ชาวบ้านกัมพูชาที่เคยถูกไล่รื้อจากบริษัทน้ำตาลโดนไล่รื้ออีกรอบ

วันที่ 7 มกราคม 2565  เว็บไซต์ cambojanews.com ของสมาคมผู้สื่อข่าวกัมพูชา รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า หน่วยงานท้องถิ่นเมืองอุดรมีชัยกำลังดำเนินการยื่นฟ้องชาวบ้าน 10 ครอบครัว ที่เคยถูกขับไล่ออกจากบ้าน เพื่อให้สัมปทานปลูกอ้อยน้ำตาลที่ลงทุนโดยบริษัทจากไทยเมื่อ10 ปีที่แล้ว เนื่องจากชาวบ้านกลุ่มนี้ได้กลับไปทำกินในที่ดินเดิมของตนเอง

นายสรัย นาเรน ผู้ประสานงานกลุ่ม Adhoc’s Oddar Meanchey กล่าวว่า สำนักงานป่าไม้จังหวัดอุดรมีชัยได้ยื่นฟ้องต่อศาลว่า ชาวบ้านจากหมู่บ้านตามัน ได้เข้าไปบุกรุกที่ดินของรัฐและศาลได้มีการไต่สวนชาวบ้านดังกล่าว

เว็บไซต์ระบุว่าเมื่อปี 2008-2009 ชาวบ้านกว่า 700 ครอบครัวใน 26 หมู่บ้านได้ถูกบังคับให้ยกที่ดินให้กับบริษัทมิตรผล ซึ่งได้สัมปทานที่ดินกว่า 9400 เฮกตาร์  ต่อมาในปี 2015 บริษัทได้ถอนการลงทุน และได้คืนที่ดินดังกล่าวให้กับรัฐ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบบางครอบครัวจังได้กลับไปทำกินอีกครั้งบนที่ดินเดิมของตน ต่อมารัฐบาลได้ให้ที่ดินผืนนั้นต่อบริษัทเกษตรกรรมอุตสาหกรรม ซานเหียง สำหรับการปลูกป่าฟื้นฟู

นายเพ็น โกซาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย กล่าวกับเว็บไซต์สื่อดังกล่าวว่า ชาวบ้านเข้าไปครอบครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ชาวบ้านต้องแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวมาก่อน เราจะได้เสนอให้รัฐบาลแบ่งที่ดินให้ ถ้าหากไม่มีเอกสารก็ต้องมีโทษหรือจำคุก

นายลา พุด หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกฟ้องกล่าวว่า แม้ว่าจะถูกฟ้องแต่ก็จะยังทำกินต่อในที่ดินเดิมต่อไป ตนเองมีเพียงที่ดินผืนนี้ แม้เจ้าหน้าที่บอกว่าตนเองยึดที่ดินของรัฐและผิดกฎหมาย อาจจะถูกจำคุก แต่ตนก็ไม่สนใจเพราะว่าเคยทำกินในที่ดินตรงนั้นมาหลายปีแล้วและไม่มีที่ไป หากรัฐต้องการที่ดินคืน เราจะขอที่ดินบางส่วนเพื่อดำรงชีวิตต่อไป

นายชม ลา ชาวบ้านผู้ถูกฟ้องอีกรายกล่าวว่าตนเองมีรายได้ต่อปี ราว 2,500 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 75,000 บาท) จากการปลูกพืชผลและข้าว ถ้าหยุดทำกินก็ไม่มีรายได้  หากไม่มีที่ดินตรงนี้ก็คงต้องไปขายแรงงานที่ไทย

นายบลัน วี ชาวบ้านอีกรายกล่าวว่าตอนที่ชาวบ้านพากันกลับมาทำเกษตรช่วงปี 2015 นั้น  ก็ไม่มีใครมาห้าม แต่เมื่อปีที่ผ่านมามีบริษัทเอกชนได้เขามาทำลายแปลงเกษตรเพื่อปลูกป่าฟื้นฟู

นายชาด บุญ ผู้ใหญ่บ้านตามัน กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้มีเอกสารรับรองสิทธิในการทำกิน นับตั้งแต่ปี 1998 คณะกรรมการหมู่บ้านได้อนุญาตให้ชาวบ้านมีที่ดินครอบครัวละ 5 เฮกตาร์ ตอนนั้นเราไม่ได้มีการออกใบรับรองสิทธิทำกิน แต่ได้เขียนจดหมายถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระดับตำบล และสำนักงานเกษตรจังหวัดเพื่อขออนุญาตจัดสรรที่ดินให้กับชาวบ้าน

ตัวแทนกลุ่ม Adhoc กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นควรจะต้องจัดการชดเชยให้กับชาวบ้านอย่างเหมาะสมด้วยความโปร่งใส ไม่ใช่การบังคับและฟ้องร้องพวกเขา

เว็บไซต์สื่อกัมพูชาระบุอีกว่าเมื่อปี 2013 หลังจากที่มีการเปิดเผยว่า บริษัทมิตรผลเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ บริษัท Coca-Cola ได้ประกาศว่ากำลังตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานตามนโยบายการไม่ยอมรับการแย่งยึดที่ดิน และเมื่อเดือนธันวาคม 2021 ครอบครัวที่ถูกบังคับไล่รื้อโดยบริษัทน้ำตาลดังกล่าว ได้ยื่นร้องต่อศาลสหรัฐเรียกร้องให้บริษัทโคคา-โคล่า ต้องยื่นหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบดังกล่าว โดยคดีนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในมลรัฐจอร์เจีย เรียกร้องให้บริษัทเครื่องดื่มเปิดเผยกระบวนการตรวจสอบ และคาดว่าจะมีการรับฟังภายในต้นปีนี้


On Key

Related Posts

ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมกลับใจแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯ หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาRead More →