เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดน ไทย -พม่า ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย -พม่า ริมแม่น้ำสาละวินว่า เวลา 09.30 น. กองกำลังกลุ่มกะเหรี่ยง KNU ได้มีการปฏิบัติการทางทหาร ต่อฐานด๊ากวิน ของทหารพม่า ด้านตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง ด้วยการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด ปืนกล และปืนเล็กยาว (ไม่ทราบการสูญเสีย) และปัจจุบันยังคงไม่มีการปฏิบัติการทางอากาศในฝั่งประเทศพม่า เป็นระยะเวลา 20 วัน

นายสิธิชัยกล่าวว่า การพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย เนื่องจากผู้ประกอบการส่งออกสินค้าได้ยื่นเรื่องขอให้พิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบ ซึ่งคณะกรรมการศูนย์สั่งการฯ ได้ประชุมหารือโดยประเมินสถานการณ์การสู้รบรวมถึงปัจจัยต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ถึงแม้ว่าปัจจุบันไม่มีสถานการณ์การสู้รบระหว่างทหารพม่าและกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ที่รุนแรง รวมถึงไม่มีปฏิบัติการทางอากาศในฝั่งพม่าตรงข้ามชายแดนเป็นเวลากว่า 20 วัน แต่ความปลอดภัยในการใช้แม่น้ำสาละวินยังมีความเปราะบาง เนื่องจากจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบ มีลักษณะการขนส่งสินค้าทางเรือ (ทางน้ำ) ซึ่งแตกต่างจากจุดผ่อนปรนอื่นๆ ของ จ.แม่ฮ่องสอน ที่ขนส่งสินค้าทางรถยนต์ (ทางบก)

ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่าจากสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการศูนย์สั่งการฯ จึงมีมติให้ประเมินสถานการณ์การสู้รบ และปัจจัยอื่นอีกเป็นระยะเวลา 10 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนการค้าบ้านแม่สามแลบ ทั้งนี้หากสถานการณ์คลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ หรือไม่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะได้พิจารณาเปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแม่สามแลบต่อไป

นายสิธิชัย กล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. เป็นต้นมา ได้มีราษฎรชาวพม่าเดินทางข้ามมายังประเทศไทยโดยทางเรือ ซึ่งทางทหารได้จัดให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวบริเวณห้วยอีนวล  ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง และพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันมีราษฎรชาวพม่าที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยจากเหตุความไม่สงบในพม่า พักในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวจำนวน 4 แห่ง รวม 1,775 คน

ข่าวแจ้งว่า การปะทะกันระหว่างทหารพม่าและทหารกะเหรี่ยง KNU บริเวณรอบฐานด๊ากวิน ทำให้ชาวบ้านท่าตาฝั่ง ซึ่งอยู่ฝั่งไทยตรงกันข้ามกับฐานดังกล่าวต่างรู้สึกหวาดหวั่นว่าทหารพม่าจะปฏิบัติการทางทหารโดยใช้เครื่องบินรบอีกครั้ง ทั้งนี้ผู้ใหญ่บ้านท่าตาฝั่งได้แจ้งไปยังลูกบ้านและฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่า ทหารพม่าได้ยิงปืนใหญ่ตกลงมายังฝั่งไทยพื้นที่ โหน่จะดา 2 ลูก ส่วนชาวบ้านที่ไปทำไร่แจ้งว่า ทหารพม่ายิงปืนใหญ่เข้ามายังไร่ของตน ทำให้ชาวบ้านไม่กล้ากลับไปทำไร่และต่างอพยพหนีไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย บางส่วนหนีไปอยู่กับญาติพี่น้องที่หมู่บ้านแม่สามแลบ บางส่วนหนีไปอยู่ที่ อ.แม่สะเรียง อย่างไรก็ตามกระสุนปืน ค.ที่ยิงมาลงหมู่บ้านท่าตฝั่งในวันนี้ ชาวบ้านบอกว่ามีด้วยกันประมาณ 4-5 ลูก แต่ทหารไทยบอกว่ามี 3 ลูก

พ.อ.สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหาราบ ที่ 7 กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.วันนี้ มีการอพยพ ชาวบ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ไปในที่ปลอดภัย หลังจากเวลาประมาณ 10.00 น.มีกระสุนปืน ค. จำนวน 3 ลูก ของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ตกมายังพื้นที่ทางเหนือของบ้านท่าตาฝั่งของไทย ประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ไปตรวจสอบ และนำออกจากพื้นที่แล้ว

“ฉก.ร.7 ได้แจ้งไปยังศูนย์สั่งการฯ เพื่อรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้ทำหนังสือประท้วงไปยัง คณะกรรมการส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา หรือ TBC เนื่องจากพื้นที่ตรงข้ามบ้านท่าตาฝั่ง มีฐานทหารพม่าตั้งอยู่ และยังมีกองกำลังทหารกะเหรี่ยง KNU ด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงยังต้องพิสูจน์ทราบว่าเป็นฝ่ายใด และทางการไทยต้องดูแลความเรียบร้อยพื้นที่ชายแดนอย่างเต็มที่ จึงได้ให้ประชาชนบ้านท่าตาฝั่ง อพยพไปในที่ปลอดภัยแล้ว” พ.อ.สุจินต์ กล่าว

ขณะที่เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำสาละวิน ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคง ยังคงมีมาตรการสกัดกั้นการเข้า-ออกยังชายแดนแม่น้ำสาละวิน เป็นการปิดกั้นเส้นทางการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากกลุ่มบุคคล และองค์กรผู้มีจิตเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ ที่มีความประสงค์ในการช่วยเหลือผู้หนีภัยสงคราม ที่หนีร้อนมาพึ่งเย็นในครั้งนี้ มารตการดังกล่าวจึงทำให้ภาคส่วนต่างๆ ยังคงไม่สามารถเข้าพื้นที่ให้ความช่วยเหลือได้อย่างเปิดเผย ทั้งที่เป็นการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ สิ่งของจำเป็นเร่งด่วนด้านมนุษยธรรม อาทิ ข้าวสาร อาหาร ยา เวชภัณฑ์ ฯลฯ ส่งผลให้ผู้หนีภัยตามชายแดนมายังฝั่งไทยริมฝั่งน้ำสาละวินจากความไม่สงบ ราว 3 พันคน ต้องมีสภาพการอยู่ที่ลำบาก ต้องทนทุกข์ทรมาน ขาดอาหารและน้ำดื่มสะอาด เสี่ยงด้านสุขภาพ การระบาดของโรค 

“ล่าสุดเมื่อวันที่19 พฤษภาคม มีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทย เดินทางไปแจ้งผู้หนีภัยจากการสู้รบที่พักพิงอยู่ทางฝั่งไทย ให้เดินทางกลับทั้งหมดภายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2564  ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้หารือและกล่าวกับผู้แทนพิเศษเลขาธิการองคการสหประชาชาติ(UN) ว่ารัฐบาลไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับประชาชที่หลบหนีจากสถานการณ์การสู้รบในพม่า” แถลงการณ์ระบุ

เครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำสาละวินได้เสนอว่า 1. ขอให้ชะลอการส่งกลับผู้หนีภัยจากการสู้รบชายแดนทุกจุด จนกว่าจะมีการประเมินสถานการณ์ปลอดภัย  เหมาะสม 2. ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงเปิดเส้นทางในการเข้าช่วยเหลือเยียวยาด้านมนุษยธรรมในทันที 3. ให้ฝ่ายความมั่นคง มอบภารกิจในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาสังคม องค์สาธารณกุศล ดำเนินการแก้ปัญหา 4. ตั้งคณะกรรมการระดับประเทศ ประกอบด้วยกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมคลี่คลายปัญหาจากสถานการณ์นี้

ทางด้านวิทยุกะเหรี่ยง Karen Radio รายงานว่าจากเหตุการณ์ผลักดันผู้หนีภัยจากการสู้รบกลับฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ที่แม่นึท่า ตรงข้าม ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ประชาชนที่เจ็บป่วยจำเป็นต้องข้ามแม่น้ำสาละวินกลับไป โดยที่ไม่มียา หรือเวชภัณฑ์ใดๆ ที่จะดูแลผู้ป่วย ซึ่งจำนวนมากเป็นเด็กเล็ก ขณะนี้โรคที่พบมากคือท้องร่วง เนื่องจากไม่มีน้ำดื่มสะอาดหรือสุขอนามัยที่เพียงพอ และโรคมาลาเรีย พบว่าล่าสุดมีเด็กวัยเพียง 4 ปี เสียชีวิตในวันนี้เนื่องจากมีอาการท้องร่วงรุนแรงและไม่มียาในการรักษา


Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.