สำนักข่าว DW รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ขณะที่เศรษฐกิจของไทยกำลังดำดิ่งจากภาวะโรคระบาดโควิท-19 จนทำให้ความต้องการไฟฟ้าลดลง โดยหน่วยงานรัฐประมาณว่าพลังงานสำรองล้นเกิน 50 % แม้ว่าพลังงานสำรองจะมีมากเกิน แต่เขื่อนไฟฟ้ามากมายก็กำลังก่อสร้างและอยู่ในแผนอีกมากมายในลาว โดยผู้ให้บริการไฟฟ้าอันดับต้น ๆ ของไทย

นักวิเคราะห์กล่าวว่า หลายโครงการไม่ได้ผลักดันโดยความต้องการไฟฟ้าที่แท้จริง แต่โดยผู้มีส่วนค้ากำไรจากภาคพลังงาน รวมถึงรัฐบาลลาวภายใต้การผลักดันให้เป็น “แบตเตอรี่ของเอเชีย”

“ทั้ง ๆ ที่พลังงานล้นเกิน ทำไมเราต้องสร้างเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยไม่มีการกำกับดูแล แต่นี่คงไม่ใช่ปัญหาในประเทศที่มีกลไกการตรวจสอบที่ชัดเจน และมีกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณะสมบัติที่เข้มแข็ง” เพียรพร ดีเทศน์ ผอ.ฝ่ายรณรงค์ องค์กรแม่น้ำสากล กล่าว

เขื่อนทำให้เงินหมุนเวียน บริษัทก่อสร้างของไทยหลายแห่ง เป็นผู้เล่นสำคัญในการลงทุนและพัฒนาเขื่อนหลายแห่งในลาว เขื่อนไซยะบุรีเป็นเขื่อนแรกที่สร้างบนแม่น้ำโขงตอนล่างในลาว แต่ทั้งบริษัทก่อสร้างและเงินทุนทั้งหมดมาจากภาคเอกชนของไทย

สำหรับบริษัทก่อสร้างและสถาบันการเงินของไทยนั้น การลงทุนโครงการเขื่อนบนแม่น้ำโขงที่มีความยาวกว่า 2,390 กิโลเมตร ที่ไหลจากจีน ผ่านลาว พม่า ไทย กัมพูชา ก่อนจะลงทะเลจีนใต้ที่เวียดนามถือเป็นธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด

เขื่อนไซยะบุรีที่มีการลงทุน 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เสร็จเมื่อปี 2019 คาดว่าจะทำกำไรปีละ 466 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับบริษัทไซยะบุรีพาวเวอร์จำกัด (Xayaburi Power Company Limited) ตลอดสัญญาสัมปทาน 31 ปีกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สามารถคิดต้นทุนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจากผู้บริโภคด้วยระบบ “ต้นทุนบวกภาษี” ของประเทศไทย “นี่เป็นแรงจูงใจอย่างต่อเนื่องในระบบการคาดการณ์ความต้องการพลังงานให้สูงเกินความเป็นจริง” ในบทความด้านสิ่งแวดล้อมของ Danny Marks และ Jun Zhang เขียนไว้เมื่อปี 2019

ลาวได้สร้างเขื่อนมากกว่า 50 แห่งในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าการสร้างเขื่อนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสวนทางกับความต้องการไฟฟ้าของประเทศ ขณะนี้แม่น้ำและลำห้วยต่างๆทั่วประเทศของลาวก็มีเขื่อนกว่า 50 แห่งถูกสร้างไว้หมดแล้ว

คอร์ทนี่ เวทเธอบี จากสติมป์สัน เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ประเทศไทยและมณฑลยูนนานของจีนต่างก็มีพลังงานสำรองล้นเกินมาหลายปีแล้ว ส่งผลให้มีการซื้อไฟฟ้าจากลาวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น ขณะที่ราคาของพลังงานแสงอาทิตย์กลับมีต้นทุนต่ำและราคาที่ถูกลงมากลงกว่าเขื่อนไฟฟ้าใหม่หลายโครงการ เราเห็นว่ามีการผลักดันโครงการเขื่อนแห่งใหม่หลายแห่งในลาว แม้จะไม่มีผู้ซื้อไฟฟ้าที่ชัดเจนก็ตาม ราวกับว่าพวกเขาเสพติดเทคโนโลยีและการพัฒนาแบบเดิม”

กรณีเขื่อนสานะคามที่มีผู้พัฒนาโครงการโดยบริษัทจีนที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างห่างจากชายแดนไทย-ลาว 2 กิโลเมตร สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติไทยเตือนว่า ไทยอาจจะไม่ซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนสานะคาม โดยอ้างถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การคัดค้านในไทยก็อาจจะทำให้โครงการต้องจบลง ถึงแม้ว่าผู้ลงทุนรายหนึ่งคือหน่วยงานด้านพลังงานของไทยก็ตาม ผู้ลงทุนจะยังไม่แสดงตัวจนกว่าจะมีการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้า โดยไม่สำคัญว่าบริษัทก่อสร้างนั้นจะสนิทสนมกับรัฐบาลลาวเพื่อให้เกิดการเดินหน้าโครงการต่อไป

“หลักการง่ายคือ เขื่อนบนแม่น้ำโขงสายหลัก มีขนาดใหญ่มาก จะสร้างไปโดยไม่มีตลาดรองรับไม่ได้” ไบรอัน เอียเลอร์ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สติมป์สัน เซ็นเตอร์ กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.