เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 28 คน เดินทางไปที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี เพื่อรายงานตัวตามกำหนดฝากขังจำนวน 22 คน (1 คนเป็นเยาวชน) ขณะที่ชาวบ้านอีก 6 คน เป็นการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยกลุ่มแรก (22 คน) ผลปรากฏว่าพนักงานสอบสวนและอัยการไม่สามารถส่งสำนวนฟ้องต่อศาลได้ตามกำหนด ศาลจึงมีคำสั่งปล่อยตัวชาวบ้านที่ถูกดำเนินคดี และกำหนดนัดพบอัยการอีกครั้งในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 แต่อย่างไรก็ตามเยาวชน 1 คน ยังต้องเข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนต่อไป ส่วนชาวบ้านกลุ่มสอง (6 คน) ได้รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่ยังไม่ครบกำหนดฝากขัง วันนี้จึงไม่มีการดำเนินการในชั้นอัยการ

สำหรับบรรยากาศในวันนี้มีเครือข่ายภาคี #SAVEบางกลอย ตัวแทนองค์กรช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน และนักกฏหมาย เข้ามาช่วยเหลือประสานงานทางคดีให้ชาวบ้าน นอกจากนี้มีตัวแทนคนเมืองเพชรบุรีมาให้กำลังชาวบ้าน และเป็นผู้ให้การดูแลทั้งเรื่องอาหารและสถานที่พักค้างคืนให้แก้ชาวบ้านทั้ง 28 คน ที่ต้องเดินทางมาล่วงหน้าเพื่อให้ทันไปตามนัดศาล

นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นทนายความและชาวบ้านได้ยื่นหนังสือถึงอัยการจังหวัดเพชรบุรีและอัยการสูงสุดเพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว ซึ่งตามระเบียบและกฎหมายนั้น เมื่อผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม โดยเฉพาะร้องขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนใหญ่อัยการก็จะมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมก่อน ก่อนที่จะมีคำสั่งว่าจะส่งฟ้องหรือไม่

“อัยการให้ความสะดวกเนื่องจากเป็นสถานการณ์โควิด และน่าจะต้องมีการสอบสวนเพิ่มแน่นอน อัยการเลยนัดวันที่ 29 ก.ค. เพื่อที่จะมารับทราบว่าอัยการจะส่งฟ้องทันหรือไม่ วันนี้ชาวบ้านและทนายความได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมสำหรับผู้ต้องหาที่ยังไม่มารับทราบข้อหาเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ด้วย ฉะนั้นทั้งหมด 28 คน ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมจากพนักงานอัยการเพิ่ม โดยเฉพาะสอบสวนนักวิชาการ ตอนนี้เราเสนอรายชื่อไป 7 ท่าน” นางสาว ส.รัตนมณี กล่าว

ขอบคุณภาพจาก ไฟ กลาง ฝน

นางสาว ส.รัตนมณี กล่าวต่อว่า รายชื่อนักวิชาการทั้ง 7 คน ที่พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำเพิ่มตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมนั้น ประกอบด้วยอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักวิชาการที่ศึกษาและเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อแก้ปัญหากรณีกะเหรี่ยงบางกลอย 1.นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2.ดร. สมศักดิ์ สุขวงศ์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้อำนวยการบริการบริหาร ศูนย์วนศาสตร์ชุมชน (RECOFTC) 3.ดร. กฤษฎา บุญชัย สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา 4.นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 5.นางสุนี ไชยรส อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 6.รศ.ดร.นฤมล อรุโณทัย ผู้อำนวยการสภาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7.ศ.ดร. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ด้านนายพชร คำชำนาญ ภาคี #SAVEบางกลอย กล่าวว่า การยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมที่มีทีมทนายความช่วยเหลือ ทำให้เบาใจไปได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เพราะที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่าระดับนโยบายและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ยังไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ที่แม้นโยบายเปิดให้แก้ปัญหาแต่ในพื้นที่ยังคงมีการดำเนินการกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณภาพจาก ไฟ กลาง ฝน

“เราเห็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลและฝ่ายการเมืองหลายครั้งในช่วง 4-5 เดือนของการเคลื่อนไหวเพื่อพาชาวบางกลอยกลับบ้าน แต่หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานยังไม่รับลูก กรมอุทยานฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ เองก็ดูจะลอยตัว เลยทำให้ปัญหาไม่เคยถูกแก้ เป็นเพียงการชะลอ และชาวบ้านก็ยังต้องหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีกในอนาคตหรือไม่ ซึ่งความขัดแย้ง ย้อนแย้งกันของรัฐบาลและหน่วยงานแบบนี้จะไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเลย” นายพชร กล่าว

นายหน่อแอะ มีมิ ชาวบ้านบางกลอย หนึ่งในผู้ต้องหา 22 คนแรก กล่าวว่า วันนี้เห็นกระบวนการที่หลายฝ่ายให้ความช่วยเหลือ ทั้งคนเพชรบุรีและทีมทนายความ รวมถึงรัฐบาล ซึ่งตนยืนยันว่าการกลับไปที่บางกลอยบนไม่ใช่ความผิด ไม่ควรต้องถูกดำเนินคดีหรือติดคุก

“เราก็อยากจะยืนยันว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ควรต้องติดคุก ถ้าถอนคดีได้ก็อยากให้ถอน แล้วปัญหาของเราไม่มีอะไรมากเลย เราก็แค่อยากจะกลับไปอยู่ในที่ทำกินเดิม เราไม่ได้ท้าทายอำนาจของใครหรือท้าทายกฎหมายของใคร เราเพียงต้องการกลับไปอยู่ในพื้นที่เดิมที่เราอยู่มาก่อนเท่านั้น” นายหน่อแอะกล่าว

นายนอแอะ กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าจะขอบคุณคนเพชรอย่างไรที่ให้การช่วยเหลือมากมายขนาดนี้ ทั้งสถานที่ อาหาร และให้การตอนรับเป็นอย่างดี เราอยากให้โรคร้ายที่เกิดขึ้นตอนนี้กับคนเมืองผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และก็หวังว่าคนปลายน้ำและต้นน้ำ จะกลับมาอยู่ด้วยกันอย่างสงบ

ด้านนายจำลอง วิลัยเลิศ ผู้แทนกลุ่มอนุรักษ์เมืองเพชร ที่เดินทางมาให้กำลังใจชาวบ้าน กล่าวกับชาวบ้านว่า คนเพชรบุรีพร้อมจะช่วยเหลือชาวบ้านบางกลอยเสมอ อยากให้คิดเสมอว่าพี่น้องชาวกะเหรี่ยงนั้นไม่ได้สู้ตามลำพัง แต่จะมีคนเพชรบุรีอีกจำนวนมากร่วมกันสู้ไปพร้อมพี่น้องบางกลอย ไม่ต้องเกรงใจเพราะเราคนเพชรยีนดีช่วยเหลือเสมอ

ขอบคุณภาพจาก ไฟ กลาง ฝน
ขอบคุณภาพจาก ไฟ กลาง ฝน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.