
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 สำนักข่าว Mizzima รายงานว่า นายพลเอ็นบันละ ผู้นำสูงสุดของกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) ได้ประกาศเนื่องในวันครบรอบ 62 ปี ของการก่อตั้งกองทัพเอกราช KIA ว่า จะจัดตั้งการเคลื่อนไหวทางการเมืองรูปแบบใหม่ในเร็วๆนี้ เพื่อต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหาร
ทั้งนี้ในการกล่าวสุนทรพจน์ครบรอบ 62 ปี ของการก่อตั้งกองทัพคะฉิ่น KIA นายพลเอ็นบันละ ได้กล่าวว่า ข้อตกลงปางโหลงถูกยกเลิกโดยรัฐธรรมนูญปี 1947 ดังนั้น ชนพื้นเมืองจึงขึ้นจับอาวุธและเริ่มปฏิวัติเผด็จการทหาร เมื่อกองทัพควบคุมอธิปไตยของประเทศตลอดไป นั่นจึงทำให้สงครามกลางเมืองยืดเยื้อออกไปด้วย
นายพลเอ็นบันละ กล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองในพม่ากลับมาอยู่ในจุดที่ซับซ้อนมากอีกครั้ง หลังกองทัพพม่ายึดอำนาจและรัฐประหาร โดยกองทัพพม่าจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ทำให้ประเทศยากจนลงและสร้างความยากลำบากในทุกด้านให้กับประชาชนอยู่ในขณะนี้ นั่นจึงทำให้ KIA หาทางออกให้กับประชาชนที่ต้องการโค่นล้มระบอบเผด็จการ
ผู้นำ KIA ยังระบุอีกว่า เพื่อให้เป้าหมายนี้สำเร็จ KIA จึงต้องออกมาทำหน้าที่เป็นผู้นำและรับผิดชอบ อีกทั้งต้องทำทุกอย่างเพื่อโค่นอำนาจกองทัพพม่า และขอให้สมาชิกของ KIA และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้
ขณะที่สำนักข่าว Myanmar Now ได้ยืนยันตามการให้ข้อมูลของโฆษกของ KIA เกี่ยวกับกรณีกองทัพพม่าใช้เครื่องบินโจมตีงานแสดงคอนเสิร์ตในหมู่บ้านหนองผา เมืองผากั้น รัฐคะฉิ่น เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 62 ปี ของกองทัพ KIA ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 62 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีทั้งผู้นำระดับสูงของกองทัพ KIA กองพลที่ 9 จำนวน 4 คน ซึ่งเป็นกองพลที่เคลื่อนไหวในเมืองผากั้น นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 ราย และการนำส่งผู้ได้รับบาดเจ็บเหล่านี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกองทัพพม่าตั้งจุดตรวจและไม่ให้นำตัวผู้บาดเจ็บไปรักษายังโรงพยาบาลในเมืองผากั้น หรือในเมืองมิตจีนา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐคะฉิ่น ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทิ้งระเบิดและสามารถหนีเอาชีวิตรอดมาได้ ให้สัมภาษณ์กับ Myitkyina Journal สื่อท้องถิ่นว่า ในพื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยเลือด และเห็นอวัยวะของผู้เสียชีวิตกระจัดกระจาย เป็นภาพที่ชวนหดหู่ใจเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ในวันดังกล่าว ผู้คนมาเฉลิมฉลองเนื่องในวันครบรอบ 62 ปีของกองทัพคะฉิ่น “เป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากในรัฐคะฉิ่น ที่ผู้คนมาพูดคุย ผ่อนคลายและมีความสุข” สื่อคะฉิ่นระบุ
นายโก่ซุดริน 1ในผู้ที่จะขึ้นแสดงบนเวทีและรอดชีวิต กล่าวว่า แรงระเบิดนั้นรุนแรงมากจนหลังคาของอาคารที่จัดงานปลิวออกไป โดยมีเครื่องบินรบของกองทัพพม่าจำนวน 3 ลำเข้ามาใกล้ยังที่เกิดเหตุก่อนที่จะโจมตีทิ้งระเบิด 4 ลูก ระเบิดลูกแรกตกใกล้กับบ้านเรือนของประชาชน อีก 1 ลูกระเบิดใกล้กับเวทีคอนเสิร์ต และอีก 2 ลูกระเบิดในสถานที่ใกล้เคียง
นายโก่ซุดริน กล่าวว่าที่ตนรอดชีวิตมาได้ เพราะในช่วงเกิดเหตุไม่ได้อยู่ใกล้กับเวทีคอนเสิร์ต โดยช่วงที่เครื่องบินรบเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ ไม่มีใครได้สังเกตและได้ยินเสียง เนื่องจากเสียงดนตรีจากบนเวทีกลบเสียงของเครื่องบิน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่ทันได้ระวังตัว ซึ่งในวันนั้นคาดว่า มีผู้เข้าร่วมงานนับร้อยคน
“สถานที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยเลือดของผู้บาดเจ็บ ชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตได้ปลิวว่อนตามต้นไม้ ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้ผมใจสลาย ผมได้ยินคนร้องคร่ำครวญและขอความช่วยเหลือดังไปทั่ว และเสียงระเบิดดังมากๆ จนผมยังกังวลแทนคนที่อยู่ในเหตุการณ์อาจจะหูหนวกได้” นายโก่ซุดรินกล่าว
หลังเกิดเหตุทางกองทัพพม่าอ้างว่า เพื่อตอบโต้ที่ถูกโจมตี และยังอ้างว่า หมู่บ้านหนองผาเป็นเขตควบคุมของกองทัพ KIA ซึ่งภายหลังทางผู้นำของ KIA ได้ออกปฏิเสธ และระบุว่า หนองผาเป็นเพียงพื้นที่ตั้งของร้านค้าเล็กๆริมทางซึ่งเป็นสถานที่แวะพักของผู้เดินทางเท่านั้น หนองผาอยู่ห่างจากเมืองผากั้นไปประมาณ 32 กิโลเมตร
ทางด้านองค์กรท้องถิ่นและองค์กรระหว่างประเทศได้ออกมาประณามต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับ KIA ที่ให้คำมั่นว่าโศกนาฏกรรมดังกล่าวจะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับความตั้งใจของกลุ่มที่จะเร่งต่อสู้โค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า โดย KIA ยังเรียกร้องให้กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อื่นๆ ทำสิ่งที่จำเป็นในการต่อสู้กับระบอบเผด็จการทหารพม่าด้วย



