
เมื่อเร็วๆ นี้สำนักข่าว Irrawaddy ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ดร. Miemie Winn Byrd ศาสตราจารย์เชื้อสายพม่าประจำศูนย์ศึกษาความมั่นคงแห่งเอเชียแปซิฟิกในฮาวาย (Hawaii’s Asia Pacific Center for Security Studies) และเคยเป็นอดีตทหารในกองทัพสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีบทสัมภาษณ์ร้อยเอกเซทูอ่อง อดีตทหารกองทัพอากาศผู้แปรพักตร์ โดยทั้ง 2 คนแสดงความเห็นสอดคล้องกันว่า กองทัพประชาชน PDF และพันธมิตรที่เป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ รวมไปถึงรัฐบาลเงา NUG จะต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การต่อสู้กับกองทัพพม่า เพราะเชื่อว่านับจากนี้กองทัพพม่าจะรุกคืบเปิดฉากโจมตีทางอากาศมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเข้าสู่หน้าแล้ง
ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา กองทัพพม่าได้เพิ่มการโจมตีทางอากาศอย่างหนักในหลายเขตพื้นที่ เช่น รัฐกะเหรี่ยง เขตสะกาย รัฐคะฉิ่นและรัฐคะเรนนี โดย ดร. Miemie Winn Byrd คาดว่า กองทัพพม่าจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศ เพราะนั่นคือทั้งหมดที่กองทัพพม่ามีในตอนนี้
“พวกเขาไม่สามารถชนะบนภาคพื้นดินได้อีกต่อไป ดังนั้นกองทัพอากาศจึงเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาเหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม การโจมตีทางอากาศนั้นมีราคาสูง การปฏิบัติการแต่ละครั้งอาจต้องใช้เงินถึง 200,000 ถึง 350,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับประเภทของอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ ด้วยสภาพการเงินและเศรษฐกิจของกองทัพพม่าขณะนี้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า กองทัพพม่าจะสามารถรักษาการโจมตีที่มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นนี้ได้นานแค่ไหน” ดร. Miemie Winn Byrd กล่าว
เมื่อถามว่า การโจมตีทางอากาศที่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อการปฏิวัติของประชาชนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ฝ่ายต่อต้านกำลังอยู่ในสถานการณ์ขาดแคลนเงินและอาวุธป้องกัน แล้วทางฝ่ายต่อต้านจะมีวิธีไหนเพื่อรับมือป้องกัน ดร. Miemie Winn Byrd กล่าวว่า การปฏิวัติยังคงดำเนินต่อไปแม้จะมีการโจมตีอย่างโหดร้ายของกองทัพและการจับกุมกองทัพ PDF และพลเรือน โดยประชากรส่วนใหญ่ของพม่าจะยังคงต่อต้านและปฏิเสธกองทัพ
เขาระบุว่า การโจมตีที่เพิ่มขึ้นโดยกองทัพ ยังได้เพิ่มความมุ่งมั่นและความตั้งใจของประชาชนที่จะต่อต้านและปฏิเสธการปกครองของทหารมากขึ้นเท่านั้น และเชื่อว่า ชาวพม่าหรือฝ่ายต่อต้านจะคิดค้นวิธีที่จะเอาชนะการโจมตีทางอากาศเหมือนที่พวกเขาทำในครั้งก่อนๆ
ดร. Miemie Winn Byrd ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า มีหลายวิธีที่จะขัดขวางการโจมตีทางอากาศของกองทัพพม่า นอกเหนือจากการยิงเครื่องบิน โดยเครื่องบินต้องการนักบิน เชื้อเพลิง ชิ้นส่วน ล้อ รันเวย์และอื่นๆเพื่อบิน หากองค์ประกอบเหล่านี้ถูกรบกวน ทางกองทัพพม่าก็จะไม่สามารถบินได้
“ฝ่ายต่อต้านไม่จำเป็นต้องรอขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน แต่ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ การต่อต้านสามารถขัดขวางและป้องกันไม่ให้เครื่องบินเหล่านี้ขึ้นบินได้ ฉันเชื่อในความเฉลียวฉลาดและความสามารถของชาวพม่า นอกจากนี้ รัฐบาล NUG และกองทัพ PDF รวมไปถึงกองกำลังชาติพันธุ์ที่เป็นพันธมิตรจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด การปฏิบัติการร่วมกัน การสั่งการร่วมกัน และสติปัญญาที่ดี” ดร. Miemie Winn Byrd กล่าว
ดร. Miemie Winn Byrd มองว่า รัฐบาล NUG และชุมชนชาวพม่าในต่างแดนควรจะทำให้เสียงของตนดังขึ้นและมีท่าทีที่ชัดเจนต่อนานาประเทศ สาส์นแห่งความสามัคคีและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างแนวร่วมต่อต้านมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดึงดูดความช่วยเหลือที่เพิ่มขึ้นจากประชาคมระหว่างประเทศ
ขณะที่อดีตร้อยเอก เซทูอ่อง ผู้แปรพักตร์เห็นสอดคล้องกับดร. Miemie Winn Byrd โดยเชื่อว่า กองทัพพม่าจะปฏิบัติการโจมตีทางอากาศมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เข้าสู่หน้าแล้งนี้และท้องฟ้าปลอดโปร่ง โดยกองทัพพม่าจะกำหนดเป้าหมายโจมตีค่ายฐานของกองกำลังต่อต้านหลังจากการลาดตระเวน กลุ่มพันธมิตรชาติพันธุ์และกองทัพ PDF ที่ไม่ได้อยู่ในแนวหน้าอาจถูกดักจับได้
นอกจากนี้ ร้อยเอก เซทูอ่อง ยังเชื่อว่า ทางกองทัพพม่าจะโจมตีในตอนกลางคืนหรือตอนเช้า ในช่วงเวลาที่คาดไม่ถึงเพราะกองทัพพม่าไม่ได้คิดถึงความเสียหายของฝั่งพลเรือน แต่จะปฏิบัติการบดขยี้หากพบว่ามีการรวมกลุ่มกันของฝ่ายศัตรู เหมือนเช่นเหตุการณ์ที่โจมตีงานคอนเสิร์ตที่เมืองผากั้น เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน ผู้นำกองทัพพม่าไม่ได้ห่วงชีวิตนักบินหรือทหารใต้บังคับบัญชา ห่วงแต่ชีวิตของตัวเองเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การโจมตีทางอากาศจะส่งผลกระทบต่อการปฏิวัติอย่างไร ร้อยเอกเซทูกล่าวว่า ปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ทางทหารของผู้บัญชาการ PDF และความพร้อมมากแค่ไหนของ PDF ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเพียงใด หรือมีอาวุธที่จำกัด
“เราสามารถวางแผนได้ว่า จะเก็บคนไว้ด้วยกันหรือแยกจากกันเป็นค่าย และเราจะหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนของรัฐบาลทหารได้อย่างไร เราสามารถพิจารณาว่าต้องทำอะไรบนภาคพื้นดิน รวมทั้งวางมาตรการป้องกันความปลอดภัย ผมเชื่อว่า หากผู้บัญชาการภาคพื้นดิน (ของฝ่ายต่อต้าน) คิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้และมีการวางแผน มันจะเป็นเรื่องยากสำหรับการโจมตีของกองทัพพม่าที่จะมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กำลังหลักของกองทัพยังคงอยู่ในกองทัพ เมื่อกองทัพล่มสลาย กองทัพอากาศและกองทัพเรือก็ไม่สามารถทำอะไรได้”ร้อยเอกเซทูอ่องกล่าว
อดีตนายทหารรายนี้ยังกล่าวว่า ทางกองทัพพม่านั้นใช้โดรนอากาศยานไร้คนขับ(unmanned aerial vehicle)เพื่อตรวจสอบเป้าหมาย ซึ่งติดตั้งกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงในเวลากลางวันและกล้องอินฟราเรด (Electro-Optical and Infrared)เพื่อสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อประเมินจำนวนคน การซุ่มโจมตีและสถานที่ จากข้อมูลนี้ เจ้าหน้าที่จะร่างแผนและรายงานต่อผู้บัญชาการของตน ซึ่งผู้บัญชาการจะเป็นผู้ร่างแผนการโจมตีโดยละเอียด นั่นเป็นวิธีที่กองทัพพม่าใช้ในการโจมตีทางอากาศ
“ดังนั้นเราต้องไม่คิดว่าพวกเขาไม่รู้จักสถานที่นี้และจะไม่มาโจมตีที่นี่ เราควรละความคิดนั้นทิ้งไป ผมขอให้ NUG และพันธมิตรชาติพันธุ์ และกองทัพ PDF ทั้งหมดของเราต้องคอยระแวดระวัง”ร้อยเอกเซทูอ่องกล่าว
อดีตทหารอากาศของพม่ายังกล่าวว่า รัสเซียได้มอบเฮลิคอปเตอร์รุ่น Ka-28 submarine-hunter helicopters เป็นของขวัญให้กับกองทัพพม่าจำนวน 4 ลำ นอกจากนี้กองทัพตั้ตมะด่อว์(กองทัพทหารพม่า)ยังเพิ่งได้เครื่องบินขับไล่ Su-30SME มาใหม่อีก 2 ลำ รวมทั้งยังสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ FTC-2000Gd และ Su-30 jet-fighters จากจีน หลังจากส่งนักบินในประเทศไปเข้าร่วมอบรมที่ประเทศจีน
ร้อยเอกเซทูอ่องกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศช่วยหยุดการลำเลียงเครื่องบินรบเหล่านี้ให้กับกองทัพพม่า



