เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน นางกญอพอ ผู้อำนวยการองค์กรสตรีกะเหรี่ยง (Karen Women’s Organization-KWO) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบว่า เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 01.00 น. กองทัพพม่าได้ส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดในพื้นที่ พญาตองซู (ตรงข้าม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี) เป็นพื้นที่ในเขตของกองพล 6 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) พื้นที่ดังกล่าวเป็นเหมืองแร่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คน
ผู้อำนวยการองค์กรสตรีกะเหรี่ยงกล่าวว่า กองทัพพม่าได้ส่งเครื่องบินรบมาโจมตีในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่องทั้งในเขตดูปลายา (ตรงข้าม จ.ตาก) และมือตรอ (ตรงข้าม อ.สบเมย และ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน) ล่าสุดสร้างความเสียหายให้แก่อาคารโบสถ์และอาคารเรียนชั้นประถม รวมถึงบ้านเรือนของประชาชนอีกหลายหลัง มีการส่งเครื่องบินมาโจมตีเกิดขึ้นทุกวันในหลายพื้นที่ และมีการส่งอากาศยาน (โดรน) มาตรวจการณ์ โรงเรียน อาคารต่างๆ ในช่วงกลางวัน และมักจะมาทิ้งระเบิดในตอนกลางคืน
“หมู่บ้านต่างๆ ไม่มีคนอยู่แล้ว ชาวบ้านต่างต้องหนีไปซ่อนตัวกันในป่า โรงเรียนก็เปิดการสอนไม่ได้ เพราะอาคารทั้งหลายคือเป้าหมายของการโจมตี ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ทำให้ครูต้องจัดการสอนให้นักเรียนในป่า” นางกญอพอกล่าว
เมื่อถามถึงการประชุมผู้นำเอเปคที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย 18-19 พย.อยากบอกอะไรต่อนานาชาติ ผู้อำนวยการองค์กรสตรีกะเหรี่ยงกล่าวว่า อาชญากรรมโดยเผด็จการทหารพม่าที่เกิดขึ้นนี้เป็นการจงใจที่จะทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องหวาดกลัว ประชาชนไม่สามารถคิดถึงอนาคตได้ในสถานการณ์แบบนี้ นานาชาติจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดช่องทางความช่วยเหลือข้ามพรมแดน ผ่านกลุ่มท้องถิ่นที่จะนำความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมส่งไปถึงพื้นที่ที่มีความรุนแรง ขอเรียกร้องไปยังประเทศซึ่งค้าอาวุธยุทโธปกรณ์กับเผด็จการทหารพม่าต้องยุติการค้าทันที จำเป็นอย่างยิ่งที่นานาชาติต้องยุติการส่งอาวุธและน้ำมันเครื่องบินรบให้แก่กองทัพเผด็จการพม่า ที่กำลังโจมตีประชาชนของตนเอง
ด้านเพจ Than Lwin Times ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นในพม่ารายงานว่า เหตุระเบิดที่พญาตองซูครั้งนี้มีชาวจีนเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บอีก 8 คน ชาวบ้านบอกว่าคนเจ็บน่าเป็นห่วงโดยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งทางทหารทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่กองพล 6 ของKNU ซึ่งค่ายทหารและสถานีตำรวจของกองทัพพม่าถูกโจมตีและบุกยึดโดยกองกำลังร่วมของ KNU
ขอบคุณรูปประกอบข่าวจาก Than Lwin Times






