Search

ลูกชายซูจีแกะสลักระดมทุน ช่วยเหลือการต่อสู้ในพม่า

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมาว่า นายคิม อริส หรือในชื่อพม่าคือนายโก่เต็งลิน ลูกชายคนเล็กของดอว์อองซาน ซูจี ได้สร้างผลงานแกะสลักงานฝีมือด้วยตัวเอง และมอบให้กับองค์กรการกุศลที่ระดมเงินช่วยเหลือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า นายคิม อริสนั้นมีอาชีพเป็นช่างไม้ 

มีรายงานว่า นายคิม อริส ได้ติดต่อไปยัง Pencilo ผู้ซึ่งมีอิทธิพลในโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook  ในหมู่ชาวพม่า และบอกกับเธอ ว่า เขาต้องการทำผลประโยชน์ในด้านเสรีภาพและความยุติธรรมให้กับชาวพม่า และไม่ทราบว่าผลงานแกะสลักของเขาจะสามารถระดมทุนช่วยเหลือชาวพม่าได้หรือไม่

 Pencilo เปิดเผยว่า บุตรชายของดอว์ซูจี คาดหวังว่า ผลงานของเขาอาจจะระดมทุนได้เพียงราว 3,000 – 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ Pencilo บอกกับเขาว่า ผลงานของเขาน่าจะระดมทุนได้ถึง 300,000 – 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ภายหลังทางเพจ Facebook ของ Pencilo ได้เผยแพร่ผลงานของนายคิม อริส ได้รับความสนใจจากชาวพม่าเป็นจำนวนมาก โดยทางเพจได้ระดมทุนผ่านการขายตั๋วจับฉลาก โดยรางวัลจะเป็นผลงานของนายคิม อริส ซึ่งนับตั้งแต่เปิดขายตั๋วจับฉลากเมื่อวันพฤหัสบดี(25 สิงหาคม 2565)ผ่านมา สามารถขายตั๋วได้แล้วกว่า 1,065 ใบภายในวันเดียว โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 106,500 ดอลลาร์สหรัฐ  ทางเพจ

Pencilo ระบุว่า นายอริสนั้นดีใจมากที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม

นับตั้งกองทัพพม่านำโดยพลเอกมินอ่องหล่าย ยึดอำนาจเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ประเทศพม่าต้องหยุดชะงักงัน ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไม่ยอมรับการปกครองโดยทหาร และก่อตั้งกองกำลังติดอาวุธเพื่อต่อสู้กับกองทัพพม่า

ในขณะเดียวกันกัน ในช่วงเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา กองทัพพม่าก็ยังไม่สามารถควบคุมประเทศได้ แม้จะใช้วิธีการรุนแรงเพื่อปราบปรามคนที่ต่อต้าน จนทำให้มีประชาชนในพม่าเสียชีวิตแล้วกว่า 2,000 คนก็ตาม

ขณะที่ความช่วยเหลือจากนานาชาติต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่าก็ไม่ได้มีความคืบหน้ามากนัก ทำให้ชาวพม่าต้องระดมทุนทั้งจากคนในและนอกประเทศต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า ชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศมักระดมทุนการกุศลผ่านการขายตั๋วจับฉลากเพื่อระดมทุน ซึ่งเงินที่ได้รับบริจาคเหล่านี้ นอกจากนำไปช่วยคนหนุ่มสาวที่เข้าป่าจับปืนต่อสู้กับกองทัพพม่าแล้ว ยังนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่บ้านเรือนถูกเผาทำลายโดยทหารพม่าอีกด้วย

ด้านกองทัพพม่าได้จับกุมขังเดี่ยวนางอองซาน ซูจี วัย 77 ปี และยัดเยียดหลายข้อหาให้กับผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์เพื่อประชาธิปไตยรายนี้

ก่อนหน้านี้ สื่อพม่าเคยวิเคราะห์ว่า กองทัพพม่าต้องการขังลืมนางซูจี ด้วยวัยและอายุที่มากขึ้น ทำให้ประชาชนชาวพม่าแสดงความเป็นห่วงความปลอดภัยและสุขภาพของดอว์ซูจีและบุตรชายคนเล็กมีโอกาสได้พบกันช่วงระยะเวลาสั้นๆอยู่หลายครั้ง ทั้งคู่ได้ถูกแยกจากกันนับตั้งแต่ปี 2531 เมื่อดอว์ซูจีตัดสินใจเดินทางจากอังกฤษมายังพม่า และเข้าร่วมการเมืองและต่อสู้กับเผด็จการทหาร ทั้งคู่เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2559