เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 นางสาวคำปิ่น อักษร เปิดเผยว่า ได้รับจดหมายชี้แจงจากทางจังหวัดหวัดอุบลราชธานี ลงวันที่ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 โดยในเนื้อหาในจดหมายระบุว่า ทางจังหวัดอุบลราชธานี ได้ดำเนินการแจ้งให้บริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ชะลอการดำเนินการศึกษาและเก็บข้อมูลในการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีออกไปก่อน เนื่องจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในแม่น้ำโขงดังกล่าว ยังไม่ปรากฏข้อมูลที่บ่งชี้ถึงกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและสปป.ลาว ซึ่งการดำเนินการใด ๆ อาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความมั่นคงชายแดน จึงสมควรที่หน่วยงานด้านการต่างประเทศ และหน่วยงานด้านความมั่นคงจะได้รับทราบและสนับสนุนข้อมูลต่อการดำเนินการดังกล่าว ทั้งนี้ทางจังหวัดได้แนบจดหมายอย่างเป็นทางการ ที่แจ้งให้บริษัทชะลอการดำเนินการกล่าวลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา มาให้กับเครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำของด้วย
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 กลุ่มเครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำของและเยาวชนจากบ้านตามุย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อสอบถามการเรื่องการอนุญาตให้บริษัทพลังงานบริสุทธิ์จำกัด เข้าไปเก็บข้อมูลและสำรวจพื้นที่ในพื้นที่กรณีโครงการเขื่อนสาละวันหรือเขื่อนบ้านกุ่มซึ่งกั้นแม่น้ำโขงระหว่างพรมแดนไทย-ลาว บริเวณอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีกับแขวงสาละวันของลาว โดยชาวบ้านหวั่นเกรงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น



นางสาวคำปิ่น กล่าวด้วยว่า แม้จะมีหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางจังหวัดเรื่องการชะลอไม่ให้บริษัทเข้ามาสำรวจในพื้นที่ แต่ชาวบ้านและเยาวชนก็ยังไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะยังเห็นการสำรวจแม่น้ำโขงในเขตประเทศลาวดำเนินการอยู่ตลอด ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกังวลถึงความคืบหน้าของโครงการเขื่อนสาละวัน หรือเขื่อนบ้านกุ่มมาก ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ตามุยนั้นลำบากมากตอนนี้ เพราะแม่น้ำโขงมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากเขื่อนในจีนและเขื่อนไซยะบุรีที่ผลิตไฟฟ้ามากว่า 3 ปีแล้ว ชาวบ้านหาปลาได้น้อยลงกว่าทุกปี ๆ และต้องมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารในครอบครัวมากขึ้น และยังต้องเผชิญปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยกับเขตอุทยานแห่งชาติอีกด้วย




