เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2563 รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากน้ำท่วมเพราะพนังกั้นน้ำในแม่น้ำยมพังทลายซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมโยธาและผังเมือง โดยต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในเรื่องน้ำหลากและน้ำท่วม เวลานี้ทุกจังหวัดได้มีการสั่งการให้ทำแผนที่น้ำแต่ละจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำหลาก ไม่ใช่ต้องแก้ไขปัญหาทุกปี


 
รอ.ธรรมนัส กล่าวว่า น้ำที่ไหลไวได้สร้างความเสียหายมากให้กับประชาชน 3 อำเภอ รัฐบาลเป็นห่วงหลังน้ำลด ต้องสำรวจว่าความเสียหายโดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรเพื่อให้รัฐบาลเยียวยา ขณะเดียวกันในเรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
 
“ก่อนหน้านี้พี่น้องในจังหวัดสุโขทัยเรียกร้องให้ผมลงมาแก้ปัญหาภัยแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันพี่น้องในพื้นที่กลับถูกน้ำท่วม ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ”รอ.ธรรมนัส กล่าว
 
รอ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน ปัญหาที่ผู้ว่าฯและประชาชนต้องการคือประตูชะลอน้ำ ที่สำคัญคือไม่มีที่รองรับน้ำ ทำให้น้ำไหลลงแม่น้ำยมหมด ดังนั้นควรมีการศึกษาการสร้างแก่งเสือเต้นให้ดีว่ามีผลกระทบหรือไม่ อย่างไร เพราะสำคัญมาก ซึ่งตอนนี้โครงการสร้างเขื่อนน้ำปี้ จ.พะเยา กั้นต้นน้ำยมใกล้เสร็จสิ้นแล้ว หากเสร็จก็จะช่วยกักน้ำไว้ได้ส่วนหนึ่ง หากมีโครงการที่แพร่กักน้ำไว้อีกส่วนหนึ่ง และสุโขทัยอีกส่วนหนึ่ง ปัญหาจะไม่รุนแรงเท่านี้
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นสร้างความขัดแย้งมานาน หากร้องการรื้อฟื้นจะต้องดำเนินการอย่างไร รอ.ธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าในกับพี่น้องเอ็นจีโอ ทุกอย่างหากมีเหตุผลรองรับเชื่อว่าเอ็นจีโอก็รับฟัง แต่ที่ผ่านมาไม่มีการเอาจริงเอาจังหรือมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ตนได้หารือกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ที่ดูแลพื้นที่สุโขทัย ว่าถ้าเราจับมือกันแล้วคุยกับประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเอ็นจีโอว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าทำได้และต้องรีบทำ เพราะอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าเอ็นจีโอยอมรับฟัง


 
รอ.ธรรมนัส กล่าวว่า น้ำที่ไหลไวได้สร้างความเสียหายมากให้กับประชาชน 3 อำเภอ รัฐบาลเป็นห่วงหลังน้ำลด ต้องสำรวจว่าความเสียหายโดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรเพื่อให้รัฐบาลเยียวยา ขณะเดียวกันในเรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
 
“ก่อนหน้านี้พี่น้องในจังหวัดสุโขทัยเรียกร้องให้ผมลงมาแก้ปัญหาภัยแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันพี่น้องในพื้นที่กลับถูกน้ำท่วม ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ” รอ.ธรรมนัส กล่าว
 
รอ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนได้เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อน ปัญหาที่ผู้ว่าฯและประชาชนต้องการคือประตูชะลอน้ำ ที่สำคัญคือไม่มีที่รองรับน้ำ ทำให้น้ำไหลลงแม่น้ำยมหมด ดังนั้นควรมีการศึกษาการสร้างแก่งเสือเต้นให้ดีว่ามีผลกระทบหรือไม่ อย่างไร เพราะสำคัญมาก ซึ่งตอนนี้โครงการสร้างเขื่อนน้ำปี้ จ.พะเยา กั้นต้นน้ำยมใกล้เสร็จสิ้นแล้ว หากเสร็จก็จะช่วยกักน้ำไว้ได้ส่วนหนึ่ง หากมีโครงการที่แพร่กักน้ำไว้อีกส่วนหนึ่ง และสุโขทัยอีกส่วนหนึ่ง ปัญหาจะไม่รุนแรงเท่านี้
 
ผู้สื่อข่าวถามว่าโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นสร้างความขัดแย้งมานาน หากร้องการรื้อฟื้นจะต้องดำเนินการอย่างไร รอ.ธรรมนัสกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าในกับพี่น้องเอ็นจีโอ ทุกอย่างหากมีเหตุผลรองรับเชื่อว่าเอ็นจีโอก็รับฟัง แต่ที่ผ่านมาไม่มีการเอาจริงเอาจังหรือมีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ตนได้หารือกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  ที่ดูแลพื้นที่สุโขทัย ว่าถ้าเราจับมือกันแล้วคุยกับประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเอ็นจีโอว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าทำได้และต้องรีบทำ เพราะอะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าเอ็นจีโอ ยอมรับฟัง

นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ กล่าวว่า การคิดจะสร้างวันนี้ด้วยเหตุผลอะไร วิเคราะห์ดูให้ดี ถ้าจะเอาสถานการณ์น้ำท่วมแพร่ และสุโขทัยตอนนี้ แล้วจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นมาผลักดัน คิดว่าวิเคราะห์ให้ดี เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ควรวิเคราะห์สถานการให้ดี เอาแต่โจทย์น้ำท่วมมาก็ไม่ถูก คิดให้ดี ต้องสังเคราะห์และวิเคราะห์ทุกมิติ

นายหาญณรงค์กล่าวว่า เรื่องแก่งเสือเต้นพูดกันมานาน แต่ชาวบ้านไปไกลมากแล้ว รอ.ธรรมนัส อย่าดึงปัญหาให้ถอยหลัง ควรดูทั้งลุ่มน้ำและดูทุกๆ มิติมากกว่า

“ถ้าคิดจะสร้างก็ควรถามชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ และจะต้องมีการศึกษาใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็ต้องศึกษา้ นั่นคือจะต้องฟังชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบด้วย ผมคิดว่าจะอย่างไรคนสะเอียบคงไม่ยอม คุณธรรมนัส ลองไปถามชาวบ้านในพื้นที่เองได้ ว่าเอามั้ย” นายหาญณรงค์กล่าว
——-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.