เมื่อวันที่ 24  สิงหาคม 2563 หลายหมู่บ้านตลอดลุ่มน้ำสาละวิน ตั้งแต่พื้นที่ในเขตรัฐฉาน ประเทศพม่า จนถึงชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปจนถึงเมืองพะอันในรัฐกะเหรี่ยง ต่างถูกน้ำท่วมเนื่องจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแม่น้ำสาละวิน โดยในเขตประเทศไทยนั้น หลายหมู่บ้านริมแม่น้ำสาละวินในเขตอำเภอสบเมยและแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ต่างถูกน้ำท่วมสูง

นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน กล่าวว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำสาละวิน ที่บ้านแม่สามแลบ ต.แม่สามแลบ อ.แม่สะเรียง เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่วมบันไดลงท่าเรือ และระดับน้ำสูงจนทำให้ศาลาพักผ่อนริมแม่น้ำจมเกือบมิดหลังคา โดยระดับน้ำยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านแม่สามแลบจำนวนหลายหลังคาเรือนต้องพากันเร่งรีบอพยพข้าวของขึ้นที่สูง ขณะที่เจ้าของเรือนแพที่ค้าขายสินค้าที่ท่าเรือต้องอยู่เฝ้าแพเพื่อคอยปรับเชือกให้ทันกับระดับน้ำที่สูงขึ้น 

“ชาวบ้านหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำสาละวินท่วมสูงขนาดนี้ ล่าสุดถนนในหมู่บ้านแม่สามแลบส่วนหนึ่งถูกน้ำท่วมแล้ว ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปหมู่บ้านท่าตาฝั่งและอุทยานแห่งชาติสาละวินได้”นายพงษ์พิพัฒน์ กล่าว

นายบุญช่วย ขัติยะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่าระดับน้ำในแม่น้ำสาละวินเพิ่มขึ้นสูงมากจนเกือบถึงศาลาชมวิว วันนี้จึงจัดสินใจระงับเรือรับส่งนักเรียน จากบ้านพะลาอึ (หมู่บ้านบริวาร) ที่ต้องเดินทางมาโรงเรียนสบเมยโดยเรือ เนื่องจากน้ำสูง เกรงว่าจะได้รับอันตราย โดยเด็กนักเรียนกลุ่มนี้มีจำนวน 53  คน โดยปกติโรงเรียนและหมู่บ้านได้จัดเรือไปรับส่งทุกเช้าเย็น  

รายงานข่าวแจ้งว่า หลายพื้นที่ในฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองพล 5 ของกองกำลังสหภาพชนชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณน้ำในแม่น้ำสาละวินที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในค่ายผู้อพยพอิตุท่าซึ่งมีชาวบ้านทีหนีภัยการสู้รบอาศัยอยู่ 322 ครอบครัว จำนวน 2,176 คน ซึ่งขณะนี้มีบ้านถูกน้ำท่วมแล้ว 19 หลัง และอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง 40 หลัง นอกจากนี้โรงพยาบาลค่าย โรงเรียนอย่างน้อย 3 แห่งซึ่งมีนักเรียนกว่า 550 คนต่างถูกน้ำท่วม เช่นเดียวกับค่ายผู้อพยพอูแวโกล ซึ่งมีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 700 คนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้าจากปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นสูง

ข่าวแจ้งว่า ขณะนี้แม่น้ำสาละวินตอนบนในเขตรัฐฉาน หรือแม่น้ำคงในภาษาไทใหญ่ ปริมาณน้ำได้เพิ่มระดับขึ้น ท่วมบ้านเรือนหลายหมู่บ้านเช่นเดียวกัน โดยที่ชุมชนท่าสบเต็งซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำเต็งไหลมาบรรจบแม่น้ำสาละวิน อยู่ในเขตเมืองลางเคอ ตรงข้ามอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน น้ำที่สูงขึ้นได้สร้างความเสียหายให้กับชุมชนอย่างหนักในรอบ 30 ปี นอกจากนี้ในหลายหมู่บ้านของเมืองพะอันในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งอยู่ริมแม่น้ำสาละวินต่างก็ถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน

ขณะที่เว็บไซต์ข่าวจีน cnr.cn ได้อ้างอิงข้อมูลจาก CCTV ว่าช่วงที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของมณฑลยูนนาน จีน ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังน้ำหลากท่วมในทุกลุ่มน้ำในมณฑลยูนนาน ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำสายหลักต่างๆ ทั้งแม่น้ำจิงสา (แยงซีตอนบน) แม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขงตอนบน) แม่น้ำนู่เจียง (สาละวินตอนบน) และแม่น้ำสาขาของอิรวดี

อนึ่ง แม่น้ำสาะวิน เป็นแม่น้ำนานาติที่มีต้นกำเนิดเดียวกับแม่น้ำโขง และแม่น้ำแยงซี คือบนที่ราบสูงทิเบต ทางตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย  แม่น้ำสาละวินไหลผ่านมณฑลยูนนาน ซึ่งไหลคู่ขนานกับแม่น้ำโขงและแยงซีตอนบน บริเวณดังกล่าวมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ จนได้รับการประกาศจากยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ (Three Parallel Rivers World Natural Heritage) จากนั้นแม่น้ำสาละวินไหลลงสู่พม่า ทางรัฐฉานตอนบน ไหลผ่านภาคกลางของรัฐฉาน ผ่านรัฐคะเรนนี (รัฐคะยา) ไหลเข้าสู่รัฐกะเหรี่ยง ไหลเป็นพรมแดนไทยพม่า ที่ จ.แม่ฮ่องสอน และไหลเข้าสู่พม่าอีกครั้ง ลงทะเลอันดามันที่เมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ รวมความยาวทั้งสิ้น ประมาณ 2,800 กิโลเมตร มีลักษณะเฉพาะคือเป็นแม่น้ำสายใหญ่ของโลกที่ยังคงไหลอิสระ ไม่มีเขื่อนกั้น

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.