เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ตากและรักษาราชการแทน ผวจ.พร้อมหัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคงในจังหวัดตากได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีผู้หนีภัยจากการสู้รบฯข้ามแดนมายังฝั่งไทย โดยนายสมชัยกล่าวว่าศูนย์สั่งการชายแดนฯ ได้รับรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม เวลา 10.00 น.ได้รับแจ้งจากกองกำลังนเรศวรว่าเกิดการปะทะระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยงบริเวณตอนใต้ของจังหวัดเมียวดี ประเทศพม่า และมีผู้หนีภัยเดินทางข้ามมาฝั่งไทยบริเวณคอกวัวบ้านกำนันปั้น ต.แม่ตาว อ.แม่สอด ประมาณ 70 คนและพบกระสุนปืนตกริมแม่น้ำเมยฝั่งไทยแต่ไม่มีความสูญเสีย และเวลา 18.00 น.พบผู้หนีภัยเดินทางข้ามมายังฝั่งไทยอีกรวมยอด 2,503 คน โดยได้มีการเคลื่อนย้ายผู้หนีภัยฯ จากบริเวณคอกวัวกำนันปั้นไปยังโรงเรียนแม่ตาวกลาง อ.แม่สอดเพื่อความปลอดภัย
นายสมชัยกล่าวว่าในวันนี้ได้เกิดการปะทะกันระหว่างทหารพม่าและกองกำลังชนกลุ่มน้อยลึกเข้าไปในพม่า 500 เมตรซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านดอนชัย ต.แม่ตาว อ.แม่สอด และเวลา 12.00 น.ตรวจพบผู้ที่หนีภัยความไม่สงบเดินทางมายังฝั่งไทยที่โรงเรียนบ้านแม่ตาวกลางจำนวน 95 คน รวมจำนวนผู้ที่หนีภัยจากการสู้รบที่หลบอยู่ในฝั่งไทยจำนวน 2,598 คน และเวลา 12.30 น.ได้ตรวจพบผู้หนีภัยและได้รับบาดเจ็บ 2 คนจึงได้นำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอด หลังจากนั้นพบกระสุนไม่ทราบชนิดตกริมน้ำเมยฝั่งไทยแต่ไม่พบความสูญเสีย จึงได้ยิงกระสุนควันแจ้งเตือน
“สถานการณ์ปัจจุบันการสู้รบได้ยุติลง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ สำหรับผู้ที่หนีภัยการสู้รบที่เดินทางเข้ามาทั้ง 3 ครั้งอยู่ที่ โรงเรียนบ้านแม่ตาวกลาง จากการสอบถามพบว่าเป็นผู้มีสถานะทางทะเบียนและอาศัยอยู่ในพื้นที่เมียวดี สาเหตุที่ต้องข้ามมาฝั่งไทยเพราะมีความกังวลเรื่องสถานการณ์ในพื้นที่ เมื่อสถานการณ์สงบมีความต้องการเดินทางกลับไปภูมิลำเนา” รอง ผวจ. กล่าว

นายสมชัยกล่าวว่า ได้มีการจัดตั้งกองอํานวยการร่วมในการแก้ไขสถานการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาเดินทางเข้ามายังฝั่งไทย เพื่อดําเนินการร่วมในการแก้ไขสถานการณ์ และการบริหารจัดการการปฏิบัติในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมเฉพาะบริเวณ โดยได้มีการลงพื้นที่ เพื่อสํารวจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนบ้านดอนไชย ต.แม่ตาว และการพบปะชี้แจงข้อเท็จจริงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงการเตรียมการปฏิบัติตามแผนอพยพพลเรือน หากสถานการณ์มีแนวโน้มที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนไทย บริเวณแนวชายแดนจังหวัดตาก
นายสมชัยกล่าวว่า ได้มีการเพิ่มมาตรการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่ชายแดน การจัดตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด เพื่อควบคุมการปฏิบัติในพื้นที่ และการเตรียมความพร้อมในการโต้ตอบตามสถานการณ์ของกองกําลังป้องกันชายแดน หากมีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศ โดยในห้วงที่ผ่านมา กองกําลังนเรศวร ได้ดําเนินการยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปแล้ว จํานวน 2 นัด เพื่อแจ้งเตือนให้กําลังทั้งสองฝ่ายทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย นอกจากนี้ยังได้มีการประสานการปฏิบัติกับรัฐบาลเมียนมา ผ่านช่องทางความร่วมมือระดับทวีภาคี โดยใช้ช่องทาง คณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่น ไทย – เมียนมา (TBC) เพื่อประท้วง กรณีที่มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย ข้ามมาตกยังฝั่งไทย
รอง ผวจ.กล่าวว่า การดําเนินการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวอยู่ในความรับผิดชอบของกองกําลังป้องกันชายแดนโดยดําเนินการจัดทําข้อมูลทะเบียนของผู้หนีภัยความไม่สงบในพื้นที่ปลอดภัย ชั่วคราว และช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ทั้งในเรื่องของ การรักษาพยาบาลขั้นต้น การแจกจ่ายสิ่งของอุปโภค/บริโภค และการพบปะเพื่อสอบถามในเรื่องของความเดือดร้อน
“ศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก ขอความร่วมมือ ประชาชนในพื้นที่ งดการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ ดังกล่าว เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึง ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน และทุกภาคส่วนในการตรวจสอบข่าวสาร ข้อเท็จจริงก่อนที่จะนําไป เผยแพร่ให้กับประชาชน เพราะข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงนั้นจะสร้างความแตกตื่นและความหวาดกลัว ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนสามารถรับฟังข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงได้จากการแถลงข่าว ประจําวันของศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตาก”นายสมชัย กล่าว
ขณะที่ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร กล่าวว่ากำลังฝ่ายทหารได้ร่วมมือกับฝ่ายปกครองและตำรวจและฝ่ายเกี่ยวข้อง ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เรามีจุดรับบริจาคที่อำเภอจัดตั้งขึ้นที่วัดศรีเกิด ส่วนสถานการณ์แนวชายแดนได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ตอนนี้เสียงปืนเงียบลงและแนวโน้มถ้าสถานการณ์สู้รบไม่เกิดขึ้น ราษฎรชาวเมียนมาน่าจะเดินทางกลับได้
ขณะเดียวกันสื่อมวลชนในพม่าได้รายงานสถานการณ์การสู้รบในครั้งนี้ โดยสำนักข่าว KIC (Karen Information Center) รายงานว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้จับกุมทหารจากกองทัพพม่าคะมะยะ 275 จำนวน 6 นาย และสมาชิกกองกำลังป้องกันชายแดน (BGF -Border Guard Forces) จำนวน 2 นาย ระหว่างการปะทะที่หมู่บ้านเลเก่กอ่ (Lay Kay Kaw) เมื่อวานนี้ (16 ธันวาคม)
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับฝ่ายบริหารของเลเก่ก่อ กล่าวว่า “เช้านี้ ทหารพม่าและกองกำลังป้องกันชายแดน (BGF) ที่ถูกจับกุมแปดนายถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่บริหารของเลเก่ก่อ ทางฝ่ายบริหารได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและจัดหาอาหารและที่พักอย่างปลอดภัย”
แหล่งข่าวจาก KNU ระบุว่า ทหารกองทัพพม่าประมาณ 20 คนและ BGF เสียชีวิตในการปะทะกันระหว่างหมู่บ้านแมะต่อตะเลและหมู่บ้านเมตตาลินเมียง และ KNLA เสียชีวิต 1 คน ขณะที่ชาวบ้านประมาณ 4,000 คนได้หลบหนีการสู้รบไปยังชายแดนไทยผ่านเส้นทางธรรมชาติโดยมีคนประมาณ 1,000 คนติดอยู่ภายในหมู่บ้านเลเก่ก่อ





