เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 นางสาวอัญชลี อิสมันยี ภาคี #saveบางกลอย เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กำลังตกอยู่ในสภาวะป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชั โดยพบ 13 ราย มีอาการหนักจนไม่สามารถลุกขึ้นทำงานได้ตามปกติ อีก 21 ราย เริ่มมีอาการหนักแต่ยังพอมีแรงลุกขึ้นทำกิจกรรมได้บ้าง โดยสองกรณีรวม 34 ราย มีอาการป่วยแตกต่างกัน นอกจากนี้พบแม่ลูกอ่อนร่างกายไม่แข็งแรงจนไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน 11 ราย โดยชาวบ้านและเครือข่ายที่เข้าไปให้การช่วยเหลือในเบี้องต้นคาดว่าเป็นอาการป่วยสะสมจากภาวะการขาดสารอาหาร อันสืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินภายหลังถูกบังคับอพยพมาจากพื้นที่บางกลอยบน-ใจแผ่นดินตั้งแต่ปี 2539

“ชาวบ้านที่ป่วยมีอาการแตกต่างกัน เช่น ต้อกระจก ไมเกรน กล้ามเนื้ออ่อนแรง อ่อนเพลีย ปวดท้อง มีลมในปอดมาก หอบ ไอ และโรงความดัน ผู้ป่วยที่ยังพอมีแรงก็ต้องฝืนทำงานหากินในหมู่บ้าน แต่อาการก็ค่อยๆ หนักขึ้น แม่เด็กก็ไม่มีนมให้ลูก เด็กกลุ่มนี้ก็จะขาดสารอาหารตั้งแต่เล็กๆ จนบางคนแขนขาลีบอ่อนแรง บางรายก็พิการแต่กำเนิด เชื่อว่าการที่ชาวบ้านขาดแคลนอาหารมาอย่างยาวนาน ส่งผมให้เกิดอาการป่วยสะสมมาจนหลายคนอาการหนักแบบนี้” นางสาวอัญชลี กล่าว

นางสาวอัญชลี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เคสที่น่าเป็นห่วงคือ กรณีเด้กทารกอายุ 3 เดือน พิการปากแหว่งเพดานโหว่แต่กำเนิด เข้ารักษาตัวตั้งแต่แรกเกิด โดยทำคลอดที่หมู่บ้านบางกลอยแล้วแม่หอบลูกเดินทางออกมาจากหมู่บ้านพาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแก่งกระจาน มีอาการหนักถึงขั้นหยุดหายใจแต่แพทย์ช่วยกระตุ้นหัวใจช่วยไว้ได้ ขณะที่แม่เด็กยังไม่แข็งแรง เพราะมีเลือดออกจากแผลผ่าตัด ทำให้ไม่สามารถไปดูแลลูกได้ พ่อเด็กต้องเฝ้าลูกที่โรงพยาบาล ไม่สามารถไปทำงานหาเงินได้เหมือนปกติ

นางสาวอัญชลี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีชาวบ้าน 1 ราย กลับจากทำงานที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากโรงงานปิดทำการเนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยขณะที่อยู่ในหมู่บ้านบางกลอยตลอด 2 วัน มีอาการป่วยแต่ไม่ได้ทำการกักตัว เนื่องจากคิดว่าเป็นไข้มาลาเรีย จนกระทั่งภายหลังเมื่อกลับออกไปแล้ว มีการแจ้งข่าวมาว่าชาวบ้านคนดังกล่าวติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ทุกคนในหมู่บ้านมีความกังวลว่าเชื้ออาจแพร่ระบาดต่อผู้ใกล้ชิด โดยมีกลุ่มเสี่ยงอย่างต่ำ 2 ครอบครัว หรือ ชาวบ้าน 10 คน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาปูพรมตรวจคัดกรองในหมู่บ้าน และให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะชาวบ้านที่มีร่างกายอ่อนแออยู่อาจติดเชื้อได้ง่ายและจะมีอาการหนัก

ขณะเดียวกันภาคี #saveบางกลอย ออกแถลงการณ์ เรื่อง เมื่อสถานการณ์ความเจ็บป่วยยังสาหัส รัฐต้องหยุดถ่วงเวลาแก้ปัญหาบางกลอย ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ

1.ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดช่องให้ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าตามวิถีชีวิตดั้งเดิม โดยการดำเนินการสำรวจพื้นที่เก็บหาของป่าตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านบางกลอย และระหว่างนี้ต้องหยุดการข่มขู่ คุกคาม หรือบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นโดยปราศจากมนุษยธรรม เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงแหล่งอาหารตามธรรมชาติได้ในสถานการณ์ที่ยังไร้ที่ดินทำกิน

2. ให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งดำเนินการแก้ปัญหาอาการเจ็บป่วยของชาวบ้าน โดยการลงพื้นที่ตรวจอาการโดยละเอียด อำนวยการเรื่องการรักษาพยาบาล รวมถึงให้มีแนวทางตรวจหาผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชิงรุก และจัดหาอุปกรณ์สำหรับป้องกันการติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ให้ชาวบ้านชุมชนบ้านบางกลอย

3.ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เร่งช่วยเหลือเยียวยาปัญหาปากท้องของชาวบ้านโดยเร่งด่วนที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เพียงพอต่อการบริโภคของชุมชน

แถลงการณ์ระบุอีกว่า เรายืนยันว่าการไม่สามารถเข้าถึงอาหารและระบบสาธารณสุขที่ดีนั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง เป็นความรุนแรงโดยรัฐที่แสดงให้เห็นว่า ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอยนั้นถูกมองว่า “เป็นอื่น” และเป็นเพียง “หน่วยนับทางประชากร” ในสายตาของรัฐไทยมาโดยตลอด สถานการณ์ความรุนแรงภายหลังมีการประกาศอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานทับพื้นที่ชุมชนนั้นยังเป็นประวัติศาสตร์บาดแผล ซึ่งได้ตัดตอนวิถีชีวิตของคนในป่าที่ต้องอาศัยและพึ่งพิงทรัพยากรในป่ามาจนถึงวันนี้ รัฐไทยควรเร่งแก้ไขปัญหาด้วยความจริงใจ คำนึงถึงสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในฐานะพลเมืองไทย มิใช่ไล่คนออกจากป่า เดินหน้ามรดกโลกบนสถานการณ์ความป่วยไข้ของประชาชน

อนึ่ง ระหว่างวันที่ 16 – 31 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 44 ที่ประเทศจีนโดยวาระสำคัญของประเทศไทย คือ การนำเสนอ “กลุ่มป่าแก่งกระจาน”ขึ้นเป็นมรดกโลก โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้แถลงผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนบ้านบางกลอย อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า รัฐบาล โดย ทส.ได้ดำเนินการแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง มีหน่วยงานของรัฐมากกว่า 20 หน่วยงาน เข้าไปดำเนินการโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 88 โครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพ เสริมสร้างสุขอนามัย รวมถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้แก้ปัญหาที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบางกลอย

ทั้งนี้คำแถลงของนายวราวุธได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากปัจจุบันชาวบ้านบางกลอยยังเผลิญกับความลำบากเนื่องจากจำนวนมากไม่มีที่ดินทำกินตามที่รัฐบาลเคยสัญญาไว้ นอกจากนี้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านยังต่ำมาก


Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.