เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2563 ที่กระทรงงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของความล่าช้าในการจ่ายเงินกรณีว่างงานซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า สำนักงานประกันสังคม(สปส.)ได้ทยอยจ่ายเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งจากจำนวนผู้มีสิทธิ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 จำนวน 990,523 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่วินิจฉัยอนุมัติแล้ว จำนวน 492,273 ราย เป็นเงินจำนวน 2,563.612 ล้านบาท ซึ่งตนได้สั่งการให้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แล้วเสร็จงวดแรก ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 

ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า สำหรับในกรณีที่สถานประกอบการที่หยุดประกอบกิจการชั่วคราว และไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สปส.ขอให้สถานประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งดำเนินการรับรองการหยุดของลูกจ้าง ซึ่งพบว่ามีผู้ประกันตน จำนวน 289,104 ราย ที่รอนายจ้างเข้ามารับรองสิทธิ สถานประกอบการกลุ่มนี้ จะได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน รวมทั้งได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากสปส. เร่งรัดให้เข้ามารับรองการหยุดงานของลูกจ้าง ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

“งานนี้เป็นงานยากเป็นพิเศษโดยไม่มีข้อแก้ตัว เพราะงานแจกของที่อื่นพอเขียนกฏหมายสำเร็จก็แจกได้เลย แต่งานของเราบังคับลูกจ้างและนายจ้างไม่ได้ นายจ้างก็ไม่ได้มีหน้าที่เอาใจลูกจ้าง เราทำช้าเพราะมีหลายสาเหตุ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงานกล่าว

ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของสปส.ต้องรอคน 5,000 คนหรือ 50,000 คนถึงจะทำได้ครั้งหนึ่ง ตอนนี้ได้สั่งการห้ามทำงานอื่น ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ปรากฏว่าคอมพิวเตอร์ชุดนี้ที่มีมูลค่ากว่า 2,894 ล้านบาท คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติว่าผู้ที่ดำเนินการมีความผิดและต้องคืนเงิน 556 ล้านบาทซึ่งตนไม่ได้ทราบเรื่องมาก่อน ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของระบบประกันสังคมไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่อยากให้เป็น อย่างไรก็ตามความล่าช้าที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าไปช่วยสปส.

“เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะฮาร์ดแวร์มันไม่เวิร์ค ที่ซื้อปี 2552 มีการร้องเรียนและป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วว่าไม่ถูกต้อง และให้ปรับผู้ดำเนินการ ผมเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้เอง เพียงแต่ผมก็สังเกตเห็นว่าทำไมคอมพิวเตอร์ถึงไม่เดิน ทั้งๆ ที่คอมพิวเตอร์สมัยนี้ทำอะไรได้เยอะแยะ แต่ที่นี่ต้องรอ เป็นเพราะโครงสร้างคอมพิวเตอร์ที่มันไม่เวิร์ค ผมก็ตกใจเหมือนกันว่าข้าราชการถูกปรับ 556 ล้านบาท เมื่ออุทธรณ์ก็แพ้อุทธรณ์ ผมเคยทำข้าราชการมานาน ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ภายในวันที่ 18 พฤษภาคม หากผู้ประกันตนที่ยื่นเรื่องมายังไม่ได้รับเงินขอให้อุทธรณ์มาได้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการพูดกันว่าอาจมีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิมากถึง 2 ล้านคนหรือ 5 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น สปส.ก็หน้ามืดเหมือนกัน แต่วันนี้เราเมื่อมีผู้มาขอใช้สิทธิไม่ถึง 1 ล้านคน ทำให้มีเงินจ่ายได้ ยกเว้นเมื่อถึงสิ้นปีแล้วสถานการณ์ของอเมริกาและยุโรปยังแย่จนไม่มีใครซื้อของจนทำให้คนตกงานจำนวนมากและมาขอใช้มาตรการนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งหากถึงตรงนั้นก็คงต้องออกมาตรการชุดใหม่ขึ้นมา อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้เพิ่มการจ่ายเงินว่างงานจาก 62% ของเงินเดือนเป็น 75% เพื่อให้เท่ากับกรณีที่นายจ้างสั่งให้หยุดงานและจ่ายเงินให้ลูกจ้าง 75% ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือนายจ้างด้วย เพราะหากช่วยเหลือแรงงานอย่างเดียวโดยไม่ช่วยนายจ้างก็จะไปไม่รอด ซึ่งขณะนี้มีนายจ้างกว่า 3 แสนคนที่กำลังจ่ายเงินในลักษณะนี้อยู่ 

“นอกจากนี้เราจะเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ลดการจ่ายเงินประกันสังคมให้นายจ้างจาก 5% เหลือ 1% ด้วย คือนายจ้างไม่ต้องเสียเงิน แตกต่างจากลดให้ลูกจ้างซึ่งเท่ากับเป็นการได้เงินเพราะได้เงินชราภาพ จริงๆ แล้วผมไม่ต้องการพูดอะไรมาก เพราะต้องให้ผ่านคณะรัฐมนตรีก่อน แต่ผมมั่นใจค่อนข้างมากเพราะมีสัญญาณส่งมาถึงผมด้วย ไม่ใช่ผมคิดเองทำเอง กรณีที่รัฐบาลได้พบนักธุรกิจและแรงงาน เขาส่งสัญญาณให้ผมดูใหม่อีกทีได้หรือไม่ คราวที่แล้วเข้าใจดีเพราะไม่รู้ว่าเราต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าแค่ 1 ล้านคน ต้องจ่าย 2.5 หมื่นล้านบาท ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงแรงงานแจ้งว่า เหตุการณ์ทุจริตคอมพิวเตอร์ 2.8 พันล้านบาทของ สปส.ได้เป็นข่าวโด่งดังเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการล็อคสเปคให้กับบางบริษัทซึ่งมีนักการเมืองใหญ่เป็นผู้สั่งการไปยังผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบและร้องเรียนไปยังป.ป.ช. และในที่สุดป.ป.ช.ได้มีการชี้มูลความผิดไปยังอดีตผู้บริหารของ สปส.

ข่าวแจ้งว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์ของ สปส.ใหม่เพื่อให้ทันสมัยและรองรับกับฐานผู้ประกันตนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากภายในสำนักงานประกันสังคมได้เกิดความแตกแยก และผู้บริหารระดับสูงต่างสนับสนุนบริษัทที่ใกล้ชิดตัวเอง และเมื่อมีการชงเรื่องเพื่อประมูลระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ก็มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ 

ข่าวแจ้งว่า เมื่อเดือนก่อน คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีและสารสนเทศ จำนวน 6 คนซึ่งเป็นนักวิชาการด้านไอทีจากสถาบันการศึกษาชื่อดัง ได้พากันลาออกเนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ที่นำเสนอซึ่งเป็นระบบแอพพลิเคชั่นที่สามารถเก็บฐานข้อมูลได้มากกว่าระบบเมนเฟรมที่ใช้ในปัจจุบัน ถูกผู้มีอิทธิพลบางรายแทรกแซงกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ตามได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทนและประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าระบบคอมพิวเตอร์ใหม่นี้จะเป็นอย่างไรและให้บริษัทไหนเข้ามาดำเนินการ

——————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.