ปลื้มปริ่มชาวบ้านบางกลอยตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์สัญชาติ เผยมีคนเสนอตัวพาไปโรงพยาบาล กลับขูดรีดค่ารถโหด เตือนกะเหรี่ยงเพชรบุรี-ราชบุรีหลายชุมชนตกเป็นเหยื่อ

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2564 ชาวบ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 15 ราย ได้เดินทางโดยรถตู้ไปที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ เข้ารับการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอตามขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติของกรมการปกครอง โดยมีอาสาสมัครจากภาคี#SAVEบางกลอย ช่วยเหลือประสานงานในครั้งนี้

นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ตัวแทนชาวบ้านบางกลอย กล่าวว่า เดิมทีทุกครั้งในการไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจะมีบุคคลหนึ่งเป็นผู้พาไป โดยมีการเก็บค่ารถโดยสารรถตู้หัวละ 1,000 บาท โดยแต่ละครั้งชาวบ้านบางกลอยจะต้องจ่ายค่ารถรวมประมาณ 10,000-15,000 บาท รู้สึกว่าเป็นการถูกเอาเปรียบเกินไป จึงได้หารถรับจ้างคันใหม่ในราคาเหมา 4,000 บาท แต่ชาวบ้านหลายรายมีความยากจนมากไม่สามารถจ่ายค่าเดินทางได้ ทางภาคี#SAVEบางกลอยจึงเข้ามาสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้

ขอบคุณภาพจากเพจ ภาคีSaveบางกลอย

“วันนี้ชาวบ้านไปตรวจดีเอ็นเอ 13 ราย มีผู้ติดตาม 2 ราย แต่มี 1 รายที่ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอได้ในวันนี้ คือเด็กอายุ 12 ปี ที่ไม่มีชื่อพ่อให้มาตรวจด้วย ก็จะต้องกลับมาตรวจอีกครั้ง ส่วนการเดินทางไปและการประสานงานกับโรงพยาบาลราบรื่นดี แต่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลที่ไม่เข้าใจปัญหาหรืออาจสื่อสารไม่ตรงกัน ได้ไล่ชาวบ้านให้ออกจากโรงพยาบาลเพราะคิดว่าเป็นคนต่างด้าว ส่วนเจ้าหน้าที่พยาบาลก็ปฏิบัติกับชาวบ้านอย่างดี ไม่มีปัญหาอะไร” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ชาวบ้านได้เล่าให้เจ้าหน้าที่และพยาบาลฟังด้วยว่า ก่อนหน้านี้มีบุคคลหนึ่งเป็นผู้พาชาวบ้านจากบางกลอยและชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่เพชรบุรีมาตรวจดีเอ็นเอทุกครั้ง มีการเก็บค่ารถแพง ครั้งนี้จึงหารถมากันเองโดยให้ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยเป็นผู้ประสานงานให้ ทำให้พยาบาลรู้สึกโกรธแทนชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่ามีชุมชนกะเหรี่ยงอีกหลายแห่งที่ถูกเอาเปรียบเหมือนกัน เพราะบุคคลนี้จะพยายามอาสาเป็นผู้ประสานงานการตรวจดีเอ็นเอให้กับชาวบ้านในพื้นที่แถบนี้

นางสาวอัญชลี อิสมันยี ผู้ประสานงานภาคี #SAVEบางกลอย กล่าวว่า การเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านบางกลอยครั้งนี้ เนื่องจากครอบครัวของพี่จอกะบู้ 5 คน จะต้องไปตรวจดีเอ็นเอที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากยากจน และยังตกเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า ไม่มีเงินจ่ายค่ารถตู้ จึงถามว่าใช้เงินเท่าไร จึงทำให้ทราบว่าชาวบ้านถูกเก็บค่ารถคนละ 1,000 บาท พี่จอกะบู๊จึงต้องใช้เงินค่ารถ 5,000 บาท ตนจึงแปลกใจว่าทำไมค่ารถถึงแพงมาก จึงสอบถามทราบว่ารถตู้รับจ้างคันนี้เป็นใคร จึงทราบว่าเป็นของบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นคนไทยเข้ามาอาศัยในชุมชนกะเหรี่ยงบ้านป่าเด็ง โดยจะเสนอตัวเข้ามาประสานงานและรับจ้างพาชาวบ้านกะเหรี่ยงในหลายหมู่บ้านไปตรวจดีเอ็นเอ โดยมีการอ้างว่าเป็นคนเดียวที่สามารถติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลได้

ผู้ประสานงานภาคี #SAVEบางกลอย กล่าวต่อว่า เมื่อทราบว่าบุคคลดังกล่าวเข้ามาหาประโยชน์จากชาวบ้านแบบนี้ จึงปรึกษากับชาวบ้านโดยให้ผู้ใหญ่บ้านโทรไปขอเบอร์ติดต่อโรงพยาบาล เพื่อจะนัดหมายกับโรงพยาบาลโดยตรง และหารถตู้คัดใหม่เดินทางไปโรงพยาบาลกันเอง ซึ่งชาวบ้านสามารถประสานงานและเดินทางไปกันเองได้ และเสียค่ารถตู้ไปกลับเพียง 4,000 บาท โดยวันนี้มีพี่น้องจากภาคี#SAVEบางกลอย 2 คน ไปช่วยประสานงานที่โรงพยาบาล ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ก็จะถูกส่งตรงไปให้ชาวบ้านที่ชุมชน

ขอบคุณภาพจากเพจ ภาคีSaveบางกลอย

“จริงๆ ชาวบ้านต้องได้ตรวจดีเอ็นเอตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่คนเดินที่รับชาวบ้านไม่ว่างจึงเลื่อนนัดมาเรื่อยๆ ชาวบ้านก็ไม่รู้เรื่อง ทางโรงพยาบาลก็เข้าใจมาตลอดว่าเขาเป็นชาวบ้านในชุมชน ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีการหาประโยชน์จากค่ารถแพงแบบนี้” ผู้ประสานงานภาคี #SAVEบางกลอย กล่าว

ผู้ประสานงานภาคี #SAVEบางกลอย กล่าวอีกว่า ชาวบ้านบางกลอยยังมีปัญหาด้านสถานะบุคคลอีกมากกว่า 100 ราย ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอครั้งต่อไปต้องรอรอบใหม่ในปี 2566 ตามงบประมาณของกรมการปกครองที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้านสัญชาติให้ชุมชนชาติพันธุ์


On Key

Related Posts

“คะเรนนี”วิกฤตหนักประชาชนกลายเป็นผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1.7 แสนคน สถานการณ์ยังคงเลวร้าย 3 กองกำลังชาติพันธุ์วอนนานาชาติกดดันทหารพม่าหยุดทำร้ายพลเรือน-แนะประกาศเขตห้ามบินทางทหารทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 นายคูโกเหร่ ผู้ประสานงาRead More →

ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมกลับใจแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯ หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาRead More →