การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้อย่างมหาศาล และเกิดผลกระทบกว้างขวางที่สำคัญคือการสร้างความมยากลำบากให้กับประชาชนจำนวนมาก ซึ่งไมตรี จงไกรจักร์ ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท เล่าให้ฟังว่ามูลนิธิชุมชนไท เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ทำงานกับกลุ่มคนชายขอบ กลุ่มคนเปราะบาง คนไร้สิทธิสถานะ คนไร้สิทธิในที่ดิน และชุมชนเสี่ยงภัยพิบัติ  โดยเฉพาะทำงานกับชุมชนของพี่น้องชาวเลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต สิทธิชุมชน และเรื่องศิลปวัฒนธรรม จึงมีการติดต่อประสานงานอยู่กับชุมชนชาวเลกว่า 44 ชุมชนมานานราว 15 ปี ทำให้ได้รับรู้ถึงความเป็นอยู่ของพวกเขา ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

“สิ่งแรกที่เห็นก็คือจังหวัดภูเก็ตประกาศปิดเกาะ นั่นหมายความว่าพี่น้องชาวเลราไวย์ที่อยู่ภูเก็ตจะไม่มีเงินซื้อข้าวสารแน่ๆ เพราะวัฒนธรรมดั้งเดิมของพวกเขาจะไม่มีการสะสมอาหาร  อย่างน้อยที่สุดเท่าที่เราคุ้นเคยกันคือพี่น้องราไวย์ 230 ครอบครัว ประมาณ 1,700 คน ต้องเผชิญความยากลำบากแน่”ไมตรีย้อนสถานการณ์เมื่อตอนต้นปี 2563 ในวันที่เกาะภูเก็ตไร้นักท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจมากมายต้องปิดตัว ขณะที่ชาวเลไม่สามารถนำปลาที่หาได้ไปขายเพราะไม่มีใครรับซื้อ

มูลนิธิชุมชนไทจึงคิดหาวิธีการที่จะทำให้ชาวเลเข้าถึงอาหารในสถานการณ์ของโรคระบาดโดยได้ความร่วมมือจากสื่อหลายสำนักที่คุ้นเคยกันเพราะเคยมาลงพื้นที่และเข้าใจวิถีของชาติพันธุ์ที่นี่ ก็ช่วยกันกระจายข่าวให้ ทำให้มีข้อเสนอจากคนปลูกข้าวในหลายพื้นที่ โดยแห่งแรกคือได้รับน้ำใจจากพี่น้องปกาเกอะญอในภาคเหนือ ซึ่งตอนนั้นพวกเขากำลังมีปัญหาเรื่องไฟป่า แต่มีข้าวจากไร่หมุนเวียนที่เหลือพอแบ่งปัน พวกเขาเสนอมาว่าเรามาแลกกัน เลยเกิดเป็นโครงการง่ายๆ ชื่อว่า “โครงการข้าวแลกปลา”

“เมื่อเกิดจุดเริ่มต้นจึงมีเพื่อนเครือข่ายสนใจและมีการประสานงานจากหลายพื้นที่ โดยเริ่มจากชาวนายโสธรเพราะว่าทางสมาคมชาวยโสธรเคยทำโครงการช่วยน้ำท่วมโดยร่วมมือกับทหารอากาศมาก่อน เรื่องการขนส่งก็เลยสะดวกโดยใช้เวลารวบรวมและขนส่งไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็ได้ข้าวมาให้พี่น้องชาวเล 7 ตัน แล้วก็มีพี่น้องชาวนาจากจังหวัดสุรินทร์ส่งข้าวมาให้เราอีก ด้วยความร่วมมือเรื่อง logistic จากรถบรรทุกมูลนิธิช้างไทย เราขยายโครงการไปในจังหวัดอื่นๆ ทั้งพังงา ระนอง ภูเก็ต สตูล กระบี่ เรียกว่าเป็นโครงการเฟสแรกที่ดีมากในขณะที่ชาวเลก็หาปลาและแปรรูปเป็นอาหารทะเลตากแห้ง เพื่อส่งกลับไปแลกกับข้าวที่ได้มา”ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไทเล่าถึงการขยายกว้างออกไป ทำให้ข้าวถูกนำไปแบ่งปันตามเกาะต่างๆที่เป็นชุมชนอันดามัน

   

นายไมตรีกล่าวต่อไปว่า จากโครงการข้าวแลกปลา ทำให้เราได้รับประสานงานจาก บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด “คุณไมตรีคะ บริษัทเรามีรถกระบะ 4 คัน ที่พร้อมสนับสนุนโครงการข้าวแลกปลา มูลนิธิชุมชนไท จะรับไว้ใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือโควิด-19 มั้ย” ตัวแทนบริษัทโทรมาไมตรี “เราเห็นมูลนิธิชุมชนไท ทำงานช่วยเหลือชาวบ้านกลุ่มเปราะบาง ชาวเล คนไทยพลัดถิ่นแล้ว เราอยากมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้วย”  

    หลังจากมูลนิธิชุมชนไท ได้รับการสนับสนุน รถ MG มา 3 คัน และส่งมอบต่อให้ มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ 1 คัน เพื่อเชื่อมโยงการช่วยเหลือโครงการข้าวแลกปลา โครงการดับไฟป่า และกิจกรรมอื่นๆในการช่วยเหลือชุมชนกะเหรี่ยง ชุมชนเกษตรกรภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วย ทางมูลนิธิชุมชนไท ประสานงานกับเครือข่ายต่างๆที่ระดมของบริจาค ข้าวสาร อาหารแห้ง ส่งตรงมาจาก กรุงเทพฯด้วยเครื่องบินมาลงที่ จ.สุราษฎธานี และใช้ รถ ทั้ง 2 คันส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค ต่อไปให้กับเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น จังหวัดประจวบฯ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง และจังหวัดพังงา. ส่วน รถ MG อีก คัน ใช้ในภาระกิจโครงการข้าวแลกปลาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่การลงพื้นที่ชุมชน เพื่อจัดกระบวนการชุมชน การรวมกลุ่มแม่บ้านผลิตปลา การรวบรวมปลา และส่งต่อไปสนามบิน.  รวมทั้งการบรรทุกข้าวสารส่งต่อให้ชุมชนชาวเลต่างๆในพื้นที่ซึ่งเข้าร่วมโครงการข้าวแลกปลา ด้วย

     

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด มอบให้มูลนิธิชุมชนไท ยืมรถใช้ในกิจกรรม ครั้งละ 3 เดือนและนำรถกลับไปเช็คระยะ เช็คระบบ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกอย่างให้. และส่งมอบกลับมาให้ใช้อีก เป็นระยะที่ 2 ซึ่งระยะนี้  รถทั้ง 3 คันสนับสนุนปฏิบัติหน้าที่ต่างไปจากเดิม จะเน้นที่การลงพื้นที่านับสนุนชุมชนให้เตรียมพร้อมรับมือการระบาดโควิด-๑๙ ระลอกใหม่ ตั้งแต่การลงสรุปบทเรียนในพื้นที่ต่างๆ ที่มูลนิธิฯทำงานด้วยพร้อมทั้งยังช่วยกิจกรรมชุมชนในการจัดกิจกรรมการพัฒนาอาชีพในพื้นที่เพื่อรองรับ การกลับมาของโควิด-19

    “รถ MG ทั้ง 3 คันมีประโยชน์มากในการทำงานชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ทั้งบนดอยและชายทะเล ไปได้ทุกที่ ทำให้คนทำงานได้รับความสะดวกและเข้าถึงพื้นที่อย่างประสิทธิภาพในการส่งเสริมชุมชนคนชายขอบ คนที่อาจถูกละเลยจากสังคม และคนไร้สิทธิสถานะความเป็นคนไทย ได้มีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลือ”ไมตรี กล่าว

—————–

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.