สำนักข่าว Chindwin News Agency รายงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ว่า ได้เกิดกระแสข่าวลือในกรุงย่างกุ้งว่าทางกองทัพพม่าเตรียมที่จะประหารชีวิตนักโทษการเมืองอีก 41 คน แต่ยังไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
แหล่งข่าวที่ออกมาเปิดเผยกับสื่อพม่าระบุว่า ได้ข่าวนี้มาจากเรือนจำอินเส่ง โดยนักโทษประหารชีวิตจำนวน 41 คน นั้นได้ใส่ชุดนักโทษเรือนจำสีเหลือง และถูกจัดให้อยู่กับนักโทษคนอื่นๆ ในห้องขังอีก 100 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ นักโทษ 41 นี้ ถูกย้ายไปอยู่ยังห้องขังอื่นเพื่อรอการประหาร เมื่อทางสื่อ Chindwin News Agency สอบถามไปยังนักโทษทางการเมืองรายหนึ่งที่ขณะนี้กำลังหลบหนี ระบุว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่ทางกองทัพพม่าจะประหารนักโทษการเมืองอีก
ขณะที่ปฏิกิริยาของประชาชนในพม่าหลังการประหารนักโทษการเมืองทั้ง 4 คน ต่างแสดงความโกรธแค้นและเศร้าโศก ประชาชนในเมืองมงยวาและเมืองอะยาด่อว์ในเขตสะกาย และในย่างกุ้งได้ออกมาประท้วง เช่นเดียวกับชาวพม่าในประเทศไทยและในกรุงลอนดอน ได้ออกมาประท้วงหน้าสถานทูตพม่า ด้านรัฐบาล NUG ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ (25 กรกฎาคม 2565) ว่า การประหารนักโทษการเมืองทั้ง 4 คน เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องเอาผิดคนที่ดำเนินการเรื่องนี้


นอกจากนี้ รัฐบาล NUG ระบุว่า การประหารนักโทษทางการเมืองเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กองทัพพม่าไม่ต้องการหาทางเจรจาโดยแนวทางสันติวิธี และยังแสดงให้เห็นว่า กองทัพพม่าไม่ได้ต้องการแก้ปัญหาใดๆ ในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญกับความยากลำบากเช่นนี้ อีกด้านหนึ่ง ยูเอ็นและอาเซียนกำลังถูกนักเคลื่อนไหวและกลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์การเมืองในพม่า
ทางด้านแม่ของนายเพียว เซยะตอว์ ให้สัมภาษณ์ว่า เธอภูมิใจในการเสียสละของลูกชายครั้งนี้ และอยากได้ร่างของลูกชายมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
นางนีหล่า เต็ง ภรรยาของนายโก่จิ่มมี่ ได้เรียกร้องให้ชาวพม่าเอาความเศร้าสลดเปลี่ยนเป็นพลังในการต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าแทน และต้องถอนรากถอนโคนระบอบเผด็จการทหารพม่าออกจากแผ่นดินพม่า
นางนีหล่า เต็ง กล่าวว่า เธอจะไม่ประกอบพิธีทางศาสนาใดๆ จนกว่าจะได้เห็นร่างของสามี
