ประท้วง “ฮุนเซน”เยือนพม่า-หวั่นสร้างความชอบธรรม นักวิเคราะห์ชี้สถานการณ์สู้รบกับ KNU รุนแรงขึ้น

ภาพจากเพจ Khit Thit Media

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2565 เพจ Khit Thit รายงานว่า ประชาชนในตำบลลองโลง เขตตะนาวศรี ประเทศพม่า ได้เดินขบวนต่อต้านการมาเยือนของนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 6 มกราคม เช่นเดียวกันกับหลายพื้นที่ทั่วพม่า เช่น ย่างกุ้ง และชโวโบ โดยขบวนต่อต้านได้ทำการเผารูปนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมทั้งเดินขบวนตะโกนว่า “อย่าให้ฮุนเซนเข้ามาเหยียบพม่า”

ขณะที่สำนักข่าว RFA Burmese รายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะเดินทางถึงพม่าในวันที่ 7 มกราคม ตามคำแถลงที่ออกโดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา โดยนายฮุนเซนจะเดินทางพร้อมกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและอุตสาหกรรม ทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีและประเด็นอาเซียน

การเดินทางครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่กัมพูชาเข้ารับตำแหน่งประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งหมุนเวียนในแต่ละปีให้ 1ใน 10 สมาชิกของกลุ่ม

ขณะที่สำนักข่าวเอเคพีของกัมพูชา ระบุว่า ฮุน เซน กล่าวที่กรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 5 มกราคมว่า เขาไม่ได้กำหนดเงื่อนไขล่วงหน้าใดๆ ก่อนมาเยือนพม่า แต่เป้าหมายของเขาอยู่ไม่ไกลจากฉันทามติ 5 ประการของอาเซียนหรือแผนสันติภาพ เขาเรียกร้องให้ผู้สังเกตการณ์ทุกคนอย่าสรุปผลการเยือนพม่าก่อนกำหนด หากผลสำเร็จ อาจนำสันติสุขมาสู่พม่า และประชาชนพม่าจะรับทราบความพยายามของประเทศสมาชิกอาเซียน

ภาพจากเพจ Khit Thit Media

ทั้งนี้ฉันทามติ 5 ประการของอาเซียน มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 ได้แก่ เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงโดยทันที การเจรจาระหว่างทุกฝ่าย การเข้าถึงความช่วยเหลือ การแต่งตั้งทูตพิเศษจากกลุ่ม และการเยือนของคณะผู้แทนอาเซียน

ด้านนายเหน่โพงลัต อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่างกุ้ง วิจารณ์การเยือนของฮุน เซน ว่าไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของชาวพม่า

“ผมคิดว่าเป็นการเยือนเพื่อให้กองทัพพม่าได้รับการยอมรับในอาเซียน สิ่งนี้ขัดกับทัศนคติของประชาชนโดยสิ้นเชิง เราไม่ต้องการกองทัพนี้เลย การที่นายกรัฐมนตรีจากอาเซียนกำลังทำเช่นนี้ในเวลาที่เราต่อต้านการรัฐประหารอย่างหนักแน่น เป็นการดูถูกประชาชนพม่า ประชาชนของเรากำลังต่อสู้กับเผด็จการทหาร ประชาชนของเราโกรธเคืองอย่างมากกับสิ่งเหล่านี้” เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวพม่ากังวลว่าการเยือนของฮุนเซนจะทำให้ระบอบการปกครองของรัฐผู้นำรัฐบาลหทาร ซึ่งถูกประณามจากทั่วโลกในเรื่องความโหดร้ายต่อประชาชนของตนเอง ได้รับความชอบธรรม

ด้านสถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA)ซึ่งเป็นหน่วยงานทางทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU)นั้น สำนักข่าว KIC (Karen Information Center) รายงานว่า มีการวิเคราะห์สถานการณ์กลุ่มการทหารของทั้ง 2 ฝ่ายว่า การสู้รบในพื้นที่เลเก่ก่อ ทางใต้ของเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมปีที่แล้วจะมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นหลังวันที่ 4 มกราคม 2565

ภาพจากเพจ Khit Thit Media

ทั้งนี้แหล่งข่าวจากกองทัพพม่า กล่าวว่า หลังวันที่ 4 มกราคมซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพพม่า กองทัพจะเสริมกำลังเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนและการสู้รบอาจจะทวีความรุนแรงขึ้น

ขณะที่แหล่งข่าว KNLA กล่าวว่าหลังปีใหม่กะเหรี่ยงเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ทหารกะเหรี่ยง KNLAกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการสู้รบต่อไป และการสู้รบอาจเข้มข้นและบานปลายมากกว่าเดิม

นักวิเคราะห์การเมืองในพื้นที่ กล่าวว่า ถ้าจะลดความเสี่ยงของการเพิ่มความรุนแรงในการสู้รบต้องเริ่มจากการจับกุมคนของทั้งสองฝ่าย อย่างแรกต้องแลกเปลี่ยนเชลยที่ถูกจับไว้ของซึ่งกันและกัน จากนั้นผู้นำของทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องหารือและถอนกองกำลังทหารพม่าทั้งหมดที่ปฏิบัติการอยู่ทางใต้ของเมียวดีและสร้างความไว้วางใจ

On Key

Related Posts

“คะเรนนี”วิกฤตหนักประชาชนกลายเป็นผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1.7 แสนคน สถานการณ์ยังคงเลวร้าย 3 กองกำลังชาติพันธุ์วอนนานาชาติกดดันทหารพม่าหยุดทำร้ายพลเรือน-แนะประกาศเขตห้ามบินทางทหารทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 นายคูโกเหร่ ผู้ประสานงาRead More →

ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมกลับใจแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯ หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาRead More →