เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าเย็นวันที่ 7 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักของ ลุงผิน อ่อนผับ ชาวบ้าน หมู่ 2 ตำบลเขาดิน อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ในพื้นที่พิพาท เรื่องสิทธิในการถือครองที่ดิน กับ สิทธิการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตร และ ข้อขัดแย้งกรณีผังเมืองการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) ระหว่างเอกชนกับชาวบ้านท้องถิ่นดั้งเดิม โดย ลุงผิน เปิดเผยว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นจนถึงหัวค่ำ คนร้ายจำนวน 1 คน เข้าวางเพลิงเผาบ้านพักเสียหายบางส่วน 1 หลัง และกระท่อมเฝ้าบ่อปลาของชาวบ้านไหม้เสียหายทั้งหมดอีก 2 หลัง โดยหลังเกิดเหตุชาวบ้านได้ช่วยกันกับไฟได้ทันไม่ให้ลุกลาม และเฝ้าล้อมคนร้ายที่หนีลงไปในบ่อปลา จนกระทั่งตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายจึงยอมมอบตัว และถูกนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.เขาดิน โดยมีการแจ้งข้อหาวางเพลิงและข้อหาบุกรุก ซึ่งคนร้ายไม่ยอมให้การซัดทอดถึงผู้จ้างวานหรือผู้สั่งการ ให้ข้อมูลเพียงว่า ได้รับคำสั่งจากเบื้องบน

ลุงผิน กล่าวต่อว่า ตนเองไม่เคยมีความขัดแย้งกับชาวบ้านในพื้นที่ด้วยกัน คนร้ายก็ไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทราบภายหลังว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สกลนคร แต่เหตุใดจึงเขามาวางเพลิงในพื้นที่เขาดินได้ จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนให้ได้ความจริงและสืบสาวถึงต้นตอผู้สั่งการ โดยความคิดส่วนตัวคิดว่าสาเหตุการวางเพลิงครั้งนี้น่าจะมีสาเหตุที่ตนมีข้อพิพาทกับรัฐ ในการเป็นตัวแทนชาวบ้านฟ้องร้องนายกรัฐมนตรี กับผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อศาลปกครองสูงสุด

ด้าน นายสรายุทธ สนรักษา เครือข่ายรักแม่พระธรณี ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดกับชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาคัดค้านโครงการ EEC เพราะเมื่อต้นปี 2563 มีเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ล้อมและรื้อบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ ต.เขาดิน เสียหายทั้งหลัง มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ยังไม่มีการดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุ สำหรับเหตุการณ์วางเพลิงครั้งนี้ ยิ่งสะท้อนว่าจะมีความรุนแรงในพื้นที่มากขึ้น เพื่อใช้จัดการกับชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาคัดค้าน แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่ยอมซัดทอดถึงผู้สั่งการ แต่ชาวบ้านเชื่อว่าจะต้องเกี่ยวข้อกับข้อพิพาทเดียวคือเรื่อง EEC เพราะลุงผิดถือเป็นแกนนำและตัวแทนฟ้องร้องรัฐต่อศาลปกครอง

นายสรายุทธกล่าวต่อว่า หลังจากนี้ชาวบ้านต้องเพิ่มการเฝ้าระวัง ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายในกับชาวบ้าน ซึ่งเหตุการณ์เมื่อคืนนับว่าชาวบ้านมีความพร้อมในระดับหนึ่งทำให้สามารถดับไฟ และล้อมผู้วางเพลิงไว้ได้ ซึ่งตอนนี้หวังเพียงว่าตำรวจจะทำหน้าที่สืบสวนให้ถึงที่สุด เพื่อไปให้ถึงผู้สังการให้ได้

————-

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.