เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่จังหวัดตรัง เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตร    ย่านตาขาว จำกัด สาขาทุ่งค่าย ซึ่งมีการรวบรวมผลผลิตจากยางพาราทั้งยางแผ่นรมควัน ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด จากสมาชิก 5,645 รายและเครือข่ายส่งขายยังตลาดกลางยางพาราและบริษัทเอกชน มียอดรวบรวมยางพารากว่า 12,000 ตัน มูลค่าว่า 538 ล้านบาท จากนั้นนำคณะประกอบด้วย ที่ปรึกษารัฐมนตรี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง หัวหน้าคลังจังหวัดตรัง ผู้บริหารธกส. ร่วมประทานอาหารกลางวันเมนูพื้นเมืองนาหมื่นศรี ต.นาหมื่นศรี อ.นาโยง อาทิ แกงขี้มิ่น(แกงขมิ้น) แกงส้มปลากะพงลูกมะอึกมันขี้หนู ปลาเต้าเจี้ยว ต้มกะทิยอดเม่า ผักเหรียงผัดไข่ และข้าวสวยพื้นเมืองพันธุ์เล็บนก ที่ศาลากลางนาทุ่งทอรัก ภายในศูนย์การเรียนรู้เกษตรหัตถกรรมผ้าทอนาหมื่นศรี ซึ่งเป็นอีกกิจการต่อยอดของวิสาหกิจชุมชนฯในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนบนเนื้อที่ 8 ไร่ ที่เริ่มทดลองปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทำนา โดยมีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางสาวอารอบ เรืองสังข์ ประธานวิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรี และเจ้าหน้าที่จากธกส.ตรังร่วมต้อนรับ ทั้งนี้นายอาคมได้ปรารถว่าชื่นชอบอาหารปักษ์ใต้มาก เพราะรสชาติอร่อยถูกปากและหากินยาก และดีใจที่ได้มากินถึงที่ ถึงที่กทม.จะมีร้านอาหารใต้ แต่รสชาสอร่อยสู้มากินที่ปักษ์ใต้ไม่ได้


 
จากนั้น นายอาคมได้นั่งรถรางของอบต.นาหมื่นศรีชมบรรยากาศในหมู่บ้าน ก่อนเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนทอผ้านาหมื่นศรี ชุมชนผ้าทอโบราณกว่า 200 ปี โดยปัจจุบันยังคงทอผ้าและแปรรูปผ้าทอมือ เป็นผ้าขาวม้า ผ้าถุงและผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดเสื้อและของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มีสมาชิก 155 ราย สร้างรายได้ให้กลุ่มกว่า 8 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ดีจากพิษการแพร่ระบาดของโควิด19 ทำให้ได้รับผลกระทบต่อความคล่องตัวในการชำระหนี้ 10 กว้าล้านบาท โดยธ.ก.ส. ให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียน พร้อมให้ความรู้ การกำหนดแผนธุรกิจ และประสานเครือข่ายจากทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยดีมาตลอด โดยนายอาคมได้สอบถามปัญหาอุปสรรค พร้อมให้คำแนะนำตลอดจนมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยสนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถเพื่อลดภาระหนี้และดอกเบี้ย โดยใช้ช่องทางตามมาตรการของรัฐที่มีอยู่ นอกจากนี้นายอาคมยังให้ความสนใจสอบถามรายละเอียดทั้งประวัติผ้าทอลายโบราณ อาทิ ลายครุฑ นกการเวก แก้วชิงดวง ราชวัตร ชมกระบวนการทอ การจัดวางสินค้า และชมพิพิธภัณฑ์ผ้าทอซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลสนับสนุนจัดสร้างเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมประวัติผ้า ตัวอย่างผ้า ตำนานเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งร่วมทำขนมฝามี ขนมพื้นเมืองนาหมื่นศรีกับชาวบ้านด้วยความเป็นกันเอง


 
นายอาคม กล่าวภายหลังเยี่ยมชม ว่า วิสาหกิจชุมชนผ้าทอนาหมื่นศรีถือเป็นอีกชุมชนที่สามารถสร้างความเข้มแข็งจากเศรษฐกิจฐานราก และร้านผ้าทอนาหมื่นศรีเป็นร้านที่เข้าร่วมมาตรการคนละครึ่ง จึงอยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมาเป็นส่วนหนึ่งของการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน แล้วยังเป็นการช่วยร้านค้าในการจ้างงานในพื้นที่และเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ชุมชนนาหมื่นศรีมีความฉับไวดำเนินการตามมาตรการคนละครึ่งเพื่อส่งเสริมยอดขาย และถูกทางแล้วที่วิสาหกิจชุมชนฯมีการปรับตัวเอง จากทอผ้า สู่การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนที่กำลังเริ่มต้นทำ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจขณะนี้ ไทยต้องเที่ยวไทย เขาต้องขายคนไทย ตนได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนเต็มที่ในเรื่องการการผลิต แปรรูป และการตลาด ที่สำคัญคือด้านการประชาสัมพันธ์


 
นายอาคมกล่าวว่า สำหรับมาตรการสำคัญของกระทรวงการคลังในเรื่องส่งเสริมภาคท่องเที่ยวรวมถึงท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งจะมีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจรที่จ.ภูเก็ตในวันที่ 3 พ.ย.นี้ ก็จะมีส่วนช่วยได้ โดย กระทรวงการคลังเตรียมหารือภาคเอกชนอย่างสายการบินต่างๆ ในการจำหน่ายราคาตั๋วที่ถูกลง และอาจจะมีการเพิ่มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งทางกระทรวงการคลังจะได้เตรียมหารือกับทางสายการบินต่อไป
…….

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.