เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2564  นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวประจำสัปดาห์กรณีสถานการณ์ชายแดนไทยพม่า ว่าเมื่อวันที่ 27 เมษายน กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU-KNLA เข้าโจมตีฐานที่มั่นของพม่า ใกล้ชายแดนที่ จ.แม่ฮ่องสอน การปะทะและการการโจมตีทางอากาศของทหารพม่า เพื่อตอบโต้ ทำให้ราษฎรไทยได้รับผลกระทบสองพื้นที่ คือบ้านแม่สามแลบ และบ้านท่าตาฝั่ง ต้องอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย มีรายงานว่าคงเหลือ 220 ราย

นายธานีกล่าวว่า สำหรับผู้หนีภัยจากความไม่สงบในพม่า ที่หลบหนีข้ามมายังฝั่งไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว และดำเนินการ มีพื้นที่แรกรับ ในการกำกับดูแลของทหาร โดยจะมีการคัดกรองโควิด 19 ขณะนี้มีผู้หนีภัยอยู่ในพื้นที่แรกรับ ใน อ.แม่สะเรียง จำนวน 2,267 คน หากการสู้รบรุนแรงและยืดเยื้อ มีแผนเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่พักรอ ห่างจากชายแดน1 กิโลเมตาโดยมีหน่วยงานรัฐและองค์กรเอกชนดูแลต่อไป ขณะนี้ยังไม่เปิดรับบริจาค

ขณะที่เฟสบุค Friends Without Borders Foundation ของมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน ได้โพสต์ข้อความว่า รัฐไทยจะต้องไม่ปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร และเส้นทางความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม นอกจากจะมีคำสั่งไม่ให้เผยแพร่รูปภาพหรือวิดีโอออกไปแล้ว เช้าวันนี้(30 เมษายน) ยังไม่มีหน่วยงาน สื่อมวลชน หรือกลุ่มประชาชนอื่นใด สามารถเข้าถึงผู้ลี้ภัยกว่า 2,000 คน (กระทรวงการต่างประเทศแถลง 2,267 คน) ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้พักหลบภัยอยู่ที่โกลปา ตอนเหนือของแม่สะเกิบ ตรงข้ามชุมชนอิตุท่า โดยผู้นำชาวบ้านขอร้องทหารพราน ให้อนุญาตให้พวกเขาพักอยู่ได้ราว 10 วันเป็นอย่างน้อย หรือหากสถานการณ์สงบก่อนหน้า พวกเขาก็จะกลับกันโดยทันที แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถให้คำตอบได้

ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน

“รัฐไทยควรได้รับบทเรียนจากการดำเนินการรับกับวิกฤตผู้ลี้ภัยเมื่อปลายมีนาคม-ต้นเมษายนว่า การปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใดกับรัฐไทย นอกจากจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของรัฐที่จะดำเนินตามแผนเผชิญเหตุตามหลักสิทธิมนุษยชน ส่งผลให้เกิดวิกฤตทางมนุษยธรรม ฝนที่ตกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อคืน ก่อให้เกิดน้ำห้วยเอ่อล้น พัดพาข้าวของและอาหารที่มีอยู่น้อยนิดของผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่งไปด้วย ผ้าเต็นท์พลาสติกลายทางสีฟ้าที่มีอยู่ ไม่เพียงพอที่จะกั้นพวกเขา ซึ่งมีทั้งเด็ก หญิงมีครรภ์ คนชราและผู้ป่วย จากการเปียกปอนได้”

เฟสมูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดนระบุด้วยว่า ประชาชนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศมีสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การรับผู้ลี้ภัยจะต้องมีความโปร่งใส  ผู้ลี้ภัยจะต้องสามารถเข้าถึงได้ และได้รับความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมที่มีน้ำใจจากสังคมไทยส่งไปให้อย่างล้นหลาม เราขอยืนยันข้อเรียกร้อง 5 ข้อ 1. รัฐจะต้องไม่ปฏิเสธการขอเข้าลี้ภัย  2. ความรับผิดชอบในการจัดการดูแลคุ้มครอง จะต้องถ่ายโอนให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะได้ประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น และองค์กรมนุษยธรรม 3. รัฐจะต้องไม่ปิดกั้น หากควรอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคประชาชนไทยที่ประสงค์จะช่วยเหลือผู้ลี้ภัย 4. รัฐจะต้องอนุญาตให้ UNHCR เข้าถึงผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่หลบหนีการปราบปรามของกองทัพพม่าเข้ามาอยู่กับกลุ่มชาติพันธุ์และอาจปะปนเข้ามาลี้ภัยในประเทศไทย โดยสามารถใช้กลไกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำเนาได้ พ.ศ. 2562 และ5. การตัดสินใจส่งกลับผู้ลี้ภัยจะต้องมีความโปร่งใส ไม่ใช่บทบาทของฝ่ายความมั่นคงแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นบทบาทร่วมของหน่วยงานที่ให้ความคุ้มครองดูแลผู้ลี้ภัย

เช้าวันเดียวกันทหาร KNU ของกองพลที่ 5 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNLA ได้ปักธงชาติกะเหรี่ยง เหนือฐานซอแลท่า ของกองทัพพม่า ที่อยู่ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ถือเป็นการประกาศชัยชนะในการยึดฐานทหารพม่าได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากบุกยึดเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2564 ทั้งนี้ทหาร KNU ใช้เวลา 3 วันในการเข้าเคลียร์พื้นที่ฐานซอแลท่า ทำการยึดอาวุธจำนวนมาก และติดตามทหารพม่าที่หลบหนี เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการยึดคืนฐานได้ ทั้งนี้ปฏิบัติการครั้งนี้ในส่วน ทหาร KNU เสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 3 นาย ส่วนทหารพม่า เบื้องต้นคาดว่าสูญเสีย 15 นาย

ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงข่าวประจำวันที่ 30 เมษายน ว่าสถานการณ์การสู้รบฝั่งพม่า เมื่อวันที่29 เมษายน ได้ยินเสียงอากาศยานไม่ทราบแบบ บริเวณเหนือฐานทหารพม่า ฐานดากวิน ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จากนั้นโจมตีทางอากาศโดยรอบฐาน ไม่ทราบความสูญเสีย เวลา 23.00 น บริเวณฐานดากวิน ได้ยินเสียงเครื่องยิงลูกระเบิด และเสียงปืนเล็กจากทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้น น่าจะเป็นการยิงตอบโต้กัน ไม่ทราบการสูญเสีย

ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-พม่า ระบุว่า วันที่ 30 เมษายน เวลา 2.20 น ทหารพม่าได้ใช้เครื่องบินรบไม่ทราบแบบ ปฏิบัตการโจมตีทางอากาศ รอบฐานดากวิน 1 ลำ ทิ้งระเบิด 2 ลูก ทางทิศตะวันตก ห่างจากฐานประมาณ 500 เมตร จากนั้นมีการใช้อาวุธตอบโต้กันอย่างหนาแน่น ในห้วงที่ผ่านมาอากาศยานของพม่า ไม่ได้บินรุกล้ำน่านฟ้าเข้ามาในฝั่งไทยและการโจมตีทางอากาศของพม่า ต่อเป้าหมายกองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง ในฝั่งพม่าแต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อฝั่งไทย และยังไม่ถือว่าเป็นการละเมิดหรือรุกล้ำอธิปไตยของไทย เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา ยังไม่มีการปฏิบัติการทางอากาศที่รุกล้ำเข้ามาในฝั่งไทย ในสถานการณ์ปัจจุบันกองกำลังนเรศวร โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่7 และ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-พม่า จ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่าเมื่อวันที่ 28 เมษายน เวลา15.00 น.เป็นต้นมา มีราษฎรชาวพม่า เดินทางข้ามมายังฝั่งประเทศไทยโดยทางเรือ ซึ่งทางหทารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว บริเวณห้วยอีนวล ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง ณ ปัจจุบันมีราษฎรชาวพม่าที่เดินทางข้ามมาฝั่งไทยจากเหตุความไม่สงบในพม่า พักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว 4 แห่ง รวมทั้งสิ้น 2,267คน ดังนี้ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ห้วยอีนวล 267 คน ห้วยโกเฮ 72 คน ตรงข้ามห้วยอุมปะ 1,767คน ตรงข้ามห้วยออเลาะ 159 คน

แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดน กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงมีชาวกะเหรี่ยงที่หนีภัยการสู้รบจากการโจมตีทางเครื่องบินของกองทัพพม่าทยอยเดินทางข้ามฝั่งเพื่อพักพิงบริเวณชายแดนไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ตัวเลขผู้ที่หนีภัยจากฝั่งพม่าสูงกว่า 2,267 คนตามทางการแถลงไว้แน่นอน

———————

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.