Search

สลดเด็กๆ เสียชีวิตเมืองตอนเหนือรัฐฉาน เหตุฝังกับระเบิด-ยังไม่มีใครรับผิดชอบ

ภาพพื้นหลังจากสำนักข่าว SHAN

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 สำนักข่าว SHAN รายงานว่า ได้เกิดเหตุระเบิดที่หมู่บ้านโขคำ เมืองหยอ อยู่ทางตะวันออกของเมืองล่าเสี้ยว เมืองใหญ่อันดับสองในรัฐฉาน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 แรงระเบิดทำให้มีเด็กเสียชีวิตทันที 3 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 11 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็ก โดยทั้งหมดถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาทหารในเมืองล่าเสี้ยว ทั้งนี้เด็กทั้งหมดเล่นอยู่ในหมู่บ้าน แต่ไปเหยียบโดนกับระเบิดที่วางไว้จากกลุ่มไม่ทราบฝ่าย

ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า เด็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสส่วนใหญ่ มีทั้งที่สูญเสียมือและเท้า รวมไปถึงจมูก สร้างความเศร้าสลดให้กับผู้ที่พบเห็น โดยกลุ่มเด็กๆเหล่านี้ได้เล่นหมุนล้อรถยนต์ในหมู่บ้าน แต่ล้อรถไปเฉี่ยวโดนกับระเบิด ทำให้เกิดเหตุระเบิดขึ้น โดยผู้ที่เสียชีวิต 3 ราย เป็นเด็กชายอายุ 6 ขวบและ 1 ขวบ 11 เดือน  นอกจากนี้ ยังมีเด็กหญิงอายุ 8 ขวบด้วย 

ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มติดอาวุธกลุ่มไหนออกมาแสดงความรับผิดชอบ ส่วนค่ารักษาพยาบาล ชาวบ้านในเมืองหยอต่างช่วยกันบริจาคออกค่าใช้จ่ายเอง

 “ต่างคนต่างกล่าวหากัน แต่คนที่ต้องมารับเคราะห์คือประชาชน หากกลุ่มติดอาวุธจะรบกัน ขอให้ไปรบกันในพื้นที่ ที่ไกลจากชุมชน ไปรบกันตามป่าตามเขาจะดีกว่า ดูอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ประชาผู้บริสุทธิ์เป็นผู้รับเคราะห์ เด็กๆ เหล่านี้ไม่ได้มีความผิดอะไร แต่ต้องมาเสียชีวิตและต้องมาบาดเจ็บ” ชาวบ้านในพื้นที่กล่าว 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยจากพื้นที่อื่นมาอาศัยอยู่ที่เมืองหยอ และกำลังเดินทางกลับบ้านของตัวเอง แต่ระหว่างทางชาวบ้านได้เหยียบโดนกับระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย และที่โรงพยาบาลอีก 1 ราย นอกจากนี้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีทั้งเด็กสาวอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้น

ทั้งนี้ ในเขตเมืองหยอ เป็นเมืองเล็กๆใช้เวลาเดินทางจากเมืองล่าเสี้ยวประมาณ 2 ชั่วโมง มีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายอาศัยอยู่ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเหตุสู้รบอย่างหนักระหว่างกองทัพพม่าและกลุ่มพันธมิตรทางเหนือ ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังปะหล่อง TNLA กองกำลังโกก้าง MNDAA และกองทัพอาระกัน AA ทำให้มีชาวบ้านนับร้อยคนต้องลี้ภัยสงคราม