สำนักข่าววิทยุเอเชียเสรีรายงานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2564 ว่าชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับพื้นที่หัวงานสร้างเขื่อนหลวงพระบางมีความกังวลต่อการเริ่มก่อสร้างเขื่อนหลวงพระบาง ในประเทศลาว ทั้งที่กระบวนการทางสากลยังไม่เสร็จสมบูรณ์  ในโครงการดังกล่าวจะต้องโยกย้ายชาวบ้านกว่า 581 ครอบครัว ประชากรกว่า 2,285 คน ใน 20 หมู่บ้านแขวงอุดมไซ และหลวงพระบาง

“จนถึงตอนนี้เรายังไม่ได้รับข้อมูลเลยว่า พวกเราต้องย้ายไปที่ไหน เมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่รัฐมาเก็บข้อมูลเราและทรัพย์สินของเราไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว

ชาวบ้านห้วยย้อซึ่งอยู่ตรงหัวงานเขื่อนกล่าวว่า การก่อสร้างของเขื่อนได้สร้างความลำบากให้ชีวิตประจำวันของพวกเขามาก โดยดำเนินการอย่างเร่งรีบทั้งกลางวันกลางคืน คนงานกำลังเคลียร์พื้นที่ งานขุดและระเบิดหินและปรับปรุงที่ดินตรงนั้น เรานอนไม่ได้และไม่รู้จะต้องร้องเรียนที่ไหน ขณะที่ชาวบ้านบางรายได้รับค่าชดเชยแบบไม่เต็มใจที่เสียที่ดินตรงหัวงานและพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนไป เพราะไม่อยากมีปัญหา

เจ้าหน้าที่แผนกเหมืองแร่และพลังงานประจำแขวงหลวงพระบาง กล่าวว่า 30 ครอบครัวได้รับค่าชดเชยจากการประเมินตามกฎหมายและราคาของรัฐบาล แต่ก็ปฏิเสธว่า การก่อสร้างเขื่อนจริง ๆ ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ

“จุดนี้ เรายังไม่แน่ใจว่าเขื่อนจะสร้างหรือเปล่า เพราะว่าโครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติจากยูเนสโก้และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าก็ยังไม่ได้เซ็น ยังไม่มีคนซื้อไฟฟ้า แล้วเราจะสร้างโครงสร้างพื้นฐานไปทำไม” เจ้าหน้าที่กล่าว 

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Lao Economic Daily รายงานเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า นายไซสมพอน พมวิหารน ประธานสภาแห่งชาติลาว ได้เดินทางไปเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนหลวงพระบาง และพบกับนายวีระยุทธ สาลุมนนท์ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทช.การช่าง โดยระบุว่า  “โครงการจะแล้วเสร็จปี 2027”   ขณะนี้ มีการก่อสร้างท่าเรือ 3 แห่งเสร็จแล้ว ถนนเข้าหัวงานเขื่อน ที่พักคนงานและระบบประปา และการปรับปรุงที่ดินนั้นคืบหน้า 99 % แล้ว ส่วนสะพานข้ามแม่น้ำโขง สายส่งไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าใกล้เสร็จและจ่ายค่าชดเชยไปแล้ว 70 %

นายไซสมพอน พมวิหาน กล่าวว่า เขื่อนหลวงพระบางคือโครงการพัฒนาสำคัญของรัฐบาลและผู้พัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา สำนักข่าวหลายแห่งรายงานพิธีลงนามเซ็นสัญญาสัมปทานการลงทุนในระบบสายส่งไฟฟ้าของลาว โดยบริษัทสายส่งไฟฟ้าลาว จำกัด(Laos Transmission Company Ltd.(EDLT) ซึ่งจะทำหน้าที่ในการลงทุน ก่อสร้างระบบสายส่ง และบริหารระบบสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลวัตต์ ภายในลาวและระหว่างประเทศ มูลค่าการลงทุนกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ  โดยมีสัญญาสัมปทาน 25 ปี บริษัทสายส่งไฟฟ้าลาว(EDLT) เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2563 เป็นการร่วมลงทุนหลักระหว่างรัฐวิสาหกิจของบริษัทการไฟฟ้าลาว(EDL)และบริษัท China Southern Power Grid Company(CSPGC) 

ทั้งนี้โครงการเขื่อนหลวงพระบาง กำลังการผลิต 1460 เมกะวัตต์ เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทไซยะบุรีพาวเวอร์ บริษัทปิโตรเวียดนาม ในนาม บริษัทหลวงพระบางพาวเวอร์จำกัด(LPBP) มีเป้าหมายเพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของไทยและเวียดนาม ผู้ถือหุ้นโครงการดังกล่าว ประกอบไปด้วย บริษัท พีที จำกัด 38%, บริษัท ปิโตรเวียดนาม พาวเวอร์ จำกัด 10%, CKP 42% และ บมจ.ช.การช่าง (CK) ถือหุ้น 10% ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. หรือเวียดนาม

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.