Search

รำลึกเหตุการณ์ 8888 ภาคประชาชนจัดกิจกรรมต้านเผด็จกันคึกคัก-เรียกร้องนานาชาติร่วมกดดันทหารพม่า เชื่อความสัมพันธ์ตั้ดมะดอว์-กองทัพไทยแนบแน่น เผยผลการเลือกตั้งเป็นตัวชี้นโยบายใหม่

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2565 หลายองค์กร อาทิ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสมสิขาลัย คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า สำนักข่าวชายขอบ ร่วมกันจัดเสวนาออนไลน์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 8888 ซึ่งประชาชนที่มีนักศึกษาเป็นแกนนำในประเทศพม่านับแสนคนลุกขึ้นเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าเมื่อวันที่ 8 เดือน 8 ปี 1988 (พศ.2531) และถูกกวาดล้างจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยมีวิทยากร อาทิ นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศ ดร.ลลิตา หาญวงษ์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และดำเนินรายการโดย ดร.นฤมล ทับจุมพล

ในการเสวนาผ่านแอปพลิเคชั่น Zoom ครั้งนี้ กัปตันซีโร่ อดีตทหารพม่าที่ผันตัวมาอยู่กับภาคประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า กล่าวว่า วันที่ 8 เดือน 8 ปี 88 ที่ครบรอบในวันนี้ ตนเคยเป็นคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในกองทัพพม่า แต่หลังรัฐประหารก็หันหลังให้กับกองทัพพม่า และออกมาร่วมต่อสู้กับประชาชน ขอให้เรารำลึกวีรบุรุษทุกคนที่ต่อสู้ให้แก่ประเทศพม่า บรรยากาศในปีนี้อาจจะเศร้ากว่าทุกปี แต่ก็ต้องพยายามต่อสู้ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของพวกเรา

นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี กล่าวว่าตนรู้สึกสะเทือนใจมากเมื่อทราบข่าวการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอนักโทษการเมือง 4 คน 1 ในนั้นคืออดีตนักศึกษาพม่ารุ่น 88 คนที่ตนรู้จักดีมาตลอดหลายสิบปี ถามว่าเราเห็นอะไรบ้างจากการต่อสู้ 34 ปี เพื่อประชาธิปไตย โดย 24 ปี เป็นการต่อสู้จริงๆ สู้ด้วยอาวุธ มีเพียง 10 ปีหลัง เท่านั้นที่เป็นโอกาสให้คนพม่าได้ก่อร่างสร้างตัว ทำมาหากิน มีเสรีภาพในระดับหนึ่งภายใต้การปฏิรูปของประธานาธิบดีเต็งเส่ง และต่อด้วยการบริหารของรัฐบาลจากการเลือกตั้ง พรรค NLA ของนางอองซานซูจี แม้ว่าจะมีหลายกรณีไม่เป็นที่พอใจของหลายฝ่าย เช่นกรณีท่าทีต่อประเด็นโรฮิงญา แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่พม่ามีบรรยากาศที่พอรับได้ จนกระทั่งเกิดรัฐประหารเมื่อปีที่แล้ว

นายสุภลักษณ์กล่าวว่า ในปี 1998 สิ่งที่เห็นคือ เยาวชน นักศึกษา ถูกปราบปรามหนีเข้าป่า หนีมาไทย บางคนเป็นนักข่าว นักวิชาการ หลายคนก็ต่อสู้อยู่ในพม่า ถูกจับเข้าคุกครั้งแล้วครั้งเล่า ระยะต้นดูเหมือนว่าอยู่ใกล้ชิดกับกองกำลังชาติพันธุ์ เช่น กองกำลังของนักศึกษาพม่า ABSDF มาอยู่กับกองกำลังกะเหรี่ยง KNU ที่ใกล้ๆ แม่สะเรียง ในปี 2007 ความตกต่ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง นำไปสู่การเคลื่อนไหวของพระสงฆ์ จบด้วยการนองเลือด แต่ก็ยังไม่สิ้นสุด ตั้ดมาดอว์ หรือกองทัพพม่าก็ยังมีการสร้างกระบวนการหยุดยิงกับกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ แม้ว่าจะยังไม่นำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง

นายสุภลักษณ์กล่าวว่า หลังรัฐประหารในปัจจุบัน การต่อสู้เปลี่ยนไป เราเห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาต่อสู้ ผู้เสียชีวิตคนแรกในการประท้วงมีอายุเพียง 18 ปี คนรุ่นนี้เป็นคนรุ่นที่เห็นการเปิดประเทศ เห็นเสรีภาพตามสมควร เห็นช่องทางในการพัฒนาชีวิต เห็นนักท่องเที่ยว อีกข้อสังเกตหนึ่ง คือเห็นกลุ่มคนพม่า (บะม่า) สู้กับกองทัพพม่าอย่างจริงจัง มีการตั้งรัฐบาลเอกภาพแก่งชาติ NUG และการประกาศกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) ซึ่งเข้าร่วมกับกองกำลังชาติพันธุ์ เช่น KNU

“ในทางการเมือง NUG ยังไม่สามารถสร้างขึ้นมาเป็นองค์กรทางการเมืองได้ และเห็นการประสานที่ไม่ชัดเจนของ PDF และองค์กรชาติพันธุ์ ชาวพม่าอาจต้องรับฟังว่ายังมีขีดจำกัด คือ PDF ไม่มีกำลังสนับสนุนโดยชัดเจนในทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี กองทัพพม่าก็ตอบสนองด้วยการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ซึ่งเชื่อว่าให้ที่พักพิงแก่กองกำลัง PDF” นายสุภลักษณ์ กล่าว

อดีตบรรณาธิการฯ กล่าวว่า กรณีพม่านั้น อาเซียนยังคงใช้วิธีการเดิม คืออะลุ่มอล่วย และก็รู้เห็นอยู่แก่ใจว่ากองทัพพม่าไม่มีทางที่จะอยากพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยเหมือนกลุ่มประเทศใกล้เคียง ลาว กัมพูชา เวียดนาม ยังสงวนท่าทีไม่ผลักดันอะไรเลย อีกกลุ่มคือประเทศที่อยากเห็นประชาธิปไตยในพม่า อย่างน้อยก็มีแนวทางชัดเจน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ที่มองว่าเสรีภาพเป็นค่านิยมที่อาเซียนควรยึดถือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็ไม่ลังเลที่จะมีจุดยืนแสดงออกมา

“กองทัพไทยที่มีความสัมพันธ์กับกองทัพพม่าใกล้ชิดมาก อาจลังเลที่จะติดต่อกับ NUG เพราะไม่อยากสูญเสียความสำคัญกับกองทัพพม่า หากไทยมีการเลือกตั้งใหม่ในปีหน้า หากรัฐบาลจากการเลือกตั้งมีนโยบายของตนเองที่ไม่ต้องฟังกองทัพมากนัก ก็อาจสามารถเปลี่ยนนโยบายว่ากองทัพไทยอย่าเอามาเป็นการเมืองของประเทศซึ่งอันตราย เชื่อว่ารัฐบาลไทยในขณะนี้ไม่ได้ติดต่อกับ NUG โดยตรงเพื่อสัมพันธ์ด้านนโยบายโดยตรง” นายสุภลักษณ์ กล่าว

ดร.ลลิตา หาญวงศ์ กล่าวว่าจิตวิญญาณ 8888 และเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับนักศึกษาในเมือง จากนั้นขบวนการเคลื่อนมาที่ชายแดนมากขึ้น ก่อนหน้านั้นรัฐประหารของนายพลเนวินก็มีการต่อต้านของขบวนการนักศึกษา แต่นายพลเนวินปราบปรามอย่างเข้มเข็ง โดยกองทัพพม่ามีการตัดไฟต้นลมตั้งแต่แรก มีเหตุระเบิดอาคารสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้ง เมื่อมาถึงเหตุการณ์ ปี 88 ก็ไม่ได้มีมหาวิทยาลัยใดเป็นแกน แต่ออกมาประท้วงหลายมหาวิทยาลัย หลายเมืองนับแสนๆ คน หลังจากเหตุการณ์ปี 88 อดีตนักศึกษารุ่นนั้นได้เป็น Think Tank ของรัฐบาล NLD และมีบทบาทสำคัญ

“จุดจบของเรื่องนี้ต้องมีการเจรจา เวลานี้รัฐบาล NUG ถูกวิจารณ์ว่าเป็น NLD สาขาสอง คือเป็นชาวพม่า มีความคิดชาตินิยมพม่า คือทำตัวเป็นผู้นำของชนกลุ่มน้อย” ดร.ลลิตา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเย็นวันเดียวกันที่ประตูท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเหตุการณ์ 8888 เช่นกัน ซึ่งมีการแสดงดนตรี วัฒนธรรมสลับกับการปราศัยโดยมีผู้เข้าร่วมราว 200 คน

ในวันเดียวกันสำนักข่าว Myanmar Time รายงานว่า เช้าวันนี้ (8 สิงหาคม 2565) นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในย่างกุ้ง ในชื่อ The Yangon People’s Strike committee ได้ออกมาเคลื่อนไหวเนื่องในวันครบรอบ 34 ปี เหตุการณ์ประท้วงใหญ่ 1988 โดยนักเคลื่อนไหวในย่างกุ้งได้แต่งกายสีดำ และถือร่มสีดำ บนร่มมีตัวเลขพม่าเป็นเลข 8 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าและเมืองสำคัญในด้านเศรษฐกิจของประเทศ

นักเคลื่อนไหวกลุ่มนี้ ได้เดินทางไปตามสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองย่างกุ้ง เช่น เจดีย์สุเหล่ ตลาดโบโชก ย่านการค้าเลดัน ทะเลสาบอินยา เป็นต้น เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ 8888 หรือเหตุการณ์ ขณะที่การออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้ นักเคลื่อนไหวในย่างกุ้งให้คำมั่นว่าพวกเขาจะถอนรากถอนโคนเผด็จการทหารนำโดยพลเอกมินอ่องหลาย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านการกดขี่

นางนีหล่า เต่ง แกนนำคนสำคัญอีกคนหนึ่งของกลุ่มนักศึกษาปี 1988 และเป็นภรรยาของนายโก่จิ่มมี หรือนายจ่อมิ้นยู ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยและเป็นอดีตแกนนำ 888 ซึ่งถูกประหารชีวิตไปเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ออกมาเรียกร้องให้นานาชาติออกมาเคลื่อนไหวให้กองทัพพม่าหยุดประหารนักโทษการเมือง โดยนักโทษการเมืองอีก 77 คนกำลังเสี่ยงที่จะถูกประหารในอนาคต ซึ่งทางโฆษกของกองทัพพม่าเคยออกมาประกาศว่า จะดำเนินการประหารนักโทษการเมืองอีก

นางนีหล่าเต่ง กล่าวว่า ไม่ต้องการเห็นนักโทษการเมืองคนอื่นๆ ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับสามีของเธอ เพราะการกระทำของกองทัพพม่านั้นมีความผิดและเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม

ขณะที่ดอว์ซินมาร์อ่อง รัฐมนตรีต่างประเทศของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ได้ขอให้นานาชาติดำเนินการต่อต้านรัฐบาลทหาร แทนที่จะทำให้รัฐบาลทหารถูกต้องตามกฎหมาย หรือออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจที่ไม่ได้ผลเพื่อหยุดการเสียชีวิตของประชาชนในพม่า