
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม น.ส.พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ “มึนอ”อดีตภรรยานายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ว่า รอข่าวนี้มานานจนใกล้จะหมดหวัง พอถึงวันนี้จึงรู้สึกเฉยๆ ไม่อยากดีใจเพราะกลัวผิดหวัง และครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นการลงโทษจึงต้องการให้การดำเนินคดีตามกฎหมายเดินการต่อไป แม้การสั่งฟ้องครั้งนี้ทำให้รู้สึกมีความหวังแต่ก็ไม่เต็มร้อยเพราะโดยส่วนตัวรู้สึกเหมือนมีอำนาจบางอย่างบอกว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้
มึนอกล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นคืออยากให้ญาติพี่น้องของบิลลี่ชาวบางกลอยได้มีสิทธิในที่ดินทำกิน และอยากให้กฎหมายลงโทษคนที่กระทำผิด ขณะเดียวกันตนเองก็ต้องการใบมรณะบัตรของบิลลี่ เพราะที่ผ่านมาถูกปฏิเสธทำให้ส่งผลต่อเรื่องประกันชีวิตของบิลลี่และตนต้องส่งประกันให้กับบิลลี่จนถึงทุกวันนี้

“หนูอยากเห็นเขาถูกลงวโทษไวๆ เพราะมันช่วยคลายความเครียดให้กับญาติพี่น้องของพี่น้องบิลลี่และไม่ต้องหวาดกลัว ตอนนี้หลายคนหวาดกลัวจนไม่กล้าทำอะไร บางคนถูกดำเนินคดีเรื่องที่ดินทำกินเพราะกลับไปอยู่บ้านเดิม หนูเชื่อว่าการที่พี่ทีบิลลี่ถูกอุ้มหายไปเพราะเรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน” อดีตภรรยาของนายบิลลี่ กล่าว
น.ส.พิณนภากล่าวด้วยว่า สาเหตุที่ตนเชื่อว่าบิลลี่ถูกอุ้มหายไปเพราะพยายามช่วยเหลือปู่คออี้ภายหลังจากที่ถูกเผาบ้านและย้ายลงมาอยู่ข้างล่าง ในช่วงนั้นบิลลี่พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยปู่คออี้แม้กระทั่งการสมัครเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ก็เพื่อหวังช่วยปู่คออี้ ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่าบิลลี่คิดผิดเพราะการเป็น อบต.ทำให้ช่องทางแคบลงเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและเมื่อบิลลี่พยายามเก็บข้อมูลต่างๆทำให้คนบางคนถามหาตัวบิลลี่และไม่นอนบิลลี่ก็ถูกจับและอุ้มหายไป
“ก่อนหน้านั้น อ.ป๊อด(นายทัศน์กมล โอบอ้อม)ถูกฆ่าเพราะต้องการช่วยปู่คออี้ หนูเชื่อว่า ถ้าเขาไม่ช่วยปู่ก็ยังอยู่ถึงทุกวันนี้ ตอนที่ปู่คออี้ยังอยู่ข้างบน ปู่ได้ให้พี่บิลลี่ช่วยถ่ายคลิปซึ่งหนูก็ขึ้นไปบางกลอยบนด้วย ปู่ให้ถ่ายวีดีโอรอบๆบ้านปู่ที่เต็มไปด้วยเสียงนกและสัตว์ต่างๆ เพราะปู่ไม่ให้ลูกหลายยิงสัตว์รอบๆบ้าน ปู่เป็นเหมือนเจ้าหน้าที่อนุรักษ์สัตว์ป่า ปู่พูดไว้ในวีดีโอว่าขออยู่บ้านเดิมต่อไปและสัญญาว่าจะไม่มีการฆ่าสัตว์ และจะทำกินบริเวณไร่ซากเก่า ไม่มีการบุกรุกโค่นป่าใหม่ ปู่บอกให้พี่บิลลี่ส่งวีดีโอนี้ไปให้ อ.ป๊อดเพื่อส่งไปถวายฎีกากับในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ อ.ป๊อดถูกยิงเสียชีวิตก่อน เสียดายที่วีดีโอชุดนี้ไม่ได้ส่งเข้าไปในวังเพราะเมื่อพี่บิลลี่กำลังดำเนินการต่อก็ถูกอุ้มหายไปอีก และวีดีโอนี้อยู่ในกล้องของพี่บิลลี่จึงหายไปด้วย” มึนอ กล่าว

ด้านนายสุรพงษ์ กองจันทึก นักกฏหมายและประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่าอัยการสูงสุดได้ทำตามหน้าที่หลังจากดีเอสไอทำการสืบสวนสอบสวน และโยงไปถึงการฆาตกรรมนายบิลลี่ โดยอัยการเห็นตามที่ดีเอสไอเสนอมา และการพบเศษกระดูกของร่างกายด้วยวิธีการสมัยใหม่ซึ่งอัยการชั้นต้นอาจยังไม่เข้าใจ แต่อัยการสูงสุดเข้าใจเพราะเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้ใช้แค่ในประเทศไทย แต่เอามาใช้ประเทศไทยเป็นครั้งแรก และเป็นวิธีการซึ่งเป็นที่ยอมรับของหลายประเทศทั่วโลก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งคุ้มครองให้นายชัยวัฒน์กลับเข้ารับราชการจะส่งผลอย่างไรหรือไม่นายสุรพงษ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)จะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อ หาก ทส.สั่งให้ออกราชการ แต่ศาลสั่งคุ้มครอง หาก ทส.ไม่เห็นด้วยก็ต้องเร่งอุทธรณ์ ถ้าไม่อุทธรณ์ก็ถือว่าสิ้นสุด แต่ก็ต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้
“การที่มีบุคคลระดับสูงในกระทรวง ทส.ถูกตั้งข้อหาว่ามีส่วนในคดีฆาตกรรม เป็นเรื่องที่คณะผู้บริหาร ทส.ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเกี่ยวพันถึงภาพลักษณ์ของ ทส. มิฉะนั้นอาจถูกครหาได้ว่าปกป้องพวกพ้องกัน” นายสุรพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ในวันเดียวกันนี้ได้มีการนำเสนอข่าวกรณีที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีความเห็นสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์และพรรคพวกรวม 4 คน ใน 4 ข้อหา โดย 1 ในนั้นคือข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (อ่านรายละเอียดในเอกสารด้านล่าง)