โดย สถานีข่าวซีเอ็นเอ (สิงคโปร์)

สรุปความโดย บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล

———————

แรงงานอพยพข้ามชาติกลายเป็นเป้าหมายในการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในมาเลเซีย หลังจากสิงคโปร์เผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ในกลุ่มแรงงานที่อาศัยในหอพักแออัด ตามด้วยทางการไทยพบการติดเชื้อจำนวนหนึ่งในสถานกักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จังหวัดสงขลา 

สถานีข่าวซีเอ็นเอ (CNA) ของสิงคโปร์รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ทางการของมาเลเซียได้จับกุมแรงงานที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 586 คนในบริเวณที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในเมืองหลวงกรุงกัวลาลัมเปอร์ในวันที่ 1 พฤษภาคมผ่านมาซึ่งเป็นวันแรงงานสากล ในจำนวนดังกล่าวมีผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยาและประชากรเด็กรวมอยู่ด้วย

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สหประชาชาติออกแถลงการณ์เตือนทางการมาเลเซียว่าแนวทางปฏิบัติต่อแรงงานและผู้อพยพซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางนั้น อาจผลักให้คนเหล่านี้ไปอยู่ในที่ซ่อนและขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล รวมถึงได้ขอร้องให้ทางการปล่อยผู้อพยพที่เป็นเด็กและผู้ปกครองจากการกักกัน เนื่องจากเกรงว่าการนำตัวแรงงานและผู้อพยพที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ไปยังสถานที่แออัดยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสมากขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียยืนยันว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานเหล่านี้เดินทางไปยังพื้นที่อื่นและหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 

     การจับกุมแรงงานอพยพที่ทางการเห็นว่ามีสถานะทางกฎหมายไม่ถูกต้องเกิดขึ้นหลังจากที่สังคมมาเลเซียแสดงความโกรธเกี้ยวต่อการเข้ามาและอาศัยอยู่ของแรงงานอพยพต่างชาติ โดยเฉพาะผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยา ก่อนหน้านั้นมีชาวมาเลเซียกลุ่มหนึ่งกล่าวหากว่าผู้อพยพเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อไวรัส และกลายเป็นภาระของรัฐในการใช้ทรัพยากรในการควบคุมโรค 

เรื่องนี้ทำให้รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นาย Ismail Sabri Yaakob ออกมาปฏิเสธข้อวิพากษ์ต่อการจับกุมแรงงานอพยพ และชี้แจงว่าคนที่ถูกจับกุมและควบคุมตัวเหล่านี้ได้รับการตรวจเชื้อแล้วพบว่ามีผลเป็นลบหรือไม่ได้ติดโควิด-19 ดังนั้นทางการได้นำผู้อพยพเหล่านี้ไปยังศูนย์กักกันเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

    “แม้ว่าผู้อพยพเหล่านี้จะอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ แต่สถานะของเขาก็ยังผิดกฎหมายอยู่” รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงระบุ อีกทั้งย้ำว่าการดำเนินการของรัฐไม่ได้เป็นการกระทำที่โหดร้ายต่อผู้อพยพแต่อย่างใด พวกเขาได้รับการดูแลอย่างดี ถึงกระนั้น รัฐยังต้องดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้พวกเขาอยู่ภายใต้กฎหมาย

    ปัจจุบัน มาเลเซียมีแรงงานต่างชาติที่จดทะเบียนราว 2 ล้านคน แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีอีกจำนวนมากที่อยู่โดยไม่มีเอกสารที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ รัฐบาลมาเลเซียยังไม่ให้การยอมรับอย่างเป็นทางการว่าคนเหล่านี้มีสถานะ “ผู้ลี้ภัย” (refugee) แต่มักนิยามว่าเป็น “ผู้อพยพที่ผิดกฎหมาย (illegal migrant)

    รายงานข่าวยังเปิดเผยอีกว่าบริเวณที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปจับกุมผู้อพยพทั้งหมดนั้นอยู่ไม่ไกลจากอาคาร 3 หลังที่ถูกประกาศล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากพบจำนวนการผู้ติดเชื้อถึง 235 รายในอาคารดังกล่าวที่มีผู้อาศัยอยู่ราว 9,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ

ขณะนี้ มาเลเซียมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 6,176 ราย และมีผู้เสียชีวิต 103 ราย ขณะที่นายรัฐมนตรีมาเลเซียเริ่มประกาศนโยบายผ่อนปรนลง หลังมาตรการล็อกดาวน์ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นธุรกิจบางประเภทได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้

———–

แหล่งที่มา: https://bit.ly/35oURJb

——————

หมายเหตุ-บทความชิ้นนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างศูนย์วิจัยนวัตกรรมสังคมเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กับ the Department of Southeast Asia Studies มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.