กองทัพพม่าโหมตีกองกำลังชาติพันธุ์ต่อเนื่อง องค์กรสตรีเผยชาวคะเรนนี 1.7 แสนกลายเป็นผู้ลี้ภัยหลังบอมบ์เมืองลอยก่อ ทหารหม่องทิ้งระเบิดโรงพยาบาลกะเหรี่ยง-ลูกปืนใหญ่ข้ามมาตกฝั่งแม่สอดอีก ชาวบ้านหนีกระเจิง

ขอบคุณภาพจากTaunggyi People Group

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2565 องค์กรสันนิบาตสตรีพม่า (Women’s League of Burma-WLB) ได้เปิดเผยผ่านเฟสบุคว่าขณะนี้มีตัวเลขของผู้ลี้ภัยจากรัฐคะเรนนีจำนวน 170,000 คนแล้ว ผลพวงจากสงครามระหว่างกองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) และกองทัพพม่า ส่งผลให้มีผู้ลี้ภัยคะเรนนีบางส่วนเดินทางอพยพหนีภัยสงครามมายังเมืองภาคใต้ของรัฐฉาน บางส่วนอพยพหนีไปยังพื้นที่ชายแดนไทย และบางส่วนหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า โดยผู้ลี้ภัยขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม ที่พักพิงชั่วคราวและเครื่องนุ่งห่มกันหนาว

“ผู้ลี้ภัยอาจประสบปัญหาขาดแคลนเรื่องอาหารอย่างหนักในระยะยาว เพราะในขณะนี้เกิดเหตุสงครามทั้งในรัฐคะเรนนีและรัฐฉานเอง ซึ่งทำให้การขนส่งสินค้าต้องหยุดชะงัก” องค์กรสันนิบาตสตรีพม่า กล่าว

องค์กรสันนิบาตสตรีพม่าได้เรียกร้องให้องค์กรเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงประชาชนในประเทศ ออกมาคัดค้านการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนของกองทัพพม่า เช่นการใช้เครื่องบินรบโจมตีพลเรือนออก

ขณะที่สำนักข่าวไทใหญ่ อย่าง Tai TV online เปิดเผยว่า ผู้ลี้ภัยจากรัฐคะเรนนีที่อพยพมายังรัฐฉานมีมากกว่า 10,000 คนแล้ว โดยกระจายไปยังหลายเมือง เช่น ที่เมืองตองจี เมืองสี่แส่ง เมืองป๋างลอง เมืองหยองห้วย เป็นต้น มีการจัดสถานที่พักพิงชั่วคราวตามวัดต่างๆ

จายก๋องคำ จากกลุ่มเยาวชนในเมืองป๋างลอง รัฐฉาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกตัวเลขผู้ลี้ภัยจากรัฐคะเรนนีได้ชัดเจน เนื่องจากยังคงมีผู้ลี้ภัยเดินทางเข้ามาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ โดยมีทั้งที่เดินทางมาจากเมืองลอยก่อ ดีโมโส่ ในรัฐคะเรนนี ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่จะให้ความช่วยเหลือให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เราจะปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยเหมือนญาติพี่น้องของเราแท้ๆ” จายก๋องคำกล่าว ยังมีรายงานว่า ประชาชนในเมืองหยองห้วย ทะเลสาบอินเล เมืองสี่กีบ เอต่าหย่า ปางตะร่า รวมไปถึงเมืองตองจี ออกมาประกาศยินดีต้อนรับผู้ลี้ภัยคะเรนนีด้วยเช่นกัน

ขอบคุณภาพจาก Taunggyi People Group

ด้านสำนักข่าวคะเรนนี กันตรวดีไทมส์ Kantarawaddy Times รายงานว่า ชาวเมืองลอยก่อพยายามซื้อแผงโซลาร์เซลล์เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับโทรศัพท์ของตน หลังจากที่รัฐบาลทหารพม่าตัดไฟระหว่างการโจมตีกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ บางคนพยายามซื้อพาวเวอร์แบงค์ แต่ร้านค้าหลายแห่งในเมืองลอยก่อต้องปิดตัว

ทั้งนี้ตั้งแต่วัน 6 มกราคม รัฐบาลทหารพม่าได้ตัดการจ่ายไฟในเมืองไมล์โลน ปานกาน และเขตใกล้เคียงอื่น ๆ ที่มีการสู้รบระหว่างทหารพม่ากับกองทัพกะเหรี่ยงแดง (KA) และกองกำลังป้องกันแห่งชาติคะเรนนี (KNDF) และเมื่อวันที่ 9 มกราคม ไฟฟ้าและน้ำประปาทั่วเมืองลอยก่อถูกตัดทันทีหลังจากทหารพม่าเริ่มการโจมตีด้วยปืนใหญ่  คนส่วนใหญ่ในเมืองลอยก่อพึ่งพาการจ่ายน้ำจากเทศบาล ส่วนผู้ที่มีบ่อน้ำก็ไม่สามารถใช้เครื่องสูบน้ำได้เพราะไม่มีไฟฟ้า

ขณะที่เฟสบุคของ Karenni Nationalities Defense Force (KNDF) ได้ออกแถลงการณ์ว่า การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่เมืองลอยก่อ ตั้งแต่ 8.00 น. และ 17:45 น. ของวันที่ 11 มกราคม โดยมีทหารพม่าได้โจมตีถึง 9 ครั้งด้วยเครื่องบินรบ 2 ลำ ทำให้เกิดการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายที่ทวีความรุนแรงขึ้นทหารกองทัพพม่า 20 นายเสียชีวิต KNDF สามารถยึดปืน 3 กระบอก ปืนใหญ่ 1 กระบอก และยึดกระสุนไว้ได้ ช่วงเย็น ทหารพม่าก็ได้จุดไฟเผาบ้านเรือนในเขตไมล์โลง

“ในช่วงเช้าของวานนี้เราได้จับทหารพม่า 3 นาย ซึ่งหลบหนีจากกองพันที่ 108 ของทัพ 66 พร้อมด้วยระเบิดมือ และส่งมอบให้ตำรวจรัฐคะเรนนี (KSP) กองทัพกะเหรี่ยง (KA) , KNDF และ PDF ร่วมกันต่อสู้กับกองทัพพม่าที่กำลังเข่นฆ่าประชาชนในรูปแบบต่างๆ ที่เมืองลอยก่อ  กองกำลังของทหารพม่ามุ่งเป้าโจมตีไปที่พลเรือนในช่วงสงครามกลางเมือง และกำลังก่ออาชญากรรมสงคราม เช่น การวางระเบิดและการลอบวางเพลิง”แถลงการณ์ของ KNDF ระบุ

ส่วนด้านชายแดนของแม่น้ำสาละวิน ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีรายงานของเจ้าหน้าที่ KNU ในพื้นที่ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 12 มกราคม กองทัพทหารพม่าได้ยิงโจมตีทางอากาศยังพื้นที่เขตกองพลที่ 5 เมืองหมู่ตะหย่อ (ผาปูน) ทำให้อาคารโรงพยาบาลวาคะแดที่อยู่ในอำเภอแด่โลเสียหาย ซึ่งยังไม่ทราบประเภทของเครื่องบินที่ใช้ในการโจมตี แต่มีแหล่งข่าวรายงานว่า เครื่องบินลำดังกล่าวออกจากอำเภอหม่อบี่ของเขตย่างกุ้ง เมื่อเวลาประมาณ 00:45 น. ของวันเดียวกัน และในการโจมตีดังกล่าวมีระเบิดจำนวน 5 ลูกถูกทิ้งจากเครื่องบิน ซึ่งตกมายังโรงพยาบาลวาคะแด และอีก 3 ลูกตกไปยังหมู่บ้านและเกทะ

ในวันเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ยังคงเกิดการปะทะกันระหว่างทหารพม่าซึ่งร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) และทหารเหรี่ยง KNU กองพล 6 ทางตอนใต้ของเมืองเมียว บริเวณบ้านผาลูจี ทำให้มีกระสุนปืนใหญ่ข้ามมาตกยังฝั่งไทย อ.แม่สอด จ.ตาก จนชาวบ้านที่หลบภัยอยู่ในคอกวัวบ้านเมยโค้งมหาวัน และที่หลบซ่อนอยู่บริเวณใกล้เคียง อ.แม่สอด จ.ตาก ต่างต้องพากันหนีกระเจิดกระเจิง โดยทหารไทยได้เข้าไปช่วยอำนวยความสะดวก แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

On Key

Related Posts

“คะเรนนี”วิกฤตหนักประชาชนกลายเป็นผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1.7 แสนคน สถานการณ์ยังคงเลวร้าย 3 กองกำลังชาติพันธุ์วอนนานาชาติกดดันทหารพม่าหยุดทำร้ายพลเรือน-แนะประกาศเขตห้ามบินทางทหารทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 นายคูโกเหร่ ผู้ประสานงาRead More →

ชาวบ้านพุระกำประกาศพร้อมกลับใจแผ่นดิน หากรัฐอนุมัติสร้างเขื่อนทับชุมชน ด้านหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯ หวั่นความขัดแย้งซ้ำกรณีบางกลอย

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาRead More →