Search

สิ้น “เผิงจาเซิง” ผู้นำโกก้าง ในวัย 94 ปี

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักข่าว Tai Freedom   และสำนักข่าว SHAN รายงานว่า นายเผิงจาเซิง ผู้ก่อตั้งและผู้นำกองกำลังโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army : MNDAA) หรือที่รู้จักกันในชื่อ กองทัพสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตยพม่า ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชราในวัย 94 ปี  เมื่อเช้าของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 โดยได้เสียชีวิตอย่างสงบที่ฐานบัญชาการใหญ่ของ  MNDAA ทางเหนือของรัฐฉาน 

นายเผิงจาเซิง เกิดที่บ้านหมากหินแหลง ในเขตโกก้าง ภายใต้การปกครองในยุคของเจ้าฟ้าแสนหวี โดยมีเชื้อสายจีน นายเผิงจาเซิงเข้าร่วมกลุ่มปฏิวัตินับตั้งแต่ปี ค.ศ.1965 หลังนายเผิงจาเซิงก่อตั้งกองกำลังโกก้างสำเร็จ ในปี 2532 ได้ลงนามหยุดยิงกับกองทัพพม่า ทำให้กองกำลังของนายเผิงจาเซิงสามารถผลิตยาเสพติดได้อย่างเสรีถึงขั้นได้รับฉายาว่าในเขตโกก้างนั้นเป็นวังแห่งฝิ่น และนายเผิงจาเซิงเป็นหนึ่งในพ่อค้ายาที่ดังที่สุดในพม่า

ในปี 2552 กองทัพพม่าได้ปะทะกองกำลังโกก้าง MNDAA ครั้งใหญ่ เพราะทางโกก้างไม่ยอมเป็นกองกำลังรักษาชายแดน BGF ภายใต้กองทัพพม่า เหตุการณ์ครั้งนั้นนำมาสู่การยึดเมืองเหล่ากาย เมืองหลวงของเขตโกก้าง และนายเผิงจาเซิงได้นำกองทัพโกก้างหลบหนีออกมาและต่อสู้กับกองทัพพม่าจนถึงปัจจุบัน ทหารโกก้างเคลื่อนไหวอยู่ในหลายเมืองของรัฐฉาน และเป็นพันธมิตรกับทหารคะฉิ่น KIA และทหารปะหล่อง TNLA ทั้งนี้ กองทัพโกก้างเป็นอีกกลุ่มที่ปะทะกับกองทัพพม่าในเขตทางเหนือของรัฐฉานอยู่บ่อยครั้ง

ทั้งนี้ ในระยะเวลา 20 ปีที่โกก้างได้ลงนามหยุดยิงกับกองทัพพม่า ได้พัฒนาในเขตพื้นที่ของตนโดยเฉพาะในเมืองหลวงให้เจริญ มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ถนนลาดยางและมีไฟฟ้าใช้ 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม หลังสู้รบกับกองทัพพม่า พื้นที่เมืองเหล่ากายกลายเป็นอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนักจากกองทัพพม่า

เขตปกครองของโกก้างนั้นอยู่ติดกับชายแดนประเทศจีน ชาวโกก้างเป็นชนชาติจีน อาศัยอยู่ทางใต้ของจีน หลังอังกฤษและจีนได้แบ่งเขตชายแดนให้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้ส่วนหนึ่งของรัฐฉานไปอยู่ในจีน และส่วนหนึ่งของจีนอย่างเขตปกครองโกก้างล้ำมาอยู่ในเขตรัฐฉาน ซึ่งอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษสมัยนั้น คาดว่ากองกำลังโกก้างนั้นมีกำลังพลราว 2,000 นายและมีประชากรราว 1.5 แสนคน

On Key

Related Posts

กองกำลังรัฐฉานเหนือ-ใต้ต่างจัดงาน 79 ปีวันชาติไทใหญ่ “RCSS/SSA”จัดใหญ่แม้แต่กองกำลังว้ายังเข้าร่วมเป็นแขก “เจ้ายอดศึก”ชี้หากกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียม-ถูกกดขี่ยากที่จะเกิดสันติภาพในพม่า