ภาพ Himalayan J

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล ชาวบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเครือข่ายชาวบ้านที่รวมตัวกันในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(พีมูฟ) รวมถึงภาคี #saveบางกลอย ได้มาชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย และเรียกร้องสิทธิให้แก่ชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกบังคับให้อพยพออกจากชุมชนดั้งเดิมบริเวณใจแผ่นดิน ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งแต่ปี 2539 จนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ชาวบ้านประมาณ 70 คน ตัดสินใจเดินเท้ากลับไปทำไร่หมุนเวียนที่ชุมชนเดิม จนนำมาสู่การสนธิกำลังของอุทยานแห่งชาติ และทหาร เข้าไปเตรียมผลักดันชาวบ้านให้กลับออกมา ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดความรุนแรงกับชาวบ้าน ดังนั้นจึงเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี

ภาพ Himalayan J

จากนั้น ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รับหนังสือข้อเสนอจากชาวบ้าน และยืนยันว่าจะผลักดัน 3 ข้อเสนอเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบางกลอย

1.ให้ชาวบ้านที่ต้องการกลับไปทำไร่หมุนเวียน และดำรงชีวิตสามารถกลับขึ้นไปอยู่อาศัย ทำกินและดำเนินชีวิตได้ตามเดิม โดยมีการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ชุมชนเดิม

2.ยุติการใช้กำลังเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตั้งจุดตรวจและลาดตระเวนในหมู่บ้านบางกลอยล่าง รวมถึงยุติการข่มขู่ คุกคามและใช้ความรุนแรง

3.ยุติการขัดขวางการขนส่งข้าว อาหาร และสิ่งของจำเป็นไปให้กับชาวบ้านบางกลอย

ขณะที่เครือข่ายกะเหรี่ยง ประกาศปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล บริเวณถนนข้างสะพานชมัยมรุเชฐ จนกว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินการตามข้อเรียกร้อง

นอกจากนี้มีการเปิดโต๊ะล่ารายชื่อประชาชน 15,000 รายชื่อ สนับสนุนร่าง พรบ.สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

ชาวบ้านบางกลอยรายหนึ่ง อายุ 40 ปี กล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านบางกลอยต้องแอบมากรุงเทพฯ ไม่ได้บอกเจ้าหน้าที่ประจำด่านว่าจะออกไปไหน กลับไปก็ไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะยอมให้กลับขึ้นไปหรือไม่ แต่เราไม่อาจกลัวแล้วรอที่หมู่บ้านได้อีก พวกตนมากัน 10 คน เพื่อมาบอกกับรัฐบาลว่าต้องการกลับไปอยู่ที่บริเวณใจแผ่นดิน เพราะเป็นผืนดินของบรรพบุรุษ บางคนเกิดและโตที่นั่น บางคนถูกอพยพลงมาก็ยังไม่มีโอกาสกลับไปจนเสียชีวิต ถ้าได้กลับไปเราจะทำไร่หมุนเวียนตามวิถีคนกะเหรี่ยง จะมีข้าวพอกินไม่ต้องอดอยากเหมือนตอนนี้

ภาพ Himalayan J

ด้านนายดิเรก กองเงิน เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ กล่าวว่า ชาวบ้านที่มากันวันนี้ตั้งใจมาร่วมเรียกร้องสิทธิให้พี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอย เพราะรู้สึกเศร้าใจมากที่แม้แต่การส่งข้าวสารหรือเสบียงให้ชาวบ้านเพื่อประทังชีวิตยังถูกเจ้าหน้าที่กีดกัน การกระทำของรัฐเช่นนี้คือการมองคนไม่เป็นคน ทั้งที่ชาวบ้านเกิดและเติบโตที่บริเวณใจแผ่นดิน ก็ควรมีสิทธิดำเนินวิถีชีวิต แต่กลับต้องถูกรัฐกระทำขับไล่

ขณะที่พะตีตาแยะ ยอดฉัตรมิ่งบุญ ปราชญ์ปกาเกอะญอชุมชนบ้านสบลาน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกเจ็บใจไปกับพี่น้องกะเหรี่ยงบางกลอยที่ต้องถูกอพยพลงมานานหลายปี และมีชีวิตอยู่อย่างทรมาน ไม่มีที่ทำกิน ไม่มีข้าวพอเลี้ยงครอบครัว พี่น้องก็คือมนุษย์เหมือนกัน ควรมีสิทธิกลับไปอยู่ที่ชุมชนดั้งเดิมที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถทำไร่หมุนเวียนให้มีข้าวกิน อยู่ได้อย่างสบายใจ มาวันนี้ก็พร้อมปักหลักเรียกร้องกับชาวบ้านกลุ่มต่างๆ เพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไข

ภาพ Himalayan J

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ชาวบ้านบางกลอยได้เดินทางไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ ให้คณะกรรมการสมานฉันท์ ที่มีนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นประธาน ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางอุทยานแก่งกระจาน ได้รายงานไปยังผู้บริหาร ว่าเมื่อเวลา 23.00 น. ได้มีชาวบ้านล่องแพลงมา จำนวน 6 คน สกัดได้ที่จุดสกัดกระทุ่มกอง ประกอบด้วย 1. นายตะกินุ กวาบุ 2.นางสร้อยทิพย์ พุกาด (สามีภรรยา) 3.นายบุญส่ง ลาเดาะ 4.นางดาริ แครมึ (สามีภรรยา) เเละ 5.ลูกของนายบุญส่งเเละนางดาริ 6.ลูกของนายตะกินุเเละนางสร้อยทิพย์

ในรายงานของอุทยานฯ ระบุว่า จากการสอบถามได้ข้อมูลว่า มีชาวบ้านที่ยังไม่ลงมายังหมู่บ้าน ประมาณ 60-70 คน สาเหตุที่ทำให้ต้องขึ้นไปบุกรุกพื้นที่ป่า และขึ้นไปด้านบน เนื่องจากมีกลุ่มคนสนับสนุน บอกให้สามารถทำไร่ได้เลย จะส่งของและเสบียงขึ้นไปให้ (แต่ไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนบอก) สาเหตุที่ทั้ง 2 ครอบครัวลงมาเกิดจากข้าวสารเหลือน้อย และจะกลับมาทำอาชีพข้างล่าง (ทอผ้า ปลูกข้าว) เนื่องจากข้างบนไม่มีอาหารและรายได้ โดยครอบครัวนายตะกินุเเละนางสร้อยทิพย์ขึ้นไปแล้วเป็นระยะเวลา 1 เดือน ส่วนครอบครัวนายบุญส่งเเละนางดาริ ขึ้นไปแล้วเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการถ่ายรูป ทำประวัติ ทำความเข้าใจ และคอยติดตามไม่ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวขึ้นไปอีก

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.