลราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามผลกระทบของชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่ามาตรการปิดพื้นที่ตำบลและระหว่างจังหวัด(Lock Down) ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเดินทางมาซื้อปลาที่แผงขายปลาหน้าชุมชนได้ และร้านอาหารต้องปิดชั่วคราว ส่วนชาวบ้านที่ทำงานในโรงแรมหรือบริษัททัวร์และเรือรับจ้างต้องตกงานขาดรายได้เลี้ยงดูครอบครัว และไม่มีเงินซื้อข้าวสาร ชาวบ้านจึงรวมตัวกันนำปลาสดที่เป็นทรัพยากรในชุมชน มาแปรรูปเป็นปลาแห้งส่งไปแลกกับข้าวสารของชาวบ้านในภาคเหนือและอีสาน

นายสนิท กล่าวต่อว่า ชุมชนตั้งเป้าทำปลาแห้ง 3,000 กิโลกรัม เพื่อส่งไปแลกเปลี่ยนเป็นข้าวสารกับชาวบ้านในภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งเป็นชุมชนที่ทำงานขับเคลื่อนปัญหาของชาวบ้านรวมกันมานาน เมื่อได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกัน ซึ่งชาวเลมีปลา ชาวกะเหรี่ยงและชาวอีสานมีข้าว จึงเกิดไอเดียปลาแลกข้าว ซึ่งภายในสัปดาห์หน้าเราเตรียมจะส่งปลาแห้งล็อตแรกไปแลกข้าวดอยจากชาวกะเหรี่ยงและข้าวหอมมะลิจาก จ.ยโสธร ซึ่งทางจังหวัดภูเก็ตรับปากชาวบ้านว่าจะสนับสนุนแนวคิดของชาวบ้าน และพร้อมส่งเสริมในระยะยาวให้เป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปหรือของดีประจำจังหวัด เพื่อช่องทางรายได้ของชุมชนต่อไป

“นอกจากจะนำข้าวสารและของจำเป็นมามอบให้ชุมชน ทั้งจังหวัดและเทศบาลพร้อมจะเปิดเส้นทางให้รถขนส่งปลาแห้งสามารถออกจากพื้นที่ และหาทางช่วยขนส่งปลาไปที่ภาคเหนือและอีสานให้สะดวกรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ชาวบ้านมีแผนร่วมมือกับชุมชนในพังงา ระนอง สตูลแปรรูปปลาแห้งจากอันดามันส่งไปแลกเปลี่ยนอาหารกับพี่น้องเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศ โดยไม่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว” นายสนิท กล่าว

นายสุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ หรือ ชิ สุวิชาน ศิลปินชาวปกาเกอะญอ และนักวิชาการศูนย์การจัดการภูมิวัฒนธรรม วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายกะเหรี่ยงภาคเหนือกำลังรวบรวมข้าวสารจากพี่น้องกะเหรี่ยงชุมชนต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน และจ.ตาก โดยตั้งเป้ารวบรวมให้ได้ 5,000 กิโลกรัม เพื่อส่งไปแลกเปลี่ยนกับปลาแห้งของชาวเลที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งล็อตแรกจะปิดรับข้าวสารภายในวันที่ 24 เมษายนนี้ โดยล่าสุดทางมูลนิธิชุมชนไท และศูนย์มานุษยวิทยา สิรินธรได้รับการติดต่อจากบริษัท 360 ทรัค จะสนับสนุนรถขนส่งข้างสารจากเชียงใหม่ถึงภูเก็ต จึงต้องเร่งรวบรวมข้าวสารให้ได้เร็วที่สุด แต่ยังติดปัญหาในแต่ละพื้นที่มีการปิดชุมชนห้ามเข้าออก จำเป็นต้องหาทีมขนส่งกลางเข้าไปรับข้าวสารออกมาจากชุมชนต่างๆ ซึ่งส่วนนี้ยังขาดแคลน