สหรัฐ-ยุโรปรุมประณามทหารพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง ผวจ.ตากสั่งทุกอำเภอชายแดนเตรียมพร้อมรับมือผู้หนีภัย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในย่างกุ้ง ออกแถลงการณ์ร่วมกับ 17 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย แคนาดา สมาชิกสหภาพยุโรป ว่าด้วยเรื่องการโจมตีพลเรือนในรัฐกะเหรี่ยงโดยระบุว่า ขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่กระทำโดยรัฐบาลทหารพม่าทั่วประเทศ ทั้งนี้การโจมตีพลเรือนในรัฐกะเหรี่ยงเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงการทำลายหมู่บ้าน เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างส่งผลให้ผู้คนหลายพันคนต้องพลัดถิ่น ซึ่งขณะนี้ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

แถลงการณ์ระบุว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่ายุติการโจมตีตามอำเภอใจในรัฐกะเหรี่ยงและทั่วประเทศทันที และให้ประกันความปลอดภัยของพลเรือนทุกคนตามกฎหมายระหว่างประเทศและขอสะท้อนคำแถลงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน โดยเรียกร้องให้ทุกคนเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยสมบูรณ์ ปลอดภัย และไม่ถูกจำกัด เพื่อการคุ้มครองความปลอดภัย และความมั่นคงของบุคลากรด้านมนุษยธรรมและการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ตลอดทั้งวันบริเวณเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายภายหลังจากเมื่อคืนวันที่ 23 ธันวาคม กองทัพพม่าได้ส่งเครื่องบินขับไล่โจมตีกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union- KNU)ทำให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บและสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนจนชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากต้องหลบหนีออกจากบ้านในกลางดึกและบางส่วนหนีข้ามแม่น้ำเมยมาหลบภัยใน อ.แม่สอด จ.ตาก ของประเทศไทย

นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เครื่องบินรบโจมตีครั้งนี้ว่าเบื้องต้นฝ่ายความมั่นคงได้ลาดตระเวนตามแนวชายแดนและหาข่าวในวงลึกว่าเป็นอาวุธประเภทไหน และชาวบ้านตามแนวชายแดนก็พร้อมอพยพมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และสั่งให้ทุกอำเภอในพื้นที่ชายแดนเฝ้าระวังหากมีผู้หนีภัยชาวพม่าเข้ามา

ขณะที่สื่อมวลชนในประเทศพม่าหลายสำนักรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 23 ธันวาคม เวลาประมาณ 22.15 น. กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดด้วยเครื่องบินโจมตี บนพื้นที่เลเก่ก่อ เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งตรงข้ามกับอ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย และได้ยิงกระสุนปืนใหญ่มากกว่า 50 นัด ถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพพม่าและKNUเริ่มปะทะกันเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม2564

แหล่งข่าวระบุว่า ระเบิดถูกทิ้งลงมาจากเครื่องบิน 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนเวลา 22.15 น. และอีกครั้งตอน 22.25 น. เครื่องบินโจมตีบินวนอยู่ 3รอบ โดยระเบิดตกในบริเวณใกล้กับน้ำตกเลกะป่อและหุบเขาทีก่อทอ หลังจากนั้นทหารพม่าและกองกำลังรักษาชายแดน (BGF) ที่เป็นกองกำลังร่วมก็โจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 50 มม. 81มม. และ 120 มม. มากกว่า 50 นัด ไปที่หมู่บ้านแม่ต่อตะเล พลูจี ทีแหม่วาคี และยะเต้ะกู่

ผู้ลี้ภัยรายหนึ่งกล่าวว่าเหตุระเบิดและกระสุนปืนใหญ่โดยกองทัพพม่าทำให้ผู้ลี้ภัยต้องหนีไปยังชายแดนฝั่งไทยด้วยความกลัวในตอนกลางคืน ตามรายงานข่าวจากบีบีซีของพม่า

“ตอนแรกยิงกันเยอะมาก เราหนีด้วยความหวาดกลัวกัน ฝ่ายไทยก็ไม่กล้ารับ พวกเขายังคงปิดกั้น แต่ต่อมาก็มีคำสั่งให้อนุญาตเข้ามาก่อนเที่ยงคืน” ผู้อยู่อาศัยพร้อมกับผู้ลี้ภัยกล่าว

การสู้รบดังกล่าวทำให้บ้านเรือนบางส่วนในหมู่บ้านได้รับความเสียหาย เป็นเหตุให้ผู้ลี้ภัยบริเวณริมแม่น้ำเมยอพยพมายังประเทศไทยในตอนกลางคืน กองกำลังป้องกันชายแดนไทยจึงได้ส่งตัวผู้ลี้ภัยไปยังที่พักพิงชั่วคราว

ทั้งนี้ KNU ได้เรียกร้องให้มีเขตห้ามบินเหนือการสู้รบเลเก่ก่อ (Lay Kay Kaw) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม แต่ 3 วันหลังจากประกาศของ KNU การโจมตีทางอากาศรุนแรงขึ้น

สำนักข่าวKIC (Karen Information Center) รายงานว่า กระสุนปืนใหญ่ 7 นัดที่ยิงจากฝั่งพม่าตกมายังฝั่งไทยระหว่างการสู้รบที่เลเก่ก่อ (Lay Kay Kaw) ทางใต้ของเมียวดี ตั้งแต่เช้าของวันที่ 24 ธันวาคม ทำลายแปลงเพาะปลูกพืชผลของชาวบ้านบริเวณแม่สอด จ.ตาก

ขอบคุณภาพจาก เฟสบุค Karen People

On Key

Related Posts

“คะเรนนี”วิกฤตหนักประชาชนกลายเป็นผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1.7 แสนคน สถานการณ์ยังคงเลวร้าย 3 กองกำลังชาติพันธุ์วอนนานาชาติกดดันทหารพม่าหยุดทำร้ายพลเรือน-แนะประกาศเขตห้ามบินทางทหารทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 นายคูโกเหร่ ผู้ประสานงาRead More →

ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมกลับใจแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯ หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาRead More →