เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.00 น.ที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ เทศบาลเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ชาวบ้านจาก อ.จะนะ และในเมืองสงขลา กว่า 50 คน เดินทางไปต้อนรับการกลับบ้านของ น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ “ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ” ภายหลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ 10 วัน เพื่อเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทบทวนโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยชาวบ้านได้รวมตัวกันที่หน้าสถานีรถใหญ่ มีป้ายผ้าเขียนข้อความต้อนรับกลับบ้านลูกสาวแห่งทะเลจะนะ

ทันทีที่ น.ส.ไครียะห์ เดินทางออกมาจากอาคารสถานีรถไฟ ตัวแทนชาวบ้านได้เข้าสวมกอด มอบดอกไม้ และกล่าวต้อนรับกลับบ้าน จน น.ส.ไครียะห์ ถึงกับกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันไว้ไม่อยู่ บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น 

หลังจากนั้น น.ส.ไครียะห์ กล่าวกับชาวบ้านว่า การไปกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ตนได้ยื่นหนังสือต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) เรียกร้องให้หยุดโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต เพื่อให้รัฐบาลทบทวนความเหมาะสมโครงการ และหยุดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 ก.ค.นี้ รวมทั้งให้ตรวจสอบการทำงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้(ศอ.บต.) อีกทั้งได้ยื่นเสนอแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องพื้นที่จะนะ และควรมีการศึกษาแนวทางที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“ต้องศึกษาศักยภาพพื้นที่ ไม่ใช่เอาของดีไปแลกกับนิคมอุตสาหกรรม และตรวจสอบ ศอ.บต. เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่กำลังเกิด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารอยู่เต็มพื้นที่ และกำลังเกิดความแตกแยก ซึ่ง กอ.รมน.มีหน้าที่รักษาความมั่นคงของจังหวัดชายแดนใต้ แต่ตอนนี้กำลังสร้างความแตกแยกให้กับชาวบ้านซึ่งเรารับไม่ได้ ส่วนการไปยื่นหนังสือต่อรัฐสภา และกรมโยธาธิการและผังเมือง ทำให้เห็นว่าผู้บริหารประเทศช่วยเราไม่ได้เลย จึงไปยื่นหนังสือต่อยูเอ็นให้ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพราะเหตุการณ์กำลังลุกลาม มีการคุกคามไปถึงบ้านชาวบ้าน สอบถาม ข่มขู่ ต้องการให้ยูเอ็นติดตามเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด” น.ส.ไครียะห์ กล่าว

ด้าน น.ส.วรรณิศา จันทร์หอม เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เปิดเผยว่า การจัดเวทีรับฟังความเห็นโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จัดโดย ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่โรงเรียนจะนะวิทยา อ.จะนะ ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ มีกำลังตำรวจ ทหาร เข้ามาเตรียมปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยล่วงหน้าถึง 3 วัน โดยกันไม้ให้บุคคลภายนอกเข้าไปในบริเวณพื้นที่ นอกจากนี้ทั่ว อ.จะนะ ตำรวจและทหารเฝ้าติดตามแกนนำชาวบ้านที่คัดค้านโครงการ ถึงขั้นตามไปสอบถามแนวการเคลื่อนไหวถึงที่บ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ถือเป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยอย่างสันติ ส่วนในเวทีรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถได้เข้าไปในเวทีได้หรือไม่ เพราะตามเอกสารระบุผู้มีสิทธิเข้าร่วมเวทีได้ ต้องมีภูมิลำเนาหรือมีที่ดินใน 3 ตำบล คือ ต.ตลิ่งชัน ต.สะอม ต.นาทับ เท่านั้น และมีการกำหนดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพียง 3 ชั่วโมง เหมือนเป็นการรวบรัดกระบวนการให้จบโดยเร็ว

“การคุกคาม การข่มขู่ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกินความคาดหมายของชาวบ้าน เพราะเป็นวิธีการเดิมๆ ที่รัฐใช้กับชาวบ้านจะนะมาโดยตลอด ตั้งแต่เวทีเล็กจนเวทีใหญ่นี้ ก็เพื่อรวบรัดขึ้นตอนให้เวทีผลักดันโครงการ แต่ผลกระทบ ดิน น้ำ อากาศ ไม่ได้กระทบแค่ 3 ตำบล แต่จะกระทบกว้างกว่าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินนับร้อยเท่า คงเป็นเหมือนเช่นเวทีอื่นๆ ที่พยายามกันคนคัดค้านไม่ให้เข้าไปในเวทีและจัดตั้งคนเข้าไปยกมือเห็นด้วย เพื่อให้เวทีผ่าน” น.ส.วรรณิศา กล่าว

แหล่งข่าวจากรัฐสภาเปิดเผยว่า ในรายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในคณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งอยู่ระหว่างการเสนอไปยังสภาผู้แทนฯโดยส่วนหนึ่งได้กล่าวถึงโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ ว่าจากข้อมูลและข้อคิดเห็นจากภาคประชาชนระบุถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนมีอย่างจำกัดมาก ศอ.บต.ไม่มีการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างเปิดเผย มีเพียงการจัดเวทีเล็กๆในชุมชน 31 ครั้ง ซึ่งมีคนส่วนน้อยที่ได้ร่วมและไม่มีความชัดเจนในการให้ข้อมูลโครงการ การจัดเวทีที่ผ่านมาเป็นเพียงการระดมปัญหาชาวบ้านประสบ เช่น การถือครองที่ดิน การประกอบอาชีพ ไปให้ศอ.บต. แก้ปัญหาเท่านั้น และศอ.บต.ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลให้กับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 ตำบลที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประชาชนในพื้นที่ต้องการทราบว่า ใครเป็นคนกว้านซื้อ ปัจจุบันที่ดินอยู่ในมือใคร จำนวนเท่าใด ความโปร่งใสในเรื่องการกว้านซื้อและถือครองที่ดินจะนำมาซึ่งความเข้าใจต่ออนาคตที่เกิดขึ้นที่จะนะ ที่ดินบริเวณตำบลนาทับ หลายพื้นที่ชาวบ้านบอกว่าเป็นที่ดินสาธารณะ แต่ต่อมาสามารถออกโฉนดได้ ซึ่งอาจเป็นการออกโฉนดโดยมิชอบ และมีการขายให้แก่ผู้รวบรวมที่ดิน กรณีดังกล่าวที่มีการลื่อกันนั้น ขอให้รัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัจจุบันทราบอย่างไม่เป็นทางการว่ามีการกว้านซื้อที่ดินอย่างมโหฬารเพื่อเตรียมขายต่อเพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม” ”แหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการฯกล่าวถึงเนื้อหาในผลการศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 11 กรกฎาคม ศอ.บต.ได้จัดเวทีรับฟังความเห็นในโครงการฯ ทำให้บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากโครงการนี้เกิดความขัดแย้งสูง ดังนั้นประชาชนทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจึงต้องการเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก จนหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะเกิดการปะทะกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่​ ร่วมวางมาตรการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน​ที่จะเดินเข้าร่วมแสดงและรับฟังความเห็นเกี่ยวกับโครงการเมืองต้นแบบที่4 เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต

พันตำรวจตรีทิวธวัช นครศรี  ผู้บัญชาการสถานีตำรวจภูธร​ จ.สงขลา​ กล่าวถึงแผนการอำนวยความสะดวกการจราจรบริเวณ​ถนนหน้าโรงเรียนจะนะวิทยาว่า​ ภายหลังมีการร้องขอการดูแลรักษาความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่โรงเรียนจะนะวิทยา ก็ได้มีการดำเนินการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด​ และหน่วยงานความมั่นคงของ​ กอ.รมน.ภาค 4 และมอบภารกิจในการดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัย​ และวางมาตรการการดูแลการจราจร​ในวันพรุ่งนี้​ เพราะเชื่อว่าจะมีกลุ่มประชาชนมาร่วมให้ความคิดเห็นในโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้มีการจราจรที่หนาแน่น​ ติดขัดบ้างเล็กน้อย​ จึงขอให้พี่น้องประชาชนที่จะใช้เส้นทางผ่านบริเวณหน้าโรงเรียนจะนะวิทยา ให้เลี่ยงเส้นทางไปใช้เส้นทางอื่น​ เพื่อลดปัญหาการจราจร​ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ สภ.จะนะ​ และสงขลามีแผนสำรอง​ จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่​และป้าย​ เพื่อบอกเส้นทางเลี่ยง​ ในการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องที่จำเป็นต้องผ่านเส้นทางนี้​ เพื่อให้ถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว

ผู้บัญชาการสถานีตำรวจภูธร​ จ.สงขลา​ เผยอีกว่า​ สำหรับการดูแลความสงบเรียบร้อยภายในโรงเรียน​ มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้ดูแล​ รักษา​ความปลอดภัย​ไว้​ด้วยเช่นกัน​ เพราะได้รับข่าวสารจากสื่อมวลชนว่า​ ประชาชนที่จะเข้าร่วมเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันพรุ่งนี้​ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง​ จึงขอร้องให้แสดงความคิดเห็นด้วยเหตุและผล​ ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย​ โดยทางสภ.มีการประกาศแจ้งเตือนแก่พี่น้องประชาชนและประสานงานกับผู้นำชุมชนในพื้นที่เอาไว้ในระดับหนึ่ง​ เพื่อแจ้งเตือนมาตรการอำนวยความสะดวกสำหรับวันพรุ่งนี้

/////////////////////

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.