เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์สื่อฮ่องกงเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ (South China Morning Post) รายงานข่าวตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 กรณีเขื่อนบนแม่น้ำโขงในจีน โดยพาดหัวว่า จีนปฏิเสธว่าระดับน้ำโขงที่ลดลงไม่เกี่ยวกับการกักเก็บน้ำของเขื่อนจิงหง (China denies Mekong River water levels fell due to flow restrictions from Jinghong hydropower dam) โดยสาระสำคัญระบุว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงตอนล่างลดลง ตั้งแต่จากปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงต้นเดือนสิงหาคม เนื่องจากการจำกัดการไหลของน้ำจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำจิงหง โดยกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนให้ข้อมูลว่าไม่มีปัญหาการสกัดกั้นในการดำเนินงานของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำจิงหง ไม่มีการกักเก็บน้ำ แต่ควบคุมการไหลของน้ำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ 

“ในช่วงฤดูน้ำหลาก เขื่อนกักเก็บน้ำอย่างเหมาะสม ลดการไหลของน้ำ และเพิ่มปริมาณน้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างเหมาะสม เพื่อลดอุทกภัยและภัยแล้งในลุ่มน้ำ ทั้งนี้จากการวิเคราะห์การไหลของน้ำโดยผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงชี้ว่ากรณีที่เกิดการผันผวนของระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำเชียงแสนนั้น เกิดจากปัจจัยหลักคือการที่ฝนทิ้งช่วง โดยระหว่างวันที่ 18-22 กรกฎาคม เขื่อนจิงหงมีปริมาณการระบายน้ำคงที่อยู่ที่1,400 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที แต่เมื่อมีฝนที่เว้นช่วงจึงเพิ่มการระบายน้ำเป็น 4,770 ลบ.ม.ต่อวินาทีในระยะเวลา 5 วัน ซึ่งส่งผลให้น้ำเพิ่มระดับทันที 3.8 เมตร แล้วจึงค่อยลดระดับลง”

 นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าข้อมูลตรงกับข้อสรุปเอกสารของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission) หรือ MRC และกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนยังอ้างถึงเอกสารของ MRC อีกว่าระดับน้ำโขงที่ผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นผลจากการระบายน้ำของเขื่อนบนลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงด้วยเช่นกัน 

“ขณะนี้แม่น้ำโขงอยู่ในช่วงฤดูฝน ซึ่งผลจากปริมาณฝนจะทำให้ระดับน้ำโขงผันผวนมากกว่าช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางอุทกวิทยาที่ปกติ” กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุ และว่าจีนมีสัดส่วนปริมาณน้ำเพียงร้อยละ 13.5 ของปริมาณน้ำโขงทั้งหมด ซึ่งปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมต้องร่วมมือกันในการแก้ปัญหาดังกล่าว

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ได้สัมภาษณ์นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) ซึ่งกล่าวว่าตัวเลขปริมาณน้ำร้อยละ 13.5 ของแม่น้ำโขงว่ามาจากจีนนั้น เป็นตัวเลขที่คำนวณค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำทั้งปี ที่ปากแม่น้ำโขงที่เวียดนาม ในขณะที่สถานีเชียงแสน จ.เชียงราย ปริมาณน้ำแม่น้ำโขงส่วนใหญ่มาจากจีน โดยมากถึงร้อยละ 90 ในฤดูแล้ง ซึ่งที่อ้างว่าปริมาณฝนส่งผลกระทบต่อระดับน้ำโขงนั้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนที่สร้างในจีนแล้วถึง 11 เขื่อน มีการใช้งานที่ส่งให้ผลกระทบต่อท้ายน้ำรุนแรงมากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะมีการประกาศชะลอการลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิงหง แต่ประชาชนที่อาศัยริมแม่น้ำโขง โดยเฉพาะใน อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต่างเห็นว่าระดับน้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่อง ผิดธรรมชาติของฤดูฝน ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงตอนล่าง

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าระดับน้ำที่ผันผวนที่ อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ ถูกทำให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นด้วยเขื่อนตอนบน และไม่เกี่ยวกับการระบายน้ำของเขื่อนบนลำน้ำสาขา ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนล่าง เช่น เขื่อนขั้นบันได 7 แห่ง บนแม่น้ำอู” นางสาวเพียรพร กล่าว และว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จีนและประเทศในลุ่มน้ำต้องหารือการแก้ปัญหานี้ โดยฟังข้อมูลและข้อกังวลจากประชาชนที่อาศัยในลุ่มน้ำโขง

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.