ครบรอบปีที่ 72 ของการปฏิวัติกะเหรี่ยง ประชาชนกว่าหมื่นคนเดินทางร่วมเฉลิมฉลอง ในพื้นที่หมู่บ้านทีลอ ซิ ท่า อำเภอแดวโล ในเขตปกครองมือตรอ กองพลที่ 5 ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางใต้ของเมืองผาปูน 

การจัดงานครั้งนี้ได้จัดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2564 โดยในงานมีนักร้องกะเหรี่ยงที่มีชื่อเสียงในประเทศพม่าหลายคนร่วมจัดเวทีคอนเสิร์ตเพื่อให้กำลังใจทหารและประชาชน

ในเช้าวันที่ 31 มกราคม 2564 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 72 ปีการปฏิวัติกะเหรี่ยง นับจากวันเริ่มต้นการปฏิวัติกะเหรี่ยงในปี พ.ศ. 2492 กำลังพลกองกำลังปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยง 200 นาย จะทำการสวนสนามกองเกียรติยศให้ความเคารพต่อผู้นำ เหล่าทหารผ่านศึก และประชาชน การจัดงานในครั้งนี้ไม่มีประชาชนกะเหรี่ยงจากต่างประเทศกลับมาร่วมงานอย่างทุกปี

นาง มะเญง วัย 50 ปี ชาวบ้านมีลอ ซิท่า กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีการจัดงานใหญ่เพื่อเป็นกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ งานนี้เป็นการจัดงานใหญ่ครั้งแรกของชุมชนที่นี่ 

“กะเหรี่ยงเราถ้ามีเสรีภาพ พวกเราก็ไม่จน ทุกคนในหมู่บ้านมีข้าวพอกิน คนในชุมชนก็มีรายได้หมุนเวียนจากการเลี้ยงสัตว์ขาย การทำเกษตรกรรม งา เป็นหนึ่งพืชเศรษฐกิจของชุมชนที่นี่” นาง มะเญง กล่าว

พล.ต. จอ มื่อ ผู้บัญชาการกองพลที่ 5 กองกำลังปลดปล่อยประชาชนกะเหรี่ยง ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เคเอ็นยู ซึ่งเป็นประธานในพิธีเฉลิมฉลองในครั้งนี้กล่าวว่า ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ เอ็นซีเอ เรามีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง ด้วยการพูดคุย ด้วยแนวทางทางการเมือง ก่อนมีการลงนามเราได้ตกลงกับรัฐบาลพม่าว่า หลังการลงนามจะมีการกลับมาหารือกันภายใน 60 วัน และอีกครั้งหลังจาก 100 วัน แต่เมื่อเราได้ลงนามในเดือนตุลาคม 2559 รัฐบาลพม่าไม่เปิดโอกาสให้เราได้พูดคุยและพัฒนาแนวทางสันติภาพอีก โดยเขายื่นข้อเสนอให้เราต้องตั้งพรรคการเมือง เพื่อลงเลือกตั้งแล้วค่อยไปคุยกันในสภาฯ ส่วนคนกะเหรี่ยงที่ยังอยากเป็นทหาร ต้องเข้าร่วมเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน บีจีเอฟ ภายใต้การกำกับของกองทัพพม่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราได้พูดคุยกันในเบื้องต้น

“จากการที่แนวทางการพัฒนาสันติภาพตามกรอบข้อตกลงหยุดยิงหยุดยิงทั่วประเทศ เอ็นซีเอ ไม่มีความคืบหน้า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 คณะกรรมการทหาร ทั้งหมด 7 กองพลของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงร่วมประชุมหารือกัน และออกแถลงการณ์ให้กองทัพพม่าถอนกำลังทั้งหมดออกจากเขตพื้นที่ชุมนุมและศาสนสถาน ไม่ใช่แค่ทหารพม่า ทหารกะเหรี่ยงเราก็ไม่ได้วางกำลังในเขตพื้นที่ชุมนุม”พล.ต.จอ มื่อ กล่าว

ผู้บัญชาการกองพลที่ 5 กล่าวว่าหลังจากเราออกแถลงการณ์ ทหารพม่าหน่วย 339 ที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเขตหมู่บ้านแม่เว พื้นที่อำเภแดวโล (เขตพื้นที่อำเภอที่มีการจัดงานปฏิวัติในครั้งนี้) เริ่มมีการลาดตระเวนนอกพื้นที่ตกลง ทำการลาดตระเวนในเวลากลางคืน ทหารกะเหรี่ยงได้แจ้งเตือนแล้วว่า อาจเกิดการปะทะขึ้นได้หากยังทำแบบนี้ แต่ทหารพม่าไม่สนใจ และแจ้งกลับมาว่าเป็นการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย เขาทำเหมือนเป็นเจ้าของแผ่นดิน เขาไม่ให้เกียรติชาติพันธุ์เรา เมื่อเราได้เตือนแล้วเขาไม่ปฏิบัติตามการปะทะจึงเกิดขึ้น

“ถ้าใครไม่รู้ถึงต้นตอของปัญหา เขาคงเข้าใจว่า กองพลที่ 5 ไม่รักสันติภาพ อยากทำสงคราม ไม่ใช่แบบนั้น คนที่ต้องการสงครามคือกองทัพพม่า พวกเขาไม่ทำตามข้อตกลง และบีบให้เราต้องจับอาวุธสู้ นับตั้งแต่วันที่เราเริ่มต้นการปฏิวัติแล้ว เราทุกคนต้องรู้ว่าเรามีสิทธิเสรีภาพในแผ่นดินของเรา ไม่ว่าสิทธินั้นเราจะได้มาด้วยอาวุธ หรือ การเจรจา เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ศัตรูของเราได้ทำลายสิ่งเหล่านี้ สิทธิเสรีภาพ ประชาชนของเราจึงต้องตกอยู่ในความทุกข์ยากในทุกวันนี้”พล.ต.จอ มื่อ กล่าว

ทุกวันนี้รัฐบาลพม่ามีปัหาภายในจากการแย่งชิงอำนาจ ผลการเลือกตั้งของพม่ายังหาข้อสรุปไม่ได้ พรรคทหารไม่ได้รับความนิยมจากประชาชน ทหารพม่าและรัฐบาลพม่า กำลังมีปัญหาภายในกัน ถ้าเราสามัคคีกัน การเผชิญหน้ากับศัตรูไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าเราแตกยกกันเราจะตกเป็นทาสของศัตรู ข้าพเจ้าหวังว่าการให้กำลังใจกันในวันนี้ เพื่อว่าเราจะไม่ตกเป็นทาสของศัตรู” พล.ต. จอ มื่อ กล่าว

ผู้บัญชาการกองพลที่ 5 กล่าวว่า สถานการณ์ในรัฐกะเหรี่ยงปัจจุบัน มีประชาชนอย่างน้อย 4,000 คนที่ต้องเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า และหลายโรงเรียนในเขตพื้นที่ทางเหนือของรัฐกะเหรี่ยงแม้ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 แต่ไม่สามารถเปิดเรียนได้ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2564 เนื่องจากการเคลื่อนทัพของกองทัพพม่า และการยิงปืนใหญ่เข้ามายังพื้นที่ชุมชนกะเหรี่ยง

——————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.