เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 พล.ท.เจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพรัฐฉานภาคใต้ (Shan State Army – South : SSA) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารพม่ายึดอำนาจจากรัฐบาลนางอองซาน ซูจี พร้อมทั้งประกาศสภาวะฉุกเฉิน 1 ปีว่าการยึดอำนาจในพม่าย่อมส่งกระทบต่อกระบวนการสันติภาพแน่นอน เพราะไม่มีรัฐสภาและองค์ประกอบอื่นๆ การที่ทหารพม่าบอกว่าเป็นแค่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน 1 ปีนั้นเป็นแค่การโกหกในการยึดอำนาจ เขาเพียงแต่ต้องการประกาศให้ดูสวยงามเท่านั้น

“กระบวนการสันติภาพคงต้องหาจุดเริ่มต้นใหม่อีก เราเสียเวลาไป 5-6 ปี ผมเสียดายเวลาที่เราพยายามสร้างความเชื่อถือร่วมกันมา จริงๆกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถืออาวุธร่วมกันไม่ได้รับผลกระทบ การที่ทหารพม่าต้องเข้ามายึดอำนาจอีกเพราะข้ออ้างว่าการเลือกตั้งไม่ซื้อสัตย์ แต่เหตุผลลึกกว่านั้นเป็นอย่างไร ผมไม่แน่ใจ” พล.ท.เจ้ายอดศึก กล่าว

ขณะที่นายพลบีทู ผู้นำกองกำลังพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี” (Karenni National Progress Party-KNPP) กล่าวว่าเชื่อว่าเรื่องแผนสันติภาพคงไม่มีการลงนามใดๆ หลังการยึดอำนาจครั้งนี้ แต่ในส่วนของ KNPP ไม่ได้ร่วมลงนามด้วยมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกับเราอยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์สู้รบระหว่างกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์กับกองทัพพม่านั้น คงต้องรอดูท่าทีต่อว่าประชาชนและทหารพม่าคิดอย่างไร ซึ่งยังพอมีเวลาอยู่ โดยขณะนี้สถานการณ์ของเรายังปกติ ไม่มีอะไรรุนแรง แต่ต้องดูต่อไปอีก

“ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิยุติธรรมก็ต้องเลือกตั้งกันใหม่ ไม่ใช่ยึดอำนาจ ในรัฐคาเรนนี ผมไม่เห็นมีการโกงการเลือกตั้งเลย ผมว่าเขากุเรื่องขึ้นมา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าการเลือกตั้งครั้งนี้นางออง ซาน ซูจี ชนะถล่มทลายและอาจนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งทหารพม่ายอมไม่ได้” นายพลบีทู กล่าว

ด้าน ดร.บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การรัฐประหารในเมียนมา ทำให้ส่งแรงกระเพื่อมไม่น้อยในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่มีพื้นที่ติดกับทั้งรัฐฉานตอนใต้ที่และรัฐคะยา โดยบริเวณทั้ง 3 รัฐดังกล่าวต่างมีกองกำลังชาติพันธุ์หลากหลายกลุ่มประจำการอยู่ กลุ่มหนึ่งที่ยังมีบทบาทสำคัญในพื้นที่ยังติดต่อสื่อสารกับผู้คนในฝั่งเมียนมาผ่านการค้าชายแดนที่เป็นผลประโยชน์สำคัญของผู้นำและกองกำลังในปัจจุบันคือพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี หรือ KNPP และยังไม่ได้เซ็นเจรจาหยุดยิงกับทหารเมียนมา กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำทั้งในพื้นที่ชายแดนตรงข้ามกับอำเภอขุนยวมและเป็นที่เคารพนับถือของผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิงบ้านใหม่ในสอยและแม่สุรินทร์

ดร.บุศรินทร์ กล่าวว่าก่อนหน้าที่จะมีรัฐประหารในช่วงเดือนกรกฎาคม 2563 และก่อนที่จะมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2564 นายพลบีทูเคยเปิดเผยถึงสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้นว่า แม้นางอองซานซูจีน่าจะชนะ แต่ความนิยมของนางนั้นลดลงมากในชนกลุ่มน้อย

“นายพลบีทูบอกว่า ชนกลุ่มน้อยไม่เอาแล้วเพราะประชาชนไม่ให้ความเชื่อถือนางออง ซาน ซูจี เนื่องจากไม่สามารถทำตามที่เคยให้ความหวังไว้ได้ ทั้งเรื่องสหพันธรัฐและเรื่องเศรษฐกิจ” นักวิชาการผู้นี้กล่าว

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.