เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 น. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของ ‘บิลลี่’ นายพอละจี รักจงเจริญ ชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานอัยการสูงสูด (อสส.) ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ ขอติดตามความคืบหน้าใน 2 คดี ได้แก่ คดีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินของปู่คออี้และชาวบ้านบางกลอย เมื่อปี 2554 กับคดีการบังคับสูญหายและฆาตกรรมนายบิลลี่ รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เมื่อปี 2557 หลังจากที่ได้ยื่นหนังสือขอติดตามคดีครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2565 แต่ยังคงไม่ได้รับแจ้งถึงความคืบหน้าใด ๆ โดยวันนี้นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับหนังสือ
นายประยุทธ กล่าวว่า จากการตรวจสอบความคืบหน้าไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ภาค 7 สรุปว่า สำนวนดังกล่าวทางป.ป.ท. ได้กล่าวหานายชัยวัฒน์ 3 ข้อหา คือ ประมวลกฎหมายอาญา ม.157 เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ , ม.218 วางเพลิงเผาทรัพย์ และ ม.358 กระทำความผิดญานทำให้เสียทรัพย์ แต่มีการคืนสำนวนให้ ป.ป.ท. เนื่องจากสรุปความเห็นไม่เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีการพิจารณา ม.142 แต่ไม่ได้สรุปประมวลกฎหมายอาญา ม.218 ที่มีอัตราโทษสูง และไม่ได้แสดงความเห็นของต่อความผิด ม.358 จึงคืนสำนวนให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนใหม่ ก่อนส่งกลับมาให้พิจารณาอีกครั้ง โดยก่อนส่งคืนสำนวนมีการประชุมกันทั้งสองฝ่ายแต่หาข้อยุติไม่ได้ ซึ่งหากสรุปความเห็นไม่ถูกต้องครบถ้วน อาจจะเป็นการฟ้องซ้ำ และอาจส่งผลเสียหายต่อคดีได้
นายประยุทธ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีของการกล่าวหาว่านายชัยวัฒน์ฆาตรกรรมนายบิลลี่นั้น อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ในบางข้อหาแล้ว โดยมีการสั่งไม่ฟ้องบางข้อหา สำนวนจึงถูกส่งกลับไปที่ DSI โดยข้อหาที่มีคำสั่งไม่ฟ้องนั้นทาง DSI มีการแย้ง โดยตามขั้นตอนสำนวนจะส่งมาตามขั้นตอนที่อัยการสูงสุด โดยมีการสั่งสอบสวนเพิ่มในหลายประเด็นเสร็จสิ้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา เชื่อว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน
นายสุรพงษ์ ระบุว่า ในการณีการเผาบ้านปู่โคอี้และบ้านของที่บ้านบางกลอยบน บริเวณใจแผ่นดิน ชาวบ้านจึงได้เข้าแจ้งความ โดยพนักงานสอบสวนเห็นว่าเจ้าหน้าที่มีความผิด จึงมีการส่งต่อให้ ป.ป.ท.พิจารณาต่อไป โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยออกมาว่ามีความผิด ทำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทช.) มีการชดเชยเยียวยาแก่ชาวบ้านแล้ว ขณะที่ ป.ป.ท. มีมติเห็นว่าการกระทำของนายชัยวัฒน์ที่ทำการเผาบ้านชาวบ้านเป็นความผิดร้ายแรง จึงส่งเรื่องให้ ทช. พิจารณา โดยมีมติไล่นายชัยวัฒน์ออกจากราชการเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ได้มีการส่งเรื่องให้อัยการดำเนินการฟ้อง ซึ่งผ่านไปกว่า 1 ปี จนปัจจุบันยังไม่มีการส่งฟ้อง เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2554 ปัจจุบันปี 2565 ผ่านมา 11 ปีแล้ว ทำให้อายุความในบางเรื่อง ที่มีอายุความ 10 ปี ขาดไปแล้ว รวมทั้งกรณีความผิด ม.157 มีอายุความ 15 ปี เหลืออายุความอีกไม่ถึง 4 ปี
“ป.ป.ท. สามารถส่งฟ้องแยกเองได้โดยไม่ต้องรอให้มีความเห็นตรงกันกับอัยการ เพราะที่ผ่านมามีการสั่งฟ้องเองมาตลอด อีกทั้งดีเอสไอได้ทำคดีและพบว่านายบิลลี่ไม่ได้หายตัวไป แต่เป็นการฆาตกรรม นอกจากนี้พบว่าอัยการระดับสูงท่านหนึ่ง ที่เคยดึงคดีทำให้คดีใหญ่คดีหนึ่งที่ผ่านมาขาดอายุความมาแล้ว สุดท้ายมีคำสั่งไม่ฟ้อง หวังว่าอัยการสูงสุดจะรื้อฟื้นความเชื่อมั่นของอัยการอย่างรวดเร็ว ไม่ล่าช้า” นายสุรพงษ์ กล่าว
—————————
