แฟ้มภาพ

สถานการณ์ ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2564 กองทัพพม่าได้ทำการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงเป็นเวลา 4 วันติดต่อกัน ในขณะที่โดรนของกองทัพพม่าบินอยู่ทั่วพื้นที่ควบคุมของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เครื่องบินรบได้บินไปทั่วกองพลที่ 5 และเริ่มทำการโจมตีในคืนวันที่ 27 เวลา 19.00 . กองพลและสำนักงานใหญ่ของเขตมือตรอถูกโจมตีเป็นแห่งแรก และส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต อาคารบ้านเรือนถูกทำลาย การโจมตีทางอากาศดำเนินต่อไปและทำให้ประชาชนต้องทิ้งบ้านเรือนหนีกระจัดการจาย

นอกจากนี้กองทัพพม่ายังได้ทำการโจมตีทางอากาศเหนือกองพลที่ 3 (กองพันที่ 7) เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และสร้างความเสียหาย

ข้อสังเกต – เป็นที่เข้าใจกันว่ากองทหารพม่าที่ถูกส่งมาประจำการในรัฐกะเหรี่ยง ในพื้นที่ควบคุมของ KNU ทหารพม่าเหล่านี้ได้รับความนับถือต่ำ เนื่องจากขวัญกำลังใจของพวกเขาถูกบดขยี้ โดย 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) สถานการณ์ที่ทหารพม่าต้องเผชิญ (โดดเดี่ยว ไม่เป็นที่ต้องการของชาวบ้าน และไม่ได้รับการสนับสนุน) 2) ความล้มเหลวของผู้นำในการให้คำแนะนำและภารกิจที่สมเหตุสมผลซึ่งสามารถทำให้ทหารพม่ามีความภาคภูมิใจ และ 3) ทหารพม่าถูกตัดขาดจากสถาบันที่ตนเองต่อสู้ให้และตาย โดยไม่มีผลประโยชน์ที่แท้จริง

คำสั่งการโจมตีทางอากาศทั้งหมดมาจากมินอ่องลาย ที่เนปิดอว์ และผลปฏิบัติการก็ส่งตรงกลับไปยังเนปิดอว์เช่นกัน ในขณะที่กองกำลังภาคพื้นดินของกองทัพพม่าที่ประจำการอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง เขตมือตรอ กว่า 85 ฐาน ดูเหมือนจะไม่รับรู้หรือมีการประสานงานแจ้งตำแหน่งที่แม่นยำใดๆ

การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง – หากขวัญกำลังใจของกองกำลังภาคพื้นดินของทหารพม่าอยู่ในระดับต่ำจะเป็นการยากอย่างยิ่งที่จะโน้มน้าวให้พวกเขาทำในสิ่งที่เสี่ยงชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงปลายปี 2563 กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA (กองกำลังทหารของ KNU) ได้เรียกร้องให้มีการถอนกำลังทหารพม่าออกจากพื้นที่สำคัญบางส่วนที่ควบคุมโดย KNU โดยเฉพาะฐานทหารพม่าที่ตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ตั้งแต่เดือนมกราคม กองกำลัง KNLA ได้เริ่มปิดกั้นเส้นทางบางเส้นทางที่ต้องขนส่งอาหารและเสบียงอื่น ๆ เพื่อกีดกันกำลังทหารพม่าที่อยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลานาน ดังนั้นขณะนี้กองกำลังของกองทัพพม่า จึงอยู่ในสถานการณ์ที่มีทรัพยากรจำกัด ทั้งอาหาร การแพทย์ และเสบียงอื่น ๆ ทหารพม่าไม่ได้รับเสบียงใหม่ ไม่สามารถส่งตัวทหารที่เจ็บป่วยไปรับการรักษาพยาบาล จึงสามารถที่จะสรุปได้ว่ากองทัพพม่าที่เนปิดอว์ ไม่สามารถใช้งานกองกำลังทหารพม่าภาคพื้นดินหากไม่มีเหตุผลที่น่าสนใจ (ไม่ว่าจะเป็นความกลัว หรือการชักชวน)

การวิเคราะห์ตามบริบท – ดูเหมือนว่ากองทัพพม่า กำลังทำสงครามอย่างเบ็ดเสร็จในทุกแนวรบกับทุกคนที่ขวางทาง ทั้งสงครามจิตวิทยา (ผ่านทีวีของกองทัพ และโซเชียลมีเดีย) สงครามที่รุกราน (กับกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA และองค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์อื่น ๆ) และการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อผู้ประท้วงในพม่าตั้งแต่วันแรก ไม่เพียงแต่พลเรือนจากฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยเท่านั้นที่ต่อต้านการปกครองของกองทัพพม่า ในเวลานี้กองทัพพม่าเองก็ยังท้าทายและเผชิญการล่มสลายของระบบที่เป็นเครื่องจักรของรัฐแทบทั้งหมด เช่น ระบบการเงินการธนาคาร นอกจากนี้ยังท้าทายการประณามจากประชาคมโลก รวมทั้งหน่วยงานทางทหารทั่วโลก อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่ากองทัพพม่าตอบสนองต่อแรงกดดันน้อยลง พยายามใช้เฮือกสุดท้ายเพื่อกลยุทธ์หลักของกองทัพ

วิเคราะห์เปรียบเทียบ- สถานการณ์นี้แตกต่างจากกรณีของพยัคทมิฬ ได้แก่

1 กรณีของพยัคทมิฬนั้นการโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะ ในขณะที่กลุ่มพยัคทมิฬสูญเสียความเชื่อถือในผู้นำและตนเอง

2 กองทัพพม่าสร้างพื้นที่สู้รบใหม่ทั้งหมด และสร้างศัตรูทุกรูปแบบ (รวมทั้งเป็นศตรูกับประชาชนชาวพม่า ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่)

3 ผู้นำกลุ่มพยัคทมิฬถูกสังหารหรือจับกุม หรือดึงมาเป็นพวก ในขณะที่กรณีของพม่านั้นกองกำลังชาติพันธุ์ไม่เป็นเช่นนั้น

แฟ้มภาพ

บทสรุป- ความลึกของการรุกรานโดยกองทัพพม่านั้นไม่มีอะไรเทียบได้ ทั้งจากวิธีการตอบโต้กับการประท้วงอย่างสันติของประชาชนในเมืองเล็กใหญ่ทั่วประเทศพม่า ไปจนถึงการตอบโต้การต่อต้านของชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ (ทั้งกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มไม่ติดอาวุธ) ความโหดร้ายและความเหี้ยมโหดนี้ไม่ใช่ของทหารมาตรฐานทั่วไป ซึ่งเป็นการชี้วัดจรรยาบรรณของกองทัพพม่าเอง

กองทัพพม่าเป็นสถาบันที่จะต้องถอนรากถอนโคน ผู้นำต้องได้รับการแก้ไข เพื่อให้ประชาธิบไตยได้เกิดขึ้น และมีการพัฒนาอย่างสันติตามที่ประเทศต้องการ

ข้อเสนอแนะ– มีความจำเป็นต่อการช่วยเหลือที่สำคัญ 2 ประการ คือความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม (การศึกษา สุขภาพ บริการสาธารณะ) และความช่วยเหลือทางการป้องกัน

1 มนุษยธรรม สำคัญมากที่ต้องให้การช่วยเหลือโดยองค์กรท้องถิ่น มีส่วนร่วมจากชุมชนและผู้นำชุมชนในทุกระดับ และตอบโจทย์ความต้องการทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาวให้ได้มากที่สุด

2 การป้องกัน จำเป็นมากในการเสริมพลังให้ประชาชนทุกระดับ มีกลไกในการป้องกันตนเอง และลงทุนสร้างและฟื้นระบบกฎหมายที่เหมาะสม โดยมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยมีผู้แทน

31 มีนาคม 2564
มือตรอ รัฐกะเหรี่ยง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.