หินก้อนเดียว

DSC07922

ในการพบปะกับเครือข่ายภาคประชาสังคมของพม่าด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2557 สื่อมวลชนได้รับข้อเท็จจริงใหม่ๆ จากผู้อยู่ใกล้ชิดข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำสาละวิน

 

เราได้ทราบว่า รัฐบาลพม่าพยายาม “ลับ ลวง พราง”กับคนในชาติและสังคมโลก ยามพูดกับสาธารณะ บอกว่าชะลอโครงการสร้างมิตโสน กั้นแม่น้ำอิรวดีแล้ว แต่กลับบรรจุในแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจ 10 ปี (2555-เป็นอันดับต้น หรือบอกว่าจะสร้างเขื่อนยวาติ๊ด กั้นแม่น้ำสาละวิน ในรัฐคะยา แค่ 600 เมกกะวัตต์ แต่ในเอกสารบริษัทก่อสร้างจีนระบุ 5,400 เมกฯ ซึ่งขนาดดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชนเผ่า “ยินตะเล” (Yin Da Lea) 13 หมู่บ้าน ซึ่งเหลือราว 700 คนสุดท้าย (แต่งตัวคล้ายกะเหรี่ยง มีภาษาพูด เขียนของตัวเอง อาศัยบนเทือกเขาสูงใกล้แม่น้ำสาละวิน หากสร้างเขื่อน พวกเขาจะถูกย้ายกระจายไปอยู่ที่ห่างกัน และมีแนวโน้มสูญชาติพันธุ์ลึกลับนี้ไปจากโลก)

 

วิธีต่อสู้กับแผนดังกล่าวของรัฐบาลกลางมีทางเดียวคือการลงพื้นที่เก็บข้อมูลแล้วรีบนำความจริงออกมาตีแผ่ให้โลกรับรู้ถึงผลกระทบดังกล่าว

 

“ออตตรา” ภาคประชาสังคมจากรัฐคะเรนี แจ้งว่า กำลังส่งคนไปหาข้อมูลอยู่ เช่นเดียวกับ “ซอว์ อเล็กซ์” กลุ่มเยาวชนรัฐคะเรนี เพิ่งลงพื้นที่สร้างเขื่อนฮัตจีเมื่อ 2 เดือนก่อน ชาวบ้านเล่าว่า กฟผ.จ้างคนคอยวัดน้ำ ส่งวิศวกรลงมาพื้นที่ บอกให้ชาวบ้านเตรียมย้ายไปอยู่ที่เนปิดอว์ และตองอู สร้างความกังวลใจให้พวกเขาเพราะไกลมากจนกระทบวิถีชีวิต

 

ยังมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้เอ็นจีโอชาติพันธุ์มั่นใจว่ารัฐบาลเดินหน้าสร้างเขื่อนกั้นสาละวินแน่ คือหลังจากเร่งแก้ไขกฎหมายส่งเสริมการลงทุน เพิ่มเขตเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมหลายพื้นที่ จัดทำแผนพัฒนาพลังงานรองรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 10 ปีข้างหน้า 10.5% โดยตั้งเป้าผลิตไฟฟ้ารองรับแต่ละปีให้ได้ 2,000-4,000 เมกฯ รวม 10 ปีแล้วเกือบ 30,000 เมกฯ

 

ทว่า จากการสัมภาษณ์คนงานเมียวดี ที่นั่นมีปัญหาความมั่นคงทางพลังงานมาก หลายคนเชื่อว่าคำตอบคือเขื่อนสาละวิน รัฐบาลจึงรีบเจรจาชนกลุ่มน้อย ขอยุติการหยุดยิงชั่วคราวเพื่อรอการเจรจาสันติภาพ

 

“ผมไม่มั่นใจว่า รัฐบาลพม่าต้องการสันติภาพอย่างแท้จริงอย่างที่ปากพูด บางทีข้อตกลงหยุดยิงเป็นเพียงหน้าฉาก แต่ลึกๆแล้วหวังฉกฉวยเอาพื้นที่ชนกลุ่มน้อยไปสร้างเขื่อนโดยไม่ต้องเสียลูกปืน”ซอว์ อเล็กซ์ตั้งข้อสังเกต

 

บรรดาเอ็นจีโอยังเชื่ออีกว่า ถ้าไม่มีการเจรจาหยุดยิงอย่างแท้จริงก่อนเจรจาเรื่องเขื่อนกับตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นทางการ รับรองว่าเกิดเขื่อนยากมาก ทุกวันนี้ยังมีการปะทะกันหลายครั้งในพื้นที่ จนน่าเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงมากในเร็วๆนี้

 

ดังนั้น เพื่อเปิดพื้นที่การรับรู้เรื่องภัยเขื่อนและผลกระทบ ภาคประชาสังคมต่างๆจะเร่งจัดเวทีเสวนาและอบรมชาวบ้านในพื้นที่ พูดคุยกับผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์ เร่งเก็บข้อมูลเพื่อนำไปใช้บนเวทีเสวนาใหญ่ที่เมืองมะละแหม่ง (เมาะลำไย) ในวันเขื่อนโลก 14 มีนาคม 2557

 

ดร.จอ ตู ผอ.องค์กรสนับสนุนภาคประชาสังคมพม่า อเล็กซ์ และผู้แทน International Rivers ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางคัดค้านเขื่อนสาละวินหลายช่องทาง อาทิ ฝ่ายพม่าจะจัดเวทีกลางเชิญตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ชนกลุ่มน้อย สื่อมวลชนเข้าร่วม รวมถึงหาเวลาพูดคุยกับ ส.ส. ฝ่ายกลุ่มชาติพันธุ์จะป้อนข้อมูลให้ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยง ฝ่ายไทยจะจัดกลุ่ม “สาละวินศึกษา”ในสถาบันการศึกษาเพื่อเพิ่มข้อมูลทางวิชาการ เป็นต้น

 

ด้าน ดร.วิน หม่อง ผู้จัดการแผนงานกลุ่มสิ่งแวดล้อม กะเหรี่ยงเคซาน เสริมว่า ขอให้รีบทำเรื่องต่างๆเกิดขึ้นโดยเร็ว เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเครือข่ายให้มากขึ้น สร้างความตระหนักรู้ของคนพม่าให้มากขึ้น อาจนำเสนอข้อมูลพลังงานหมุนเวียน พลังงานอื่นๆมาทดแทนเพื่อให้คนเห็นทางเลือกอื่นมากกว่าพลังงานเขื่อน

“ใช้หินก้อนเดียว ปานกสองตัว”ดร.วิน หม่องเปรียบเทียบปิดท้าย

————

โดย ภาคภูมิ ป้องภัย
คอลัมน์โลกนี้มีรากหญ้า นสพ.มติชน
4 กพ 57

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.