ทัพพม่ารบ KNU ขยายวงกว้าง สถานการณ์ฝั่งกะเหรี่ยงโกลาหล กลุ่มสิทธิมนุษยชนเผยชาวบ้านนับหมื่นได้รับผลกระทบ-วอนรัฐบาลไทยอย่าเพิ่งรีบส่งกลับ ระบุผู้พลัดถิ่นหลบซ่อนตามป่ากำลังขาดแคลนหนัก

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 กลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (Karen Human Rights Group-KHRG) ได้โพสต์ภาพชาวกะเหรี่ยงที่หลบหนีการสู้รบอยู่ในป่า รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่าและบางส่วนหนีข้ามอยู่ริมน้ำเมย จ.ตาก โดยเขียนข้อความระบุว่า ขณะนี้ KHRG ได้นำอาหารและความช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับผู้พลัดถิ่นในฝั่งกะเหรี่ยงจำนวน 4,000 ราย เนื่องจากกองทัพพม่าได้โจมตีอย่างต่อเนื่องและมีความหวาดกลัวว่าจะส่งเครื่องบินมาโจมตีในพื้นที่ และมีการคาดการว่าขณะนี้ประชาชนกว่า 10,000 คนในรัฐกะเหรี่ยงได้รับผลกระทบจากความไม่สงบที่เกิดขึ้น

“ประมาณ 9.00 น. วันนี้ ทหารกองทัพพม่าได้ยิงปืนค. ในพื้นที่เตบอโบ ทำให้ประชาชนต้องหนีออกจากบ้านทันที โดยบางส่วนข้ามมาฝั่งไทย ขณะที่สถานการณ์ฝั่งกะเหรี่ยงอยู่ในสภาพวุ่นวายและโกลาหลเนื่องจากมีการยิงปืนค.อย่างต่อเนื่องโดยทหารพม่า ทำให้ประชาชนต้องหนีออกจากบ้านเรือนทันทีโดยไม่มีอาหาร เสื้อกันหนาวหรือผ้าห่ม หรือวัสดุในการทำเพิงพักใดๆ และยังพบว่าเกิดความเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคท้องเสีย ซึ่งพบผู้ป่วยทั้งสองฟากของแม่น้ำเมย เนื่องจากผู้อพยพไม่มีห้องสุขา หรือสุขอนามัยใดๆ” KHRG ระบุ

กลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยงระบุว่า อย่างไรก็ตามองค์กรชุมชนกะเหรี่ยงพยายามจัดส่งความช่วยเหลือทันทีเท่าที่ทำได้ในสถานการณ์ที่เปราะบางนี้ ซึ่งพบว่าการให้ความช่วยเหลือต้องอาศัยองค์กรชุมชนเป็นสำคัญ ขอวิงวอนให้รัฐบาลไทยยังไม่ส่งกลับผู้หนีภัยเนื่องจากสถานการณ์ที่ยังคงไม่ปลอดภัย และขออนุญาตให้มีการส่งความช่วยเหลือข้ามพรมแดนไปยังฝั่งพม่า

ขณะที่สำนักข่าว KIC – Karen Information Center รายงานว่า ในวันเดียวกันนี้เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ชาวบ้านหลายพันคนได้อพยพหนีการสู้รบจากหมู่บ้านเตบอโบ ทางใต้ของเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง มายังบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย โดยคนในพื้นที่ฝั่งไทยคนหนึ่ง กล่าวว่า “การยิงกันเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 8.05 น. จนถึง 8.35 น. ชาวบ้านเตบอโบข้ามมาถึงฝั่งเป็นจำนวนมาก พวกเขากำลังรออยู่ที่นั่นเพราะไม่ได้รับอนุญาต”

KIC ระบุว่ากองกำลังของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ปิดล้อมกองทัพพม่าที่อยู่ในค่ายเตบอโบ จึงทำให้กองทัพพม่ายิงกระสุนตอบโต้ไปที่หมู่บ้านเตบอโบอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านกว่า 2,000 คน จากประมาณ 10 หมู่บ้านในพื้นที่อพยพมาที่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ ประชาชนเหล่านี้ต้องการอาหาร ยา และของใช้เด็ก อย่างเร่งด่วนเนื่องจากการสู้รบในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถอพยพออกมาจากในพื้นที่ได้ ผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวจึงหลบภัยอยู่ในสวนยางพารา วัด และสวนที่อยู่ใกล้เคียง

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนบริเวณชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ได้มีผู้หนีภัยในหลายพื้นที่จากรัฐกะเหรี่ยงซึ่งได้รับผลกระทบจากการปะทะกันระหว่างทหารพม่าและ KNU พยายามข้ามแม่น้ำเมย เพื่อขอเข้ามาหลบภัยในฝั่งไทย แต่ในหลายจุดได้รับการปฏิเสธจากทหารไทยเนื่องจากเห็นว่ายังอยู่ห่างไกลจากจุดปะทะ ทำให้ชาวบ้านต้องพากันไปหลบซ่อนในป่า ขณะนี้ชาวบ้านหลายพันคนที่หลบซ่อนอยู่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเพราะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ที่สำคัญคือขณะนี้อากาศมีความหนาวเย็นมาก ขณะที่ความช่วยเหลือต่างๆ ที่องค์กรภาคประชาสังคม หรือ เอ็นจีโอ พยายามที่จะลำเลียงไปให้ชาวบ้านที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ทางการไทยจัดไว้ให้ แต่ต้องหลบเลี่ยงจากทหารไทยซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและเอ็นจีโอเข้าไปในพื้นที่ที่มีผู้อพยพหนีภัย

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้การต่อสู้ระหว่างทหารพม่าและKNU ได้ขยายวงกว้างออกไป จากเดิมแนวปะทะอยู่แค่ในเขตเมียวดีซึ่งเป็นเขตดูแลของ KNU กองพล 6 แต่ขณะนี้เริ่มมีการปะทะในเขตพื้นที่การดูแลของกองพล 7 ซึ่งอยู่เหนือเมืองเมียวดีขึ้นไปซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ขณะเดียวกันสถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่าง KNU กองพล 5 ริมแม่น้ำสาละวิน ตรงข้ามกับ อ.แม่สะเรียงและ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน กับทหารพม่าซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ริมแม่น้ำสาละวิน ก็ยังน่าจับตามอง หลังจากที่ KNU กดดันให้ทหารพม่าที่ประจำการอยู่ทั้ง 8 ฐานถอนกำลังออกจากริมแม่น้ำสาละวิน โดยได้มีการตัดเส้นทางลำเลียง ทำให้ทหารพม่ากำลังขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก

วันเดียวกันศูนย์สั่งการชายแดน ไทย – เมียนมา จังหวัดตาก ได้รายงานสถานการณ์ประจำวันที่ 22 โดยระบุว่าห้วงเวลา 08.00-18.00 น. ไม่ปรากฏสถานการณ์การสู้รบ ระหว่าง ทหารเมียนมา กับ กองกําลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง บริเวณใกล้แนวชายแดนไทย – เมียนมา ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด สําหรับในพื้นที่ตรงข้าม อ.พบพระ จังหวัดตาก เกิดการปะทะระหว่าง ทหารเมียนมา กับ กองกําลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง ลึกเข้าไปในชายแดนเมียนมา 1 กิโลเมตร บริเวณ บ้านทิบาโบ จังหวัดเมียวดี ด้านตรงข้าม บ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระฯ และเมื่อเวลา 12.00 น. สถานการณ์การสู้รบ ได้ยุติลง

ศูนย์สังการฯได้รายงานต่อไปว่าผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวฯ โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ตาว กลางฯ ยอดเดิม 1,869 คน มีความประสงค์สมัครใจขอเดินทางกลับไปยังเมียนมาจํานวน 34 คน คงเหลือจํานวน 1,835 คน ส่วนพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวฯ คอกวัวมหาวันเมยโค้ง บ้านแม่โกนเกน ต.หาวัน อ.แม่สอด ยอดเดิม 1,184 คน มีความประสงค์สมัครใจขอเดินทางกลับจํานวน 83 คน พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวฯ คอกวัวลุงปั๋น มีความประสงค์สมัครใจขอเดินทางกลับ 21 คน คงเหลือ จํานวน 508 คน นอกจากนี้ยังพบผู้หนีภับ 268 คนเดินข้ามมายังฝั่งไทยจังนำไปที่วัดบ้านหมื่นฤาชัย

“กองอํานวยการร่วมในการแก้ไขสถานการณ์ผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมายังคงดูแลพื้นที่อย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบการดําเนินการตามหลักมนุษยธรรม โดยไม่สนับสนุนให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง รวมถึงการไม่สนับสนุนให้ใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นพื้นที่สนับสนุนผลประโยชน์ของกลุ่มตนเอง ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่งดการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา รวมถึงขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนและทุกภาคส่วนในการตรวจสอบข่าวสาร ข้อเท็จจริงก่อนที่จะนําไปเผยแพร่ให้กับประชาชน เพราะข่าวสารที่ไม่เป็นความจริงนั้นจะสร้างความแตกตื่นและความหวาดกลัวให้กับประชาชน ในพื้นที่” ศูนย์สั่งการระบุ

อบคุณภาพจาก KHRG


On Key

Related Posts

รำลึกเหตุการณ์ 8888 ภาคประชาชนจัดกิจกรรมต้านเผด็จกันคึกคัก-เรียกร้องนานาชาติร่วมกดดันทหารพม่า เชื่อความสัมพันธ์ตั้ดมะดอว์-กองทัพไทยแนบแน่น เผยผลการเลือกตั้งเป็นตัวชี้นโยบายใหม่

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 หลายองค์กร อาทิ สถาบันเRead More →

ก.พลังงานแจงสารพัดเหตุผลสร้างเขื่อนปากแบง กั้นแม่น้ำโขงเฉียดแดนไทย อ้างช่วยลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ชาวบ้านริมโขง 8 จังหวัดลุ้นระทึกศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาคดีเขื่อนไซยะบุรี 17 สค.หลังรอมา 10 ปี ทนายความชี้สร้างมาตรฐานใหม่คุ้มครองผลกระทบข้ามแดน

วันที่ 7 สิงหาคม 2565 นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลRead More →