
สำนักข่าวไทใหญ่ SHAN รายงานเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2565 ว่า กองทัพพม่าไฟเขียวเตรียมนำเข้ามันฝรั่งจากจีนมาขายในประเทศ ขณะที่ผู้ปลูกมันฝรั่งในภาคใต้ของรัฐฉาน ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมันฝรั่งที่ดีที่สุดในประเทศแสดงความกังวลว่า ตลาดมันฝรั่งในประเทศจะซบเซาหรือหายไป และทำให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่งในพม่า
เกษตรกรที่ปลูกมันฝรั่งในเมืองอ่องปาน ทางใต้ของรัฐฉาน แสดงความกังวลว่า การนำเข้ามันฝรั่งจำนวนมากจากจีนจะมีแต่ส่งผลกระทบต่อตลาดมันฝรั่งในประเทศ เช่นเกษตรกรท้องถิ่นจะได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากมันฝรั่งจากจีนจะขายในราคาถูกกว่ามันฝรั่งที่เก็บเกี่ยวในพม่า ซึ่งจะทำให้เกษตรกรในประเทศขาดทุนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรในประเทศได้ลงทุนเงินจำนวนมากในการเพาะปลูกมันฝรั่ง
เกษตรกรในประเทศยังร้องเรียนว่า เป็นข้อตกลงการค้าเพียงฝ่ายเดียว และทางการจีนมักจำกัดการส่งออกสินค้าจากพม่าไปยังจีน ภายใต้ข้ออ้างในการควบคุมโควิด ส่งผลให้พ่อค้าชาวพม่าและเกษตรกรในประเทศประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย
“ในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเก็บเกี่ยวขายมันฝรั่ง ซึ่งปกติแล้วเกษตรกรก็ได้กำไรไม่มากจากการขายมันฝรั่ง แต่หากมันฝรั่งจีนเข้ามา ยิ่งจะทำให้เกษตรท้องถิ่นขาดทุนมากยิ่งขึ้น” เกษตรกรในพื้นที่กล่าว
ด้านเกษตรกรจากเมืองน้ำคำ ระบุว่า รัฐบาลทหารควรแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อความยากลำบากของประชาชน และเจรจากับรัฐบาลจีนเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการค้าในลักษณะที่ปกป้องวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวไทใหญ่
“ปีที่แล้วเราต้องทิ้งอ้อยจำนวนมาก พ่อค้าแตงโมบางคนต้องทิ้งผลไม้ไว้กลางทาง มันไม่ยุติธรรมเลยที่จีนได้รับอนุญาตให้นำเข้าสินค้ามากมายจากเรา แต่การส่งออกไปยังจีนกลับถูกสกัดกั้น” เกษตรชาวน้ำคำร้องเรียน
นับตั้งแต่ปี 2563 จีนได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดการค้าขายตรงชายแดนและกำหนดข้อจำกัดอยู่บ่อยครั้ง ทำให้อ้อย แตงโม และข้าวโพดที่ผลิตในพม่าถูกทิ้งเป็นจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ จีนยังคงปิดกั้นสินค้าส่งออกจากพม่าภายใต้ข้ออ้างของโควิด
“จีนสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการ พวกเขาปิดหรือเปิดการค้าได้ตามต้องการ แทนที่จะสนับสนุนตลาดเกษตรกรท้องถิ่น รัฐของประเทศนี้กลับชอบจีนมากกว่า พวกเขาไม่สนใจพวกเราเลยด้วยซ้ำ” เกษตรกรจากน้ำคำกล่าว