เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 สถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ที่แม่น้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีเหตุการณ์ความไม่สงบจากการสู้รบในรัฐกะเหรี่ยงระหว่างกองทัพพม่าและทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู โดยทหารพม่ายังคงส่งเครื่องบินรบและอากาศยานโจมตีรอบๆ ฐานทหารพม่าดากวิน ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับบ้านท่าตาฝั่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านท่าตาฝั่งยังคงต้องหลบหนีลึกเข้าไปในแผ่นดิน บางส่วนย้ายมาอยู่กับญาติพี่น้องในอำเภอแม่สะเรียง

ด้านพล.ต.เหน่อดาเมียะ ผู้บัญชาการองค์กรป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDO) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เปิดเผยว่า ทหารพม่ามีการใช้เครื่องบินโจมตีตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง และทิ้งระเบิด แต่ทหาร KNU ยังไม่มีบาดเจ็บแต่อย่างใด คาดว่าทหารพม่าจะดำเนินปฏิบัติการนี้เรื่อยๆ และกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ยังคงสู้ต่อไป และยอมแพ้ไม่ได้ ทหารพม่าที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงจำเป็นต้องถูกขับไล่ออกไป

ผู้หลับหนีการสู้รบจากฝั่งกะเหรี่ยงอพยพมาพักพิงอยู่ฝั่งไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่กองทัพพม่าบอกว่า KNU เป็นผู้ฉีกข้อตกลงหยุดยิง NCA พล.ต.เหน่อดาเมียะกล่าวว่า พม่าคือผู้ที่ทำลายข้อตกลงหยุดยิง NCA โดยพม่าฉีกทิ้ง เพราะข้อตกลงในสัญญาหยุดยิงระบุว่า ห้ามมิให้ทหารพม่าเข้ามาในรัฐกะเหรี่ยง ไม่ให้มาตั้งฐานทหารพม่า แต่พม่าละเมิด ทหารพม่าตัดถนนที่เราห้าม ไม่ฟัง ไม่ได้อนุญาตเขาก็ทำตลอด กองทัพพม่าต้องการยึดพื้นที่กะเหรี่ยง ต้องการยึดทรัพยากรทั้งหมดไปซึ่งกะเหรี่ยงยอมไม่ได้ จึงต้องป้องกันเขตแดนของกะเหรี่ยง โดยปฏิบัติการวันที่ 27 เมษายน ที่ทหาร KNU ยึดคืนฐานจากพม่า ค่ายซอแลท่า ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบนั้น ทหารพม่าเสียชีวิตมากกว่า 40 นาย เรายึดอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้เยอะ ขณะที่ทหารกะเหรี่ยงเสียชีวิต 3 นาย บาดเจ็บ 3 นาย

“ทหารพม่าทำให้เดินเรือไม่สะดวก กดดันชาวบ้าน ยิงเรือ ยิงชาวบ้าน มีอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทางสัญจรทั้งฝั่งไทยและฝั่งกะเหรี่ยง หากกะเหรี่ยงอยู่ ฝั่งไทยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความมั่นคง กะเหรี่ยงกับไทยเป็นมิตรกันโดยตลอด เราไม่คิดจะทำอะไรที่ไม่ดีต่อไทย เพื่อประชาชน เพื่อชาติ ทหารกะเหรี่ยงต้องสู้ ขอให้ไทย รัฐบาลไทย เข้าใจพวกเรา” ผู้บัญชาการ KNDO กล่าว และว่ากรณีที่กองทัพพม่าใช้เครื่องบินโจมตีนั้น ตอนนี้ทหารกะเหรี่ยง KNU ตั้งหลักได้ แต่การที่ทหารพม่าใช้เครื่องบินรบและโดรนปฏิบัติการครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวกะเหรี่ยง เกิดความยากลำบาก เดือดร้อน คนที่มีลูกอ่อน ผู้หญิง เด็ก ก็มีที่จำเป็นต้องอพยพหนีที่ฝั่งไทย และยังมีอีกจำนวนมากในฝั่งกะเหรี่ยง เขตมือตรอ

“การโจมตีด้วยเครื่องบิน ยิ่งทำให้เราต้องมีกำลังใจเข้มแข็งมากขึ้น ประชาชนก็พร้อมสนับสนุนอยู่ตลอด การจับอาวุธของ KNU ในครั้งนี้ เราต่อสู้มานาน เพื่อเอกราชของกะเหรี่ยง ประชากรกระเหรี่ยงกว่า 10 ล้านคน เรามีประเทศของเราเอง หนทางสู้ชัยชนะชัดเจนเพราะใจเราไม่ยอมแพ้ เรามีเป้าหมายชัดเจน” นายพลแห่ง KNDO กล่าว 

ผู้หลับหนีการสู้รบจากฝั่งกะเหรี่ยงอพยพมาพักพิงอยู่ฝั่งไทย

พล.ต.เหน่อดาเมียะ กล่าวว่าทุกชาติพันธุ์ ทุกกลุ่ม ทั้งไทใหญ่ คะฉิ่น อาระกัน ฯลฯ ต่างมีเป้าหมายตรงกัน มีจุดยืนในการต่อต้านเผด็จการทหาร และเรียกร้องประชาธิปไตย เอกราชของกลุ่มชาติพันธุ์ ประชาชนพม่าก็เดือดร้อนเช่นเดียวกับเรา ไม่ต้องการอยู่ใต้เผด็จการทหาร ทุกคนต้องจับมือช่วยกัน ขับไล่รัฐบาลเผด็จการพม่าออกไปให้ได้

“รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ NUG เราสนับสนุน ต้องมานั่งคุยกัน ต้องได้รับการยอมรับจากสังคมนานาชาติจึงจะทำงานได้ สำหรับอาเซียน ต้องอย่าสนับสนุนเผด็จการ มิเช่นนั้นประชาธิปไตยเกิดขึ้นยาก อาเซียนต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องพม่าให้ดีที่สุด การสู้รบในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งส่งผลให้เกิดผู้พลัดถิ่นในเวลานี้ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม KNU อยากให้มีการช่วย ยินดีต้อนรับกลุ่มที่จะมาช่วยทุกกลุ่ม สำหรับประชาชนที่ต้องหนีภัยสงครามมายังประเทศไทย เวลานี้มีประมาณ 3,000 กว่าคน เพราะถูกเครื่องบินพม่ามาโจมตีทุกๆ วัน สำหรับผู้หนีภัยที่ทางการไทยจัดพื้นที่ปลอดภัยให้ ขอบคุณรัฐบาลไทยที่ช่วยเหลือ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยทุกคนที่มีใจดูแลผู้อพยพ สถานการณ์อาจรุนแรงยิ่งขึ้น ต้องมีแผนการเตรียมอย่างดี คิดว่าอีกไม่นานรัฐบาลเผด็จพม่าการคงไม่มีแล้ว” พล.ต.เหน่อดาเมียะ กล่าว

วันเดียวกันพลเอก บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด KNLA ของ KNU ได้ส่งสาส์นให้กำลังใจผู้นำกองกำลังและเหล่าทหารของ KNLA, DKBA, KNU/KNLA-PC และ BGF โดยระบุว่า เป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราต้องรวมเลือดเนื้อกัน การโจมตีของข้าศึกเราในพื้นที่กองพลและจังหวัดทางภาคเหนือของกูทูเล เราเห็นและเรารับรู้ถึงสถานการณ์ภายในของกองทัพพม่า ขวัญและกำลังใจของพวกเขา กำลังอาวุธของพวกเขา กำลังพลของพวกเขา และปัญหาภายในของพวกเขา แม้จะปรากฏให้เห็นถึงสถานการณ์ที่กองทัพพม่าโจมตีพวกเราทางอากาศ แต่ปฏิบัติการเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เป็นเพียงการข่มขู่และสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนของเรา

สาส์นฉบับนี้ยังระบุว่า การใช้ยุทธวิธีโจมตีทางอากาศของข้าศึก เป็นการแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความอ่อนแอในปฏิบัติการภาคพื้นดิน พวกเขาไม่สามารถส่งกำลังเสริมเข้ามายังพื้นที่แนวหน้า ซึ่งถูกปิดล้อมโดยกำลังพลของเรา ตอนนี้พวกเขาจึงต้องการใช้กองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF ในการปฏิบัติการช่วยเหลือกองทัพพม่า เราผู้นำและทหารทั้งหลายแผนการของข้าศึกนี้ไม่เป็นสิ่งดีต่อประชาชนกะเหรี่ยงเราเลย แผนการณ์นี้ทำให้คนกะเหรี่ยงด้วยกันต้องรบกันเอง คนบาดเจ็บ ล้มตาย ล้วนเป็นพี่น้องชนชาวกะเหรี่ยง

“ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอร้องให้พวกท่านยืนหยัดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนกะเหรี่ยง ยืนอยู่เคียงข้างความถูกต้อง ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันหาแนวทางสันติภาพที่แท้จริง จงแสดงความกล้าหาญและโค่นล้มอำนาจของเผด็จการทหารพม่า นี่เป็นสิ่งที่ประชาชนของเราร้องขอและต้องการให้เราทำในวันนี้ เหล่าทหารและผู้นำของเราหลายคนใกล้อุทิศตน อุทิศร่างกาย และสละชีพ เพื่อให้ประชาชนกะเหรี่ยงของเราหลุดพ้นจากอำนาจการกดขี่ของเผด็จการทหารพม่า”

ผู้หลับหนีการสู้รบจากฝั่งกะเหรี่ยงอพยพมาพักพิงอยู่ฝั่งไทย

ในสาส์นของพล.อ.บอจ่อแฮ ยังระบุด้วยว่า ผู้นำกองกำลังและเหล่าทหารของ KNLA, DKBA, KNU/KNLA-PC และ BGF ทั้งหลาย ในการปฏิวัติกะเหรี่ยงกว่า 70 ปี ยังไม่เคยมีโอกาสดีเท่าวันนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่ได้กล่าวไว้ “หากเรามีความกล้าหาญ ศัตรูของเราก็จะพ่ายแพ้” ลุกขึ้นสู้ด้วยความกล้าหาญคนล้มอำนาจการปกครองของเผด็จการทหารพม่าในยุคของเรา เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รับการปลดปล่อยและอยู่อย่างอิสระ ขอให้พลังของนักปฏิวัติ ความกล้าหาญของชนชาติกะเหรี่ยง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่กับเราตลอดไป

ขณะที่เฟซบุ๊ก สวท.แม่สะเรียง รายงานข่าวว่า คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายไทย ส่งหนังสือเตือนพม่า ให้ระมัดระวังการปฏิบัติการทางทหาร มิให้มีกระสุน/ระเบิด ตกเข้ามายังฝั่งไทย ทั้งนี้ศูนย์สั่งการชายแดน ไทย – พม่า ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงสถานการณ์ ประจำวันที่ 2 พ.ค. 64 ว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.64 ประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายไทย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน) ได้ทำหนังสือไปยังประธานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นฝ่ายพม่า (จังหวัดเมียวดี) สืบเนื่องมาจากกรณีที่ทหารพม่าได้มีปฏิบัติการทางทหาร โดยใช้เครื่องบินโจมตีทางอากาศต่อกองกำลังกะเหรี่ยง บริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้านตรงข้าม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน นั้น ขอให้ทหารเมียนมาเพิ่มความระมัดระวังในการใช้กำลังโจมตีทางอากาศอย่างสูงสุด เพื่อมิให้มีกระสุน/ระเบิด ตกเข้ามายังฝั่งไทย ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อประชาชนไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน และอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ผู้หลับหนีการสู้รบจากฝั่งกะเหรี่ยงอพยพมาพักพิงอยู่ฝั่งไทย

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.