
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านับตั้งแต่กองทัพพม่าประกาศว่าเตรียมประหาร 7 นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยดะโก่ง ในเขตย่างกุ้งในวันนี้ ได้เกิดกระแสต่อต้านอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ชาวพม่าทั้งในและนอกประเทศได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปมือพร้อมข้อความว่า “หยุดประหารนักศึกษาของเรา”
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า กองทัพนั้นเตรียมประหารนักศึกษาทั้ง 7 คน ในเวลา 16.44 น.ของวันที่ 7 ธันวาคมนี้ โดยสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า AAPP รายงานว่า มีคนหนุ่มสาวอีก 132 คนได้รับโทษประหารชีวิตและชีวิตของทั้งหมดกำลังเสี่ยงที่จะถูกประหารได้ทุกขณะ โดยนักศึกษาทั้ง 7 คนถูกกองทัพกล่าวหาว่า ได้สังหารอดีตนายพลเกษียณรายหนึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และศาลพิเศษในเรือนจำอินเส่ง ระบุว่า ทั้งหมดได้กระทำความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดในการฆาตกรรม และถูกตัดสินจำคุกภายใต้มาตรา 34 และ 302 จึงให้รับโทษประหารชีวิต คำตัดสินมีขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของพี่สาวนักศึกษารายหนึ่งว่า การสั่งประหารนักศึกษาทำให้ครอบครัวหัวใจแตกสลาย
“ครอบครัวของนักศึกษาทั้งหมดต่างหัวใจสลาย เด็กๆกำลังมีอนาคตที่สวยงาม ฉันต้องการให้นานาชาติช่วยเหลือพวกเรา” เธอให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ ขณะที่พ่อของนักศึกษาอีกรายหนึ่งกล่าวด้วยน้ำตาว่า การลงโทษครั้งนี้ไม่มีความเป็นธรรม “เราเข้าใจว่าเขาอยู่ในเรือนจำ เราอยากให้ลูกของเรามีชีวิตอยู่ต่อไป” เขากล่าว
ขณะที่โฆษกของกองทัพพม่าอ้างว่า ศาลพม่านั้นมีความเป็นอิสระ และผู้ที่ถูกจับก็ถูกดำเนินการตามกระบวนการ
ขณะที่เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายกรัฐมนตรีประเทศไทยและเลขาธิการอาเซียนอเป็นต้น โดยในจดหมายบางตอนระบุว่า ไม่อาจนิ่งนอนใจต่อกรณีนี้ เพราะเป็นการเข่นฆ่าประชาชนอย่างไร้มนุษยธรรม และถึงเวลาที่จะต้องยืนเคียงข้างผู้คนที่ถูกกดขี่ “ชีวิตมนุษย์นั้นศักดิ์สิทธิ์ เกินกว่าจะให้รัฐกำจัดทิ้งเพราะมีความเห็นต่างทางการเมือง”
นอกจากนี้ในจดหมายยังมีข้อเรียกร้อง 7 ข้อ เช่นให้กดดันและแทรกแซงให้กองทัพพม่ายกเลิกการประหารนักศึกษาทั้ง 7 คน และนักโทษทางการเมืองคนอื่นๆ ให้การไต่สวนกระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่ใช่ไต่สวนในเรือนจำหรือในค่ายทหาร รวมไปถึงการปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง
นอกจากนี้ สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังเรียกร้องให้ยุติให้การสนับสนุนกองทัพพม่าไม่ว่าด้านเศรษฐกิจหรือการทหาร และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากนานาชาติจะต้องผ่านองค์กรภาคประชาชนไม่ใช่ผ่านทางทหารพม่า โดยข้อเรียกร้องสุดท้ายขอให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต นอกจากนี้ในจดหมายเปิดผนึกยังฝากให้ทางรัฐบาลไทยทบทวนจุดยืนนโยบายด้านการต่างประเทศกับกองทัพพม่า เพื่อไม่ให้กองทัพพม่าทำร้ายประชาชนของตัวเอง ไม่ควรเป็นมิตรกับเผด็จการในทุกกรณี และขอให้อาเซียนจะต้องทบทวนตัวเองเช่นเดียวกัน ควรใช้กลไกทางเศรษฐกิจกดดันให้กองทัพพม่าคืนสิทธิอำนาจและเสรีภาพให้ประชาชนชาวพม่าให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้เมื่อเวลา 16.30 – 17.30 น. ของวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา นักศึกษาชาวไทยและพม่าได้จัดกิจกรรมในเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านโทษประหารนักศึกษาพม่าทั้ง 7 คน ณ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เชียงใหม่ โดยเยาวชนพม่ารายหนึ่งที่เดินทางมาเข้าร่วมงานและไม่ต้องการเปิดเผยชื่อกล่าวว่า เธอนั้นยืนหยัดอยู่ข้างนักศึกษาดะโก่งทั้ง 7 คนที่กำลังจะถูกประหารเพียงเพราะความเชื่อของพวกเขา
“ฉันประณามการเข่นฆ่าสังหารผู้คนบริสุทธ์ ฉันต้องการแสดงให้เห็นว่า ฉันนั้นเป็นหนึ่งเดียวกับนักศึกษาทั้ง 7 คน และต้องการช่วยชีวิตของนักศึกษา หากเราไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ จะแสดงให้โลกเห็นอีกครั้งว่า กองทัพพม่านั้นโหดร้ายมากแค่ไหน” เธอกล่าว
ขณะที่ในประเทศเนปาลก็ได้มีการออกมายืนประท้วงถือป้ายต่อต้านการประหารนักศึกษาทั้ง 7 คน ด้วยเช่นเดียวกัน




