อ.เดชาชี้สถานการณ์ช่วงเห่อกัญชาทำฝุ่นตลบ เชื่อยังไม่เห็นภาพที่แท้จริง ถามรัฐทำไมไม่ออกมาตรการรองรับแต่เนิ่นๆ ทั้งๆที่รู้วันปลดล็อค แนะประชาชนที่สนใจกัญชาศึกษาข้อมูลก่อนใช้

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2565 นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ซึ่งต่อสู้บุกเบิกให้กัญชาหลุดออกจากพืชยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ถึงความเห็นโต้แย้งกันในสังคมถึงประโยชน์และโทษของกัญชาภายหลังจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมาได้มีการปลดล็อคกัญชาว่า กัญชาเป็นพืชผิดกฎหมายมาแล้ว 43 ปี เมื่อถูกกฎหมายจึงกลายเป็นความแตกตื่นเพราะเป็นของใหม่และไม่เคยสัมผัส ดังนั้นสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่แท้จริงเพราะเป็นช่วงฝุ่นตลบและควันยังไม่จาง โดยต้องรอสักระยะหนึ่งถึงจะเห็นภาพชัด เช่นเดียวกับใบกระท่อม ซึ่งปลดล็อคมาแล้ว 2 ปี และยังไม่มีกฎหมายควบคุม แต่ก็ไม่มีปัญหา แม้มีขายตามข้างถนน แต่ตอนนี้คนเริ่มไม่ซื้อแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนของกัญชาจึงอยากให้รอไปสักพัก รอให้คนหายเห่อก็จะเห็นของจริง

นายเดชา กล่าวว่า ทั้งกระท่อมและกัญชาไม่เคยทำให้ใครเสียชีวิต แต่ที่เสียชีวิตก็เพราะสาเหตุอื่น เช่น เป็นโรคหัวใจแล้วไปใช้กัญชาจึงทำให้หัวใจเต้นเร็วและความดันตก ทั้งๆที่ความจริงแล้วคนที่ป่วยเป็นโรคหัวใจไม่ควรใช้กัญชา ทำให้ฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการปลดล็อคกัญชามาตั้งแต่ต้นช่วยกันประโคมข่าว ขณะที่เยาวชนบางส่วนที่กำลังเห่อ ก็หันมาสูบกัญชาแต่ก็ยังมีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ และมีผลการวิจัยรับรองจากการเก็บข้อมูลจากคนที่สูบกัญชาต่อเนื่อง 30 ปี กับคนไม่สูบเลย และคนที่สูบบุหรี่เป็นประจำ ผลปรากฏว่า คนสูบบุหรี่มีโอกาสเป็นโรคปอดและโรคหัวใจมากกว่าทั้ง 2 กลุ่ม ส่วนคนที่ไม่สูบกัญชามีโอกาสเป็นโรคเหล่านี้มากกว่าคนสูบกัญชา

“คนที่เขามีปัญหา ถ้าไม่สูบกัญชา เขาก็หันไปสูบบุหรี่หรือกินเหล้า หรือยาเสพติดอื่นๆ เราต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ ทุกวันนี้คนวัยหนุ่มสาวป่วยเป็นโรคเป็นซึมเศร้ากันเยอะ ฆ่าตัวตายจำนวนมาก พวกเขาต้องการหาทางออกชั่วคราว เราต้องแก้ปัญหานี้ที่ต้นเหตุ”นายเดชา กล่าว

ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่า ไม่ควรมองแค่คนไม่กี่รายที่สูบกัญชาแล้วต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะจริงๆแล้ว มีคนเข้าโรงพยาบาลในลักษณะนี้อยู่บ้าง แต่ไม่เป็นข่าว เช่นเดียวกับคนที่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่จนป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลก็มีมากมายแต่ก็ไม่เป็นข่าวเช่นกัน ตอนนี้มีคนบางกลุ่มต้องการโจมตีการปลดล็อคกัญชา เพราะอยากให้กลับไปเป็นอย่างเก่า ส่วนหนึ่งเป็นพวกที่เสียประโยชน์ เช่น บริษัทบุหรี่ บริษัทยา ซึ่งปัญหาในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วที่สหรัฐอเมริกาโดยกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ต่างออกมาเคลื่อนไหว

ผู้สื่อข่าวถามว่าภาพของคนสูบติดกัญชาจนผอมโซเป็นภาพจำของคนจำนวนมากในสังคมไทยในอดีต นายเดชากล่าวว่า เป็นการให้ข้อมูลที่ผิดทั้งหมด เพราะการสูบกัญชานั้นไม่ติดเลยและจะเลิกเมื่อไรก็ทำได้ นอกจากนี้คนที่สูบกัญชายังเจริญอาหาร  มีแต่คนที่กินเหล้า สูบบุหรี่และเสพยาเสพติด ที่เป็นเช่นนั้น

เมื่อถามอีกว่าสถานการณ์ปัจจุบันควรรีบหาทางออกอย่างไร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ กล่าวว่า ควรเร่งออกกฎหมายโดยด่วนเช่นเดียวกับกฎหมายกระท่อม ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่สามารถออกมาบังคับใช้ได้ ตนเชื่อว่ามีคนตั้งใจที่จะดองร่างกฎหมายเหล่านี้เอาไว้เพื่อรอให้เกิดเรื่อง และไปอ้างว่ายังไม่มีกฎหมาย ทำให้เละเทะไปหมด

“ในเมื่อคุณรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าวันที่ 9 มิถุนายน จะมีการปลดล็อคกัญชา ทำไมถึงไม่เตรียมการเอาไว้ แทนที่จะเร่งทำกฏหมายล่วงหน้า 120 วัน ถ้าไม่ทันก็ออกเป็นพระราชกำหนด หรือจะมีกฎกระทรวงต่างๆออกมา แต่ทำไม่พวกคุณถึงไม่ทำ รอให้เกิดเหตุการณ์แล้วถึงมาโวยวาย ทำไมถึงไม่เตรียมการกันไว้ก่อน”นายเดชา กล่าว

นายเดชากล่าวว่า กัญชาเป็นพืชธรรมชาติ มีคุณสมบัติสารพัด ซึ่งในศาสนาฮินดูสูบกัญชาเพื่อเข้าถึงพระศิวะ บางสังคมนับถือพืชชนิดนี้มาก และใช้ในสันทนาการเพื่อความเพลิดเพลิน และใช้กันมานับพันปี แต่มามีปัญหาเมื่อปี 2522 เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศให้กัญชาเป็นยาเสพติด แต่ในกัญชามีสารทุกอย่างครบ เป็นพืชในวิถีชีวิตวัฒนธรรม จู่ๆถูกตัดขาดให้เป็นยาเสพติด ทั้งๆที่มีสารความสุขอยู่ด้วย แต่ทำไมเขาถึงไม่เอาเหล้าและบุหรี่เป็นยาเสพติด ก็เพราะกัญชาเป็นคู่แข่งยาเสพติดของเขา จึงเอากัญชาไปขังไว้เพราะอยากขายเหล้าขายเบียร์ เอาประโยชน์ทางธุรกิจเป็นตัวตั้ง

“ตอนนี้ขออย่างเดียวคืออย่าให้กัญชาถูกผูกขาดโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เหมือนกับเหล้าและเบียร์ที่ประชาชนทำกันเองไม่ได้เพราะถูกห้าม มันไม่เป็นธรรม ผมอยากให้กัญชามีการแข่งขันกันเพื่อประโยชน์ของประชาชน”นายเดชา กล่าว

เมื่อถามอีกว่าขณะนี้กัญชากลายเป็นเรื่องการเมืองไปแล้ว นายเดชากล่าวว่า ใช่เพราะพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนไปเยอะ เขาทำให้ถูกกฎหมาย ดังนั้นพรรคอื่นจึงต้องเตะตัดขา ยิ่งในช่วงใกล้เลือกตั้ง พรรคอื่นก็คงไม่ปล่อย ขณะที่คนเสียประโยชน์ก็ต้องรุมจัดการ ไหนจะพวกธุรกิจต่างๆอีก อย่างกรณีใบกระท่อม เมื่อก่อนธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังก็ขวาง แต่เมื่อขวางไม่ได้ตอนนี้เขาจึงลงทุนเอาใบกระท่อมมาใช้ประโยชน์ ฉะนั้นสิ่งต่างๆเหล่านี้ หากแบ่งปันผลประโยชน์กันได้โดยให้ประชาชนได้ประโยชน์ด้วยมากที่สุดก็จะเป็นเรื่องที่ดี

เมื่อถามอีกว่า สถานการณ์ตอนนี้จะให้คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการใช้กัญชาอย่างไรบ้าง นายเดชา กล่าวว่า เราต้องใส่ใจในเรื่องความรู้ก่อน โดยต้องรู้ว่าการใช้กัญชาแล้วจะเมา ถ้าไม่อยากเมาอย่าใช้เกินขนาด เพราะอาจเกิดภาพหลอนและกลัวจนกระทั่งต้องเข้าโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะผลทางกาย ถ้าเป็นโรคหัวใจอย่าไปยุ่งกับกัญชาเพราะทำให้ความดันตกและหัวใจเต้นแรง แต่ถึงอย่างไรการใช้กัญชาก็ไม่ทำให้เสียชีวิต ถ้าใช้เป็นยาก็แค่ระงับอาการ ที่ใช้รักษาจริงๆคือโรคมะเร็งซึ่งต้องใช้ปริมาณเยอะ แต่ถ้าต้องการให้รักษาทุกโรคต้องกินกัญชาเพื่อให้หลับแบบมีคุณภาพ ร่างกายจะไปซ่อมแซมตัวเองและหายทุกโรค ซึ่งมีผลการวิจัยรองรับ แต่ขณะนี้คนทั่วไปยังเข้าไม่ถึงควารู้นี้ แถมกฎหมายก็ยังไม่มี จึงทำให้เกิดความสับสน เราต้องรู้ว่าจะใช้กัญชาเพื่อให้เป็นยาหรือเป็นอาหารหรือเป็นเครื่องสำอาง ซึ่งแต่ละอย่างก็ใช้ไม่เหมือนกัน

On Key

Related Posts

ผู้นำกะเหรี่ยงระบุนักบินรัสเซียช่วยทหารพม่ารบ เผยเหตุปะทะใหญ่ชายแดนอำเภอพบพระ “กษิต”จวกรัฐบาลบกพร่อง เสนอชายแดนเป็น no-fly zone ชาวบ้านถูกยิงรถโอด ไร้คนรับผิดชอบความเสียหาย

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 พล.ต. เนอดา โบ เมียะ ผูRead More →

ทหารพม่า-กะเหรี่ยงปะทะกันเดือดต่อเนื่อง เครื่องบินรบล้ำไทย-ยิงทะลุแดนถูกรถกระบะ กองทัพอากาศส่ง F16 ลาดตระเวน เผยเหตุแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 สื่อมวลชนท้องถิ่น PhoRead More →