เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 17.00 น. นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม เดินทางไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมากลับประเทศ โดย 1 ในนั้นคือนางสาว วา วา ทวย อายุ 30 ปี ซึ่งตั้งท้องได้ 4 เดือน และมาขอความช่วยเหลือให้กระทรวงแรงงาน ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งกลับประเทศเพื่อกลับไปหาสามีและญาติพี่น้อง เนื่องจากตนเองตกงานเพราะสถานประกอบการปิดกิจการจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 จึงไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ ต้องขออาศัยอยู่กับเพื่อนใกล้ที่ทำงานในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งก่อนหน้านี้สามีของนางสาววา วา ได้เดินทางกลับประเทศเมียนมา เพื่อไปต่อใบอนุญาตทำงาน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 จึงไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้

นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ทันทีที่ทราบเรื่อง กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยให้ความสำคัญกับแรงงานทุกคนที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษชน เพื่อให้ได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอย่างเท่าเทียมกันโดยได้ประสานไปยังทูตแรงงานเมียนมาประจำประเทศไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม และสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐมตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อบูรณาการให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและขั้นตอนการเดินทางของแรงงานต่างด้าวหญิงชาวเมียนมารายนี้

นางเธียรรัตน์กล่าวว่า ในวันนี้กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พานางสาว วา วา ทวย มาส่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต) โดยออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ เพื่อให้ได้นั่งรถทัวร์จากกรุงเทพไปยังด่านชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และเดินทางเข้าสู่ประเทศเมียนมา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการที่ทางการเมียนมากำหนด และเมื่อผ่านการกักตัวครบแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ของทางการเมียนมาไปส่งที่บ้านเพื่อให้พบกับสามีและญาติพี่น้องของเธอต่อไป

นางสาว วาวา รู้สึกขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานและตม. และรู้สึกดีใจมากๆ ที่จะได้กลับบ้าน โดยก่อนเดินทางตนได้ไปหาหมอ ซึ่งหมอก็ได้ให้ยามากินระหว่างเดินทางเพราะตนแพ้ท้องมาก อย่างไรก็ตามที่รู้สึกกังวลคือเมื่อข้ามด่านและต้องถูกกักตัว 21 วันตามมาตรการของทางการพม่าเพราะตนไม่รู้จักใครเลย และไม่รู้ว่าสถานที่นั้นอยู่ที่ไหน

นางสาววา วา กล่าวว่าจริงๆ แล้วพลาสปอร์ตที่ตนเดินทางมาทำงานในประเทศไทยยังไม่หมดอายุเหลืออีก 1 ปี แต่เพราะสถานการณ์รอบด้านบีบบังคับทำให้ต้องเดินทางกลับ ส่วนอนาคตหลังจากคลอดลูกแล้วจะเดินทางกลับมาทำงานอีกหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ใจเพราะต้องรอให้คลอดลูกเรียบร้อยก่อนและต้องปรึกษาครอบครัว แต่ที่เมืองมัณฑะเลย์นั้น ไม่ค่อยมีงานให้ทำ ตนและเพื่อนๆ จึงต้องเข้ามาหางานทำในประเทศไทยโดยเสียค่าใช้จ่ายกว่า 1 หมื่นบาท

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศได้จัดส่งแรงงานข้ามชาติกลับประเทศต้นทางโดยผ่านด่าน อ.แม่สอด จ.ตาก โดยงวดแรงงานได้ส่งกลับไปจำนวน 211 คน จากที่มีแรงงานพม่ามาลงทะเบียนไว้ทั้งหมด 549 ราย และในวันเดียวกันนี้ได้ส่งกลับอีก 338 ราย นอกจากนี้ยังมีการส่งแรงงานพม่าออกทางด่านระนองอีก 67 คน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.